ท่องเที่ยว เชียงใหม่ หน้าฝน



 

ดีไหม เที่ยวเชียงใหม่หน้าฝน
พิลึกแท้ มาชวนไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่ตอนหน้าฝน แล้วไม่ต้องไปย่ำน้ำย่ำท่าให้ฉ่ำแฉะกันไปตลอดทางเรอะ คิดอย่างนั้นไม่ค่อยจะถูกแล้วล่ะ มาคิดใหม่ ทำใหม่ ตามสมัยผู้นำกันดีกว่า …

ลมฟ้าอากาศ
อากาศของภาคเหนือตอนบน หรือที่เรียกขานกันตามลักษณะศิลปวัฒนธรรมว่า “ดินแดนล้านนา” นั้นเป็นเขตอากาศประเภทร้อน แต่ค่อนข้างไปทางเขตอบอุ่น ในฤดูหนาวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์อากาศจะค่อนข้างเย็น เพราะลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพัดผ่านประเทศจีนได้นำความแห้งแล้งและความหนาวเย็นมาสู่ดินแดนภาคเหนือนี้ประมาณ 4 เดือน ส่วนฤดูร้อนเป็นช่วงที่แสงอาทิตย์ตั้งฉากเคลื่อนเข้ามาในบริเวณภาคเหนือ และด้วยทำเลที่ตั้งห่างไกลจากทะเล ทำให้อากาศร้อนจัดในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ส่วนฤดูฝนจะอยู่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกลางเดือนตุลาคม ได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นำความชุ่มชื้นจากทะเลมาตกเป็นฝนและบางครั้งก็จะมีพายุโซนร้อนจากทะเลจีนตอนใต้พัดเข้ามาทางตะวันออก ทำให้มีฝนตกติดต่อกันหลายวันได้
สภาพอากาศของภาคเหนือจึงมีการหมุนเวียนเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวเข้าไปในช่วงต่างฤดูกาลก็จะต่างบรรยากาศกันช่วงหน้าฝนจะเป็นฤดูเพาะปลูก ป่าเขาเขียวขจี แต่ในหน้าหนาวเป็นช่วงให้พึชผลแก่และสุกจนเก็บเกี่ยวได้ดอกไม้ตามป่าเขาก็บานสะพรั่ง และในส่วนหน้าร้อนก็ว่างจากฤดูทำไร่ไถนา เป็นช่วงซ่อมแซมอาคารบ้านเรือน เครื่องใช้ไม้สอย และงานบุญต่างๆ

 



 

เที่ยวหน้าฝนดีอย่างไร
ข้อดีของการท่องเที่ยวหน้าฝนมีมากมายหลายประการแม้ขณะเดียวกันก็อาจมีข้อเสียอยู่บ้าง (ไม่ปฏิเสธหรอก) แต่หักลบกลบหนี้กันแล้วคุ้มค่ามากเทียวล่ะ ถ้าจะไปเที่ยวกันตอนหน้าฝน
ประการแรก ใครๆ ก็รู้ว่าหน้าฝนเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยวซบเซา นักท่องเที่ยวน้อย การใช้ยานพาหนะจึงค่อนข้างว่างเป็นพิเศษ ตั้งแต่การเดินทางด้วยรถทัวร์ รถไฟ หรือเครื่องบิน การสำรองที่นั่งจึงไม่มีปัญหา แม้จะเพิ่งมาตัดสินใจเอาเมื่อใกล้วันเดินทาง ก็ยังสามารถหาที่นั่งได้ง่ายๆ
ถัดมาเรื่องที่พัก ตามโรงแรมและรีสอร์ตต่างๆ มักจะมีรายการลดแลกแจกแถมกันเป็นพิเศษ อย่างเช่น ลดครึ่งราคา แถมอาหารเช้าและกระเช้าผลไม้ หรือพักสองคืนแถมหนึ่งคืน เป็นต้น และสามารถเลือกจับจองได้ตามอัธยาศัย

ประการสุดท้าย บรรยากาศหน้าฝนตามป่าเขาลำเนาไพรยามฝนหยุดตกใหม่ๆ อากาศจะสะอาดสดชื่น ยิ่งในยามเช้าจะเห็นก้อนเมฆลอยระเรี่ยๆ ตามยอดไม้และทิวเขา ท้องฟ้าก็ดูสดใส ปุยเมฆขาวเป็นขาวฟ้าเป็นฟ้า ต้นไม้ใบหญ้าก็เขียวขจีเป็นพิเศษ นกไพรก็ขับขานเสียงใสแจ๋วกว่าปกติ แล้วบรรยากาศอย่างนี้มีหรือในหน้าอื่น

 

 

เริ่มต้นในตัวเวียง

“นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” ชื่อเมืองที่พญามังรายเจ้าสถาปนาขึ้นในบริเวณที่ราบลุ่มทุ่งหญ้าคาระหว่างลำน้ำปิงกับดอยสุเทพในปี พ.ศ. 1839 โดยมีพระสหายคือพญางำเมืองแห่งเมืองพะเยาและพ่อขุนรามคำแหงแห่งเมืองสุโขทัยมาช่วยกันพิจารณาชัยภูมิและวางผังเมือง (ดังปรากฏเป็นอนุสาวรีย์ 3 กษัตริย์ ณ บริเวณศาลากลางเก่า กลางเมืองเชียงใหม่ซึ่งจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์ประจำเมืองไปแล้ว) ตัวเมืองโบราณมีผังเมืองเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 900 วา และยาว 1,000 วา ปัจจุบันยังปรากฏร่องรอยคูเมืองคันดิน และกำแพงเมืองเป็นบางส่วน ส่วนช่องประตูเมืองก็ยังปรากฏอยู่ แต่ได้บูรณะขึ้นใหม่ เช่น ประตูท่าแพ ประตูเชียงใหม่ ประตูช้างเผือก และประตูสวนดอก

 

 

พิพิธภันฑ์และหอศิลป์
เมืองเชียงใหม่โชคดีกว่าอีกหลายๆ เมือง ด้วยความที่เคยเป็นราชธานีของดินแดนล้านนามาก่อน จึงร่ำรวยไปด้วยมรดกทางศิลปวัฒนธรรมและศิลปวัตถุ จึงมีพิพิธภัณฑ์อยู่หลายแห่งที่น่าสนใจ ทั้งที่เป็นของราชการและเอกชน เป็นต้นว่า…

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่
ตั้งอยู่ริมถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ใกล้ๆ กับวัดเจ็ดยอด ถ้าอยากรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์และโบราณคดีของไทยและดินแดนล้านนา ก็คงต้องแวะชมที่นี่ โบราณวัตุที่จัดแสดงล้วนมีค่าควรเมืองทั้งนั้น

ศาลาธนารักษ์
ตั้งอยู่ที่เลขที่ 52 ถนนราชดำเนิน ตำบลศรีภูมิ หรือถนนที่ตรงจากท่าแพไปจดวัดพระสิงห์นั่นเอง อาคารที่จัดแสดงเดิมเป็นคุ้มของเจ้าทิพยวรรณ ณ เชียงตุง ซึ่งเป็นเจ้านายฝ่ายเหนือ เป็นอาคารตึก 2 ชั้นทรงปีกผีเสื้อ ซึ่งเป็นอาคารที่ทันสมัยมากเมื่อ 50-60 ปีที่แล้ว ปัจจุบันได้ปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมที่มีการจัดแสดงเครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ และเงินตราไทยชนิดต่างๆ ที่เคยใช้กันในดินแดนล้านนาและประเทศไทย

พิพิธภันฑ์แมลง (Museum of World Insects)
ตั้งอยู่เลขที่ 72 ถนนนิมมานเหมินทร์ ซอย 13 (ใกล้ซอยสิริมังคลาจารย์ 3) ห้วยแก้ว โทรศัพท์ (053) 21-1891 เป็นพิพิธภันฑ์เอกชนที่ได้สะสมแมลงไว้ทุกชนิดและจากทั่วทุกมุมโลก จากราคาตัวละไม่กี่บาทจนถึงราคาหาค่าไม่ได้ (เพราะมีอยู่เพียง 2-3 ตัวในโลก) ผู้สนใจเรื่องแมลง หรือแม้แต่เราๆ ท่านๆ ทั่วไปก็ชมได้ เพราะจะได้ทั้งความรู้ ความเพลิดเพลินกับแมลงพันธุ์แปลกๆ ผีเสี้อแสนสวยชนิดต่างๆ ก็หาชมได้ที่นี่ ช่วยสนับสนุนบำรุงพิพิธภัณฑ์เล็กน้อย เขาจะเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น.

หอนิทรรศการศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ตั้งอยู่ที่ถนนนิมมานเหมินทร์ ใกล้ๆ ตลาดต้นพะยอม เป็นหอศิลปะที่เกิดขึ้นได้ด้วยดำริของนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประสงค์จะให้มี Art Museum ขึ้นตามมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาค โดยมองสถานที่ไว้ 3 แห่ง คือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒสงขลา
สำหรับหอนิทรรศการฯ แห่งนี้ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2541 ด้วยงบประมาณจำนวน 46 ล้านบาท จึงได้อาคารนี้ขึ้นมา โดยมีพื้นที่จัดนิทรรศการได้ถึง 1,443 ตารางเมตร และพื้นที่จัดประชุม หรือการแสดงได้อีก 1,084.5 ตารางเมตร นายชวนขณะที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีได้มาทำพิธีเปิดโดยตนเองเมื่อปี พ.ศ. 2542 หลังจากนี้ก็มีการแสดงงานมาโดยตลอด ทั้งของศิลปินในท้องถิ่นภาคเหนือเองหรือศิลปินจาส่วนกลาง ขณะที่ผู้เขียนขึ้นไปชมนั้นกำลังจัดแสดงงานเครื่องปั้นดินเผาแห่งชาติ ครั้งที่ 10 ขึ้นมีผู้ชมประปราย ทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ โดยปกติจะปิดเฉพาะวันจันทร์และวันนักขัตฤกษ์ เปิดให้ชมฟรี โดยมีงานแสดงตลอดทั้งปี จึงเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ผู้รักศิลปะไม่ควรพลาด

กองดีห้องศิลป์ (Gongdee Studio)
เป็นสตูดิโอแสดงงานศิลปะของเอกชน ที่นำมาแนะนำเพราะชื่นชมการริเริ่มทำขึ้นโดยเอกชน คือคุณวิชิต ไชยวงศ์ หากมองในแง่การตลาดแล้วก็ยังไม่แน่ใจนัก แต่เนื่องจากผู้ริเริ่มก็มีร้านกองดี แกลเลอรี ซึ่งผลิตของที่ระลึกและงานศิลปะที่มีระดับขึ้นหน่อย เพื่อจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวที่ชอบงานที่ไม่ตลาดจนเกินไป ทั้งร้านกองดี แกลเลอรีและกองดีห้องศิลป์ตั้งอยู่ในซอย 1 หลังโรงแรมอมารี รินคำ จากทางแยกที่ถนนซูเปอร์ไฮเวย์มาพบกับถนนนิมมานเหมินทร์ ตรงเข้ามาทางถนนนิมมานเหมินทร์ เลยโรงแรมอมารี รินคำมานิดเดียวจะมีซอยซ้ายมือ เลี้ยงเข้าไปก็เห็นร้านกองดี แกลเลอรีอยู่ทางซ้ายมือ และถ้าเลยเข้าไปราว 30 เมตร ก็เป็นกองดีห้องศิลป์

 

ความบันเทิงยามค่ำคืน
ความจริงแสงสีของเมืองเชียงใหม่ก็มีอยู่พองามแทบไม่ต้องแนะนำกันเลย ตามโรงแรมก็จะมีสถานบันเทิงพวกนั่งฟังเพลง ดิสโกเธก หรือคาราโอเกะก็มีให้เห็นกันเกลื่อนเมือง แต่เท่าที่ไปสัมผัสมาด้วยตนเองในช่วงหน้าฝนก็จะขอบอกต่อสักหน่อย

ย่านริมถนนเจริญราษฏร์ ริมลำน้ำปิง (เชิงสะพานนวรัฐ)
เป็นย่านใหม่ที่คึกคักด้วยร้านกินดื่มริมลำน้ำปิง ยิ่งถึงไปนั่งตั้งแต่ตอนเย็น ๆ จะเห็นกลุ่นนักกีฬาเรือแคนูฝึกหักพายขึ้นล่องกันอยู่ตลอดเวลา ลำน้ำปิงในวันนี้ได้รับการดูแลอย่างดี ดงหญ้าคารกเรื้อกลางน้ำถูกขุดออกไปหมดแล้ว มีฝายทดน้ำอยู่ปลายทางทำให้ช่วงฝ่านตัวเมืองมีน้ำท่าอยู่ตลอดเวลา น้ำนิ่งใสเหมาะมากสำหรับเล่นกีฬาเรือแคนู ในยามค่ำคืนร้านอาหารริมปิงในย่านนี้จึงคึกคักด้วยเสียงดนตรี ถ้าชอบบรรยากาศเฮฮาหน่อยก็ต้องตรงไปในเวลานั้น

 

โรงเบียร์เชียงใหม่เยอรมัน
ตั้งอยู่บริเวณริมถนนซูเปอร์ไฮเวย์ มีซอยด้านข้างห้างคาร์ฟูร์ เลี้ยวเข้าไป 400-500 เมตร จะเห็นโรงเรือนไม้สีดำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางขวามือ นั่นแหละคือโรงเบียร์เชียงใหม่เยอรมันแต่ถ้าเลี้ยวซ้ายไปอีก 100 เมตร จะเป็นกลุ่มเรือนไม้ทรงไทยภาคต่างๆ ซึ่งอาคารแต่ละหลังแม้จะสร้างขึ้นใหม่ แต่วิจิตรบรรจงไม่เบา ที่นั่นคือคุ้มขันโตก เป็นบริเวณจัดเลี้ยงขันโตก พร้อมมีการแสดงฟ้อนรำพื้นเมืองฝีมือระดับวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่เชียว ถ้าเป็นแขกมาจากแดนไกลก็น่าจะลองหาประสบการณ์รับประทานอาหารขันโตก ณ คุ้มขันโตกสักครั้ง รับรองบรรยากาศได้เลยว่าเสมือนรับประทานอาหารค่ำในคุ้มเจ้านายเมืองเหนือแท้ๆ เจ้า

โรงละครกาดเธียเตอร์
ตั้งอยู่ในศูนย์การค้ากาดสวนแก้ว ถนนห้วยแก้ว ก็ถนนเส้นที่จะตรงไปมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นั่นแหละ เพราะตามธรรมเนียมของเมืองศูนย์กลางทางศิลปวัฒนธรรมแทบทั่วโลกจะต้องมีโรงละครเป็นเวทีสำหรับอวดผลงานทางศิลปวัฒนธรรมประจำเมืองกันทั้งนั้น กาดเธียเตอร์แห่งนี้จุผู้ชมได้ถึง 1,500 ที่นั่ง เป็นโรงละครที่มีอุปกรณ์และเทคนิคทันสมัย สมารถรองรับจัดการแสดงละครเวที อุปรากรคนเสิร์ต ตลอดจนการประชุมระดับนานาชาติ
ละครหรือการแสดงดังๆ ทั้งของไทยและของต่างประเทศที่เคยจัดการแสดงที่นี่ได้แก่ South Pacific, Grease, Las Vegas Stars, Uttarpriyadarshi, Jazz Tap, Cinderella, Now and Then, Nat Yontararak and Family in Concert รวมทั้งละครเวทีดาราดังจากกรุงเทพฯ อีกมากมายหลายเรื่อง ฉะนั้น ถ้าขึ้นไปเชียงใหม่ในหน้าฝนนี้ อยากจะดูการแสดงดี ๆ หรืออยากจะสนับสนุนโรงละครไทยของเราราคาค่าชมก็ถูก แต่คุณภาพทัดเทียมต่างประเทศก็ลองสอบถามโปรแกรมได้ที่โทรศัพท์ (053) 22-4444 และ 22-4333