สมุทรสงคราม เยือนถิ่นพื้นบ้านไทยไม่ไกลกรุง



 

สมุทรสงคราม เยือนถิ่นพื้นบ้านไทยไม่ไกลกรุง
นอกจากวิถึชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านแล้ว สมุทรสงครามยังมีสถานที่อันเกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์ตลอดจนศิลปกรรมอันล้ำค่าที่ซุกซ่อนอยู่ตามวัดวาอาราม รอคอยให้นักท่องเที่ยวที่รู้จักคุณค่าของความงามไปเยี่ยมชม

แสงตะวันทอประกายเรื่อเรืองจับขอบฟ้าทีละน้อย กลิ่นอายสดชื่นยามเช้ากระจายไปทั่วบริเวณสองฝั่งน้ำอันนิ่งสงบมาตลอดราตรีมืดทะมึน ผู้คนตามบ้านเรือนที่แทรกตัวอยู่ในสวนรถครึ้มค่อย ๆ เริ่มกิจกรรมประจำไปตามจังหวะก้าวแรกแห่งวันอย่างเรียบง่าย นกนานาชนิดส่งเสียงร้องดังแว่วประสาน ปลุกให้ชีวิตที่ยังหลับใหลตื่นจากนิทราอันแสนสุข ขณะที่พระตามวัดต่างๆ พากันพายเรือออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ อันเป็นกิจวัตรที่เห็นกันจนเจนตาสำหรับชาวแม่กลอง ณ จังหวัดสมุทรสงคราม



วิถีชีวิตชาวน้ำเฉกเช่นนี้พร่าจางจากชาวเมืองหลวง ซึ่งเคยได้สมญานาม “เวนิสตะวันออก” ไปแสนนาน…นานพอที่จะให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นความตื่นตะลึง…ฤๅความถวิลไห้อาลัยหวน…เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศนั้นอีกคราภาพวันวานของเจ้าพระยาเลื่อนไหลฝากรอยไว้ในสายน้ำแม่กลอง ก่อนจะหลากล้นออกสู่ปากอ่าวทะเลใหญ่…

 

 

ชีวิตไทยกับสายน้ำ

 

ยามเช้าบรรยากาศชื่นกำลังสบาย กิจกรรมท่องเที่ยวของเมืองแห่งสายน้ำหนีไม่พ้นที่จะต้องเสาะหาตลาดนัดทางน้ำ เมืองแม่กลองในอดีตเคยมีตลาดนัดทางน้ำอยู่หลายแห่ง เช่น ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดน้ำบางน้อย ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวที่ยังลอยเรือมาค้าขายสินค้า ซึ่งสืบทอดกันมาหลายชั่วคน เป็นตลาดของชาวบ้านจริงๆ ที่ไม่ได้จัดฉากไว้คอยท่านักท่องเที่ยวเท่านั้น ตลาดแห่งนี้คือ ตลาดน้ำท่าคา

 

 

คนที่พายเรือมาค้าขายส่วนใหญ่เป็นชาวสวนบ้านอยู่ริมคลอง หลายคนบอกว่าเดี๋ยวนี้ตลาดนัดบนบกสะดวกสบายกว่ามาก เพราะถนนหนทางเข้าสู่เรือกสวนอย่างทั่วถึง ตลาดหลายแห่งเลิกนัดในน้ำ ไปขายบนบกกันหมด ยกเว้นที่นี่เพราะบ้านสวนแถวนี้พายเรือออกมาได้สะดวกดี

 

ตลาดนัดที่นี่สวนใหญ่เป็นเรือพาย แม่ค้าหลายคนอายุร่วม ๆ ร้อยปีกันแล้ว บางคนก็พายเรือมาขายที่นี่ตั้งแต่สาวจนแก่คาตลาดกันไปเลย เพราะที่นี่นอกจากจะเป็นแหล่งทำมาหากินแล้ว ยังเปรียบเสมือนสถานที่นัดพบของชาวบ้านละแวกใกล้ไกล เดินทางมาพบปะสังสรรค์สนทนาสารทุกข์สุกดิบประสาคนรู้จักมักคุ้น บางนัดแม่ค้าพ่อค้าคนไหนหายหน้าไป ก็จะพายเรือไปมาถามไถ่กันให้วุ่น

 

หากอยากสัมผัสบรรยากาศชาวบ้านแบบนี้ ตลาดน้ำท่าคาอยู่ที่คลองพันลา ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา การเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 325 จนถึงหลักกิโลเมตรที่ 12 เลยทางแยกวัดเกาะแก้วไปเล็กน้อย จะมีทางแยกขวามือไปอีก 5 กิโลเมตรถึงตลาดน้ำ ก่อนถึงตลาดน้ำจะผ่านเตาตาหวาน เตาไทยเดิม เตาตาลผู้ใหญ่ฯ อุไร สองข้างทางเป็นสวนกล้วย สวนมะพร้าว สวนลิ้นจี่ ร่มรื่นมาก ตลาดนัดจะมีทุกวันขึ้นและวันแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ ช่วงเวลา 06.00-11.00 น. วันเสาร์และอาทิตย์มีนัดเหมือนกัน แต่มีเรือไม่มากเท่าวันอื่นๆ

 

 

ย้อนอดีตไฟสงครามใต้ผืนน้ำสงบ

 

ใต้ร่มเงาไม้เขียวครึ้ม ผืนน้ำนิ่งใสไหลเรื่อย ๆ ไปตามลำคลอง จากภาพชีวิตชาวน้ำล่องเลาะไปเที่ยวชมความงามของวัดต่างๆ กันบ้าง ที่นี่มองไปทางไหนจะเห็นวัดเรียงรายอยู่ทั่วไป วัดเก่าแก่หลายแห่งมีตำนานน่าสนุกทีเดียวแม้แต่วัดประจำจังหวัดยังมีประวัติการหนีภัยพม่า คือวัดเพชรสมุทรวิหาร (วัดบ้านแหลม) อยู่ริมแม่กลอง สร้างตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททองเดิมชื่อ “วัดศรีจำปา” ในปี พ.ศ.2307 พม่ายกทัพไปตีเพชรบุรี ชาวบ้านที่นั่นอพยพมาอยู่เหนือวัด แล้วเรียกหมู่บ้านนี้ว่า “บ้านแหลม” ตามชื่อบ้านเดิมของตนเอง ขณะนั้นวัดทรุดโทรมมาก เมื่อชาวบ้านพากันบูรณะเสร็จแล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดบ้านแหลม”

 

ถิ่นสำคัญบรรพกษัตริย์ไทย

 

 

เมื่อพูดถึงอัมพวาแล้วไม่รู้จักอุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยดูจะเชยเอามากๆ เพราะสถานที่แห่งนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาเป็นองค์ประธานเปิดและชมงานช่วงเทศกาลในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี มีการถ่ายทอดแพร่ภาพทางสถานีโทรทัศน์โดยตลอด สถานที่นี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ

 

วัดสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ละแวกเดียวกันคือ วัดอัมพวันเจติยาราม อยู่ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 6 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 35 มีทางแยกซ้ายไปอีก 1 กิโลเมตร ติดกับอุทยานพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เป็นพระอารามหลวงรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์ ประดิษฐานโบราณวัตถุมากมาย วัดนี้มีเรื่องราวผูกพันกับพระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ สมเด็จพระอมรินทรามาตย์สร้างถวายแด่พระรูปสิริโสภาคมหานาคนารี (พระนามเดิม “สั้น”) ซึ่งเป็นพระมารดา ต่อมาพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 ทรงสร้างพระปรางค์สำหรับบรรจุพระอัฐิและพระสรีรังคารของพระบาทสมเด็๗พระพุทธเลิศหล้าฯ ณ บริเวณที่สันนิษฐานว่าเป็นสถานที่ซึ่งรัชกาลที่ ๒ เสด็จพระราชสมภพและทรงปฏิสังขรณ์พระวิหารน้อย (พระที่นั่งทรงธรรม) พระวิหาร และกุฏิใหม่ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงปฏิสังขรณ์พระอุโบสถทั้งหลัง ต่อมาปี พ.ศ.2452 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวประพาสมณฑลราชบุรี ได้ทอดพระเนตรเห็นวัดทรุดโทรมมาก จึงพระราชทานเงินปฏิสังขรณ์และสร้างโรงธรรมขึ้นมาใหม่อีกหลังหนึ่ง และเมื่อปี พ.ศ.2501 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระกฐินต้น ทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์และต้นจันทร์ไว้เป็นที่ระลึก

 

สายน้ำงามไม่ไหลทวน

 

แม่กลองเป็นเมืองที่สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งทางบกและทางน้ำ การล่องเรือชมสถานที่ต่างๆ เป็นเสน่ห์ของการเดินทางที่ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด เมื่อชาวคณะได้เคลื่อนพลกันลงเรือ เสียงเครื่องของเรือคำรามดังก้องไปทั่วท้องน้ำพาขบวนแหวกว่ายเป็นทางเข้าไปในสายน้ำที่เคยนิ่งสงบ มีเพียงระลอกคลื่นล้อไล่ราวแพรเนื้อดีพลิ้นตัว

 

 

การเที่ยวทางน้ำสามารถไปได้รอบอัมพวา บางคนที ทะลุเข้าแม่กลอง เลยเรื่อยไปออกปากอ่าวได้ ช่วงที่สามารถเที่ยวทางน้ำได้สนุกคือช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม เพราะมีน้ำมาก ภาพชีวิตชาวน้ำของแม่กลองมีให้เห็นหลากหลายรูปแบบ เที่ยวอย่างไรก็ไม่ทั่ว เพราะมีคลองกว่า 300 สาย หากต้องการไปดูวิถีชีวิตชาวสวน บ้านเก่าๆ แบบโบราณแฝงตัวอยู่ในสวนร่มรื่น ดูนกนานาชนิดโผบินไปมาตามกิ่งไม้ริมคลอง สองข้างทางเป็นป่าจาก ต้องไปบริเวณคลองบางนางลี่จากตรงนี้เข้าสู่คลองประชาชมชื่น ลัดไปยังคลองวัดปทุมคันนาวาส ซึ่งผ่านวัดคู้ธรรมสถิตย์วราราม เข้าเขตอำเภอเมืองฯ จะพ้นทิวทัศน์ป่าจากไปออกปากอ่าว พบเห็นต้นลำพูเป็นระยะๆ เรื่อยไป หากมาในเวลากลางคืนจะเห็นหิ่งห้อย ซึ่งชอบเกาะต้นลำพูมาก ละแวกนี้เราจะเห็นชีวิตชาวประมงออกเรือหาปลา ทำโพงพางดักปลา และเพาะเลี้ยงปลากะพงขาวอยู่ในกระชัง

 

จุดนี้เองสามารถวกเรือกลับเข้าคลองอัมพวาได้คลองนี้มีวัดสำคัญคือวัดจุฬามณี ตรงเชิงสะพานหน้าวัดเคยขุดพบเรือโบราณ 2 ลำ และนำไปเก็บไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 1 ลำ คลองนี้เป็นคลองที่มีตำนานเกี่ยวกับรัชกาลที่ 1 เมื่อครั้งยังเป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี พอกรุงศรีฯ แตกได้หลบพม่าเข้ามาอยู่บ้านเดิมของครอบครัวคุณนาคผู้เป็นภรรยา ซึ่งต่อมาคือพระบรมราชินีของต้นราชวงศ์จักรี

 

การเดินทาง

 

ทางรถยนต์: จากสามแยกบางปะแก้วไปตามถนนสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) ผ่านสีแยกมหาชัย-นาเกลือประมาณหลักกิโลเมตรที่ 64 มีทางแยกขวามือเข้าตัวเมืองสมุทรสงครามประมาณ 1 กิโลเมตร

 

รถโดยสารประจำทาง: บริษัทขนส่ง จำกัด บริการเดินรถกรุงเทพฯ-สมุทรสงครามทุกวัน จากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ถนนบรมราชชนนี ติดต่อสอบถามรายละเอียดที่โทรศัพท์ (02) 435-5031 (รถปรับอากาศ) และโทรศัพท์ (02) 435-5558 (รถธรรมดา)

 

ทางรถไฟ: มีรถดีเซลรางออกจากสถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ทุกวัน สายวงเวียนใหญ่ (กรุงเทพฯ-มหาชัย) จังหวัดสมุทรสาคร (ระยะทาง 33.5 กิโลเมตร) แล้วข้ามเรือแม่น้ำท่าจีนไปต่อรถไฟที่สถานีบ้านแหลม จังหวัดสมุทรสาคร (ระยะทาง 33.1 กิโลเมตร) อีกทอดหนึ่ง สอบถามรายละเอียดได้ที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ โทรศัพท์ (02) 465-2017

 

ทางน้ำ: จังหวัดสมุทรสงครามมีแม่น้ำแม่กลองไหลผ่านทั้ง 3 อำเภอ เป็นระยะทาง 20 กิโลเมตร ไหลลงสู่อ่าวไทยที่ปากอ่าวแม่กลองตามรายทางมีคลองแยกออกจากลำน้ำมากว่า 300 คลอง การคมนาคมในจังหวัดใช้เรือเป็นหลัก ได้แก่ เรือยนต์ เรือหางยาว เรือแจว เส้นทางน้ำมีดังนี้…

1. จากจังหวัดสมุทรสงคราม-ราชบุรี ใช้แม่น้ำแม่กลองเป็นเส้นทางคมนาคม
2. จากจังหวัดสมุทรสงคราม-อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ใช้เส้นทางทะเลเป็นเส้นทางคมนาคม
3. จากสมุทรสงคราม-กรุงเทพฯ

 

แต่เดิมนั้นขนส่งสินค้าโดยใช้ลำคลองเป็นหลัก เช่น คลองแม่กลอง คลองภาษีเจริญ ปัจจุบันใช้เรือเดินทะเลขนส่งสินค้าขึ้นตามแม่น้ำเจ้าพระยาทุกวัน หากประสงค์จะเดินทางขึ้นล่องกรุงเทพฯ-สมุทรสงครามตามลำคลองเพื่อชมบรรยากาศสองฟากฝั่งน้ำ สามารถทำได้ แต่ต้องว่าจ้างเรือกันเอง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง ซึ่งนานกว่าการเดินทางโดยรถยนต์ที่ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น