สุพรรณบุรี มีมากกว่าหอคอย



 

สุพรรณบุรี มีมากกว่าหอคอย
มาถึงตัวเมืองสุพรรณฯ คนส่วนใหญ่มักมุ่งมาที่หอคอยสูง ๑๒๓.๒๕ เมตร ซึ่งตั้งอยู่ในสวนเฉลิมภัทรราชินี เพราะนี่คือสัญลักษณ์ของตัวเมือง และบนหอคอยบรรหาร-แจ่มใสก็เป็นมุมที่ทำให้เรามองเห็นสุพรรณบุรีได้อย่างเต็มตา
สุพรรณบุรีคือเมืองแห่งท้องทุ่งโดยแท้ เพราะนอกจากบริเวณใจกลางเมืองที่ระเรียงด้วยกลุ่มอาคารแล้ว รอบ ๆ คือทุ่งนาเขียวขจี บ่งบอกถึงความสมบูรณ์ของเมืองอู่ข้าวอู่น้ำอย่างชัดเจน สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อลังการที่เห็นเด่นชัดจากมุมมองบนหอคอยคือพิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร ซึ่ง ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการให้สร้างขึ้นในบริเวณศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสุพรรณบุรี เพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบ ๓๐ ปี ไทย-จีน โดยจะนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของจีนซึ่งอีกไม่นาน เราคงได้เดินเข้าไปชมนิทรรศการต่าง ๆ ภายในตัวมังกรยักษ์นี้
ลงจากหอคอยในช่วงแดดร่มลมตก ลองมาเลียบ ๆ เคียง ๆ เที่ยวสวนน้ำสไลเดอร์ในสวนเฉลิมภัทรราชินี ยามเย็นเช่นนี้สวนน้ำสดใสด้วยบรรดาเด็ก ๆ ที่กระโดดน้ำตูม ๆ บ้าง ทิ้งตัวลงมาจากรางสไลเดอร์บ้าง เรียกว่าที่นี่เป็นแหล่งบันเทิงยามเย็นของคนสุพรรณฯ ก็ว่าได้ ครั้นพอเย็นย่ำ ยังได้ดูน้ำพุดนตรี ซึ่งทุกวันนี้น้ำพุมีสีสันละลานถึง ๗ สี ผุดพุ่งจากพื้นตามจังหวะดนตรีได้อย่างน่าชม

 

 



นอกจากสวนเฉลิมภัทรราชินีแล้ว วัดวาอารามภายในเมืองสุพรรณฯ ก็เป็นสถานที่สำคัญที่มาถึงเมืองนี้แล้วไม่ควรผ่านเลย เช่น วัดพระรูป ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปไสยาสน์ที่มีพระพักตร์งามมากองค์หนึ่งในเมืองไทย รวมทั้งยังมีพระพุทธบาทไม้ชิ้นเดียวในเมืองไทยเก็บรักษาไว้บนศาลาการเปรียญอีกด้วย ถัดไปอีกหน่อยก็คือวัดประตูสาร ซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างหลวงจากเวียงจันทน์อยู่ในโบสถ์เก่าอีกวัดสำคัญซึ่งอยู่นอกเมืองออกไปหน่อยคือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เจดีย์ทรงปรางค์ที่ตั้งโดดเด่นอยู่ในวัดนี้มีอายุไม่ต่ำกว่า ๖๐๐ ปี เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ รวมทั้งเป็นกรุพระผงสุพรรณ หนึ่งในเบญจภาคี ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์และคุณค่าอันประมาณมิได้ บนเส้นทางเดียวกันกับวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ยังมีวัดสำคัญ คือ วัดแค วัดพระลอย วัดหน่อพุทธางกูร และวัดพระนอน ที่ล้วนมีเรื่องราวของสุพรรณฯ ในวันเก่าก่อนบอกเล่าผ่านโบราณวัตถุและสิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นจากศรัทธาของผู้คน
โพธ์พระยาต้องมายามเย็นค่ำ ยิ่งบ่ายจัดยิ่งดีกับการเดินทางมาเยือนบ้านโพธิ์พระยา เพราะตลาดสดริมน้ำแห่งนี้จะคึกคักตั้งแต่ ๔ โมงเย็นเป็นต้นไป ด้วยผู้คนออกมาจับจ่ายกับข้าวกับปลากลับไปกินที่บ้าน ปัจจุบัน สำนักงานการท่องเที่ยวสุพรรณบุรีกำลังส่งเสริมให้ตลาดน้ำโพธิ์พระยาเติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของจังหวัด

 

 

ผละจากตลาดริมน้ำข้ามถนนไปยังฝั่งตรงข้าม จุดหมายอยู่ที่วัดพร้าว ซึ่งตั้งอยู่เหนือเขื่อนประตูน้ำโพธิ์พระยาภายในวัดมีวิหารหลังคาซ้อนหลั่นเป็นทรงสามเหลี่ยม คล้ายวิหารในวัดพม่า สำหรับคนชอบชมของเก่า ก็มีเสาอัดใบลานโบราณที่ไวยาวัจกรวัดเดินเข้ามาบอกอย่างภูมิใจว่า “เหลืออยู่ต้นเดียวในเมืองไทยก็ที่วันนี้นี่แหละ”
นอกจากนี้ ในวัดพร้าวยังเป็น “ถิ่นค้างคาวลือเลื่อง” โดยบรรดาค้างคาวแม่ไก่ตัวใหญ่พากันมาห้อยหัวเกาะกิ่งต้นหว้าด้านหลังวัดเป็นกลุ่มก้อนดำพรืด ครั้นเย็นย่ำใกล้ค่ำมืดก็ค่อยมีชีวิตชีวา ตื่นขึ้นมาบินพึ่บพั่บเป็นทิวแถวออกไปหาอาหาร ทำให้วัดพร้าวกลายเป็นจุดชมค้างคาวอีกแห่งของเมืองไทยไปโดยไม่ต้องสงสัย ศรีประจันต์ตามรอยวันเก่าของท่านเจ้าคุณฯ อีกตลาดเก่าแก่ที่ยังคงบรรยากาศเรียบง่าย คือตลาดศีประจันต์ ที่เติบโตจากการเป็นท่าเทียบเรือ ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมาเป็นตลาด แม้จะผ่านกาลเวลามาราว ๑๐๐ ปีแล้ว ความคึกคักก็ยังคงมีอยู่