เสน่ห์เมืองจันท์ ไม่มีวันจาง



 

เสน่ห์เมืองจันท์ ไม่มีวันจาง
จันทบุรี เป็นเพียงไม่กี่จังหวัดในประเทศไทยที่ปลอดจากโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้น คนที่ไปเที่ยวในเมืองจันท์สามารถสูดอากาศบริสุทธิ์ได้เต็มปอดและเมืองจันท์ มีแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่หลากหลายทั้งภูเขา ทะเล น้ำตก รวมถึงโบราณสถาน!
สถานที่แรกคือ โบสถ์คาทอลิก หรือ อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ตั้งอยู่บนถนนสันติสุข โบสถ์แห่งนี้มีประวัติการก่อสร้างยาวนานถึง 300 ปี และอยู่คู่กับชุมชนชาวคริสต์จันทบุรีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบโกธิค ภายในตกแต่งด้วยกระจกสีที่เรียกว่า สเตนกลาส เป็นภาพนักบุญต่าง ๆ อายุอานามก็รวมกว่า 100 ปี แต่สีสันยังเด่นชัด ไม่ลอกหรือลบเลือน และโบสถ์แห่งนี้ยังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามที่สุดในเอเชีย และความที่ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 100 ปี ของโบสถ์ ชาวคริสต์จันทบุรี จึงจัดสร้างรูปหล่อพระนางมารีอา ทำด้วยทองคำขาวน้ำหนัก 76 กก. สูง 1.20 เมตร ประดับด้วยพลอย 20,000 กะรัต จำนวน พลอย 200,000 เม็ด ซึ่งพลอยทั้งหมดมาจากความตั้งใจของผู้มีจิตศรัทธาของจังหวัดจันทบุรีบริจาค ร่วมกัน ประดิษฐานไว้ให้ประชาชนได้สักการะและชื่นชมความงดงาม

 

 



นอกจาก โบสถ์เก่าแก่ จันทบุรี ยังเป็นเมืองที่ผสมผสานทางวัฒนธรรมของไทย จีน และญวนไว้ได้อย่างลงตัว และเนื่องจากเมืองจันท์เคยถูกฝรั่งเศสยึดครองเมื่อ 100 กว่าปีที่ผ่านมา จึงทำให้บ้านเรือนของชุมชนแห่งนี้ยังคงมีกลิ่นอายของชาวยุโรปอยู่หลายหลัง แม้ว่าเวลาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ผู้คนในชุมชนนี้ก็ยังคงใช้วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมบนสังคมสมัยใหม่ได้เป็น อย่างดี ดังนั้น ทางจังหวัดเลยมีไอเดียจัดให้ถนนเส้นนี้เป็นเส้นการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ด้วยการทำเส้นทางเดินให้เดินผ่านตัวบ้านไม้เรือนเก่าสีสันงดงามตลอดเส้นทาง ส่วนบ้านไหนที่มีความสำคัญหรือเป็นประวัติศาสตร์ของชุมชน ก็จะมีประวัติของเจ้าของบ้านติดให้ได้ศึกษากัน ทำให้การเดินทัวร์ชุมชนแห่งนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนานและได้ความรู้ หรือหากอยากสัมผัสกับความงดงามของธรรมชาติ ช่วงนี้คนเมืองจันท์เขาก็ภูมิใจนำเสนอ สถานีพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 2 (ท่าสอน จันทบุรี) เพราะมีฝูงเหยี่ยวแดงนับพันตัวบินโฉบลงมากินปลาทะเล กับเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร มีจุดให้ชมพระอาทิตย์ ตกดินที่สวยงาม ซึ่งสามารถเดินทางเข้าไปชมหิ่งห้อยนับแสนตัว ที่อาศัยอยู่บนต้นโกงกาง ลำพู และแสม
การมาชมหิ่งห้อยที่นี่ มีทางเลือก 2 แบบ จะเดินเท้าเข้าไประยะทางกว่า 2 กิโลเมตร หรือจะเลือกปั่นจักรยานก็ได้ตามแต่อัธยาศัย และด้วยแสงไฟจากหิ่งห้อยจำนวนมากนั้น ในช่วงเวลาใกล้ส่งท้ายปีเก่า ก็อาจทำให้รู้สึกเหมือนกำลังดูต้นคริสต์มาสที่ระยิบระยับไปด้วยแสงไฟ แต่ที่นี่จะเปิดให้เข้าชมเพียง 7 เดือนต่อปีเท่านั้น คือประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี เพื่อให้ป่าและหิ่งห้อยได้พักฟื้นตัว นี่ยังไม่นับเหมืองเก่า ขุนเขา ชายหาด น้ำตก ฯลฯ แค่นี้ก็มากพอที่จะบอกว่า “เสน่ห์เมืองจันท์” ไม่มีวันจางไปง่าย ๆ ขอเพียงแต่ออกไปค้นหาให้เจอ…ก็พอ