เดินเที่ยว พิพิธภัณฑ์ของปลอม



 

เดินเที่ยว…พิพิธภัณฑ์ของปลอม

 

แม้ว่าที่ผ่านมา จะมีการจับกุมทั้งผู้ผลิตและผู้ขายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์มากมาย แต่กวาดล้างเท่าไรก็ไม่เคยหมดไปจากสังคมไทย บริษัทติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด สำนักงานกฎหมายชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีสาขาอยู่ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดภูเก็ตของประเทศไทย จึงได้จัดตั้ง “พิพิธภัณฑ์สินค้าปลอมและสินค้าเลียนแบบ” ขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคและผู้ประกอบการทั้งหลายได้ทราบข้อมูลที่น่าสนใจ และตระหนักถึงผลกระทบและความเสียหายจากการปลอมแปลงสินค้า
ที่มาของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนที่คุณเดวิด ไลแมน หุ้นส่วนอาวุโสของบริษัท เดินทางไปเยี่ยมชมสำนักงานนักสืบ CTS ของนายแอนโธนี อาร์. กูร์คา บนเกาะฮ่องกง แล้วได้เห็นการจัด แสดงสินค้าลอกเลียนลิขสิทธิ์ จึงเกิดความคิดนำสินค้าปลอมที่ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ เก็บรักษาไว้ซึ่งไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรมาจัดแสดง เพื่อเป็นความรู้แก่สาธารณะชน จึงได้กลับมาการือกับเจ้าหน้าที่แผนกทรัพย์สินทางปัญญาของสำนักงาน และก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สินค้าปลอมและสินค้าเลียนแบบของ ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ ขึ้นในปี พ.ศ. 2532

 



 

แรกเริ่มสินค้าที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์มีเพียง 4 ประเภท ได้แก่ เสื้อผ้า เครื่องหนัง เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลกโทรนิค และเครื่องสำอาง แต่ในระยะเวลาไม่นานสินค้าเลียนแบบก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จาก 4 ประเภท กลายเป็น 13 ประเภทโดยทางพิพิธภัณฑ์นำตัวอย่างสินค้าจริงมาวางเปรียบเทียบคู่กับสินค้าปลอม ซึ่งสินค้าบางอย่างที่คนทั่วไปนึกไม่ถึงว่าจะมีการนำมาปลอม อย่างเช่นลูกแม็กหรือเครื่องเขียนที่ราคาขายเพียงชิ้นละไม่กี่บาทแต่ก็ยังพบว่า มีการทำปลอมขึ้นมา ก็มีจัดแสดงอยู่ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เช่นกัน
นอกจากได้เห็นของปลอมที่จัดแสดงแล้ว การมาเยี่ยมชมพิพิธภัฑ์แห่งนี้ยังทำให้เราได้ความรู้เกี่ยวกับบทลงโทษ ที่แม้ว่าในประเทศไทยจะยังไม่มีบทลงโทษสำหรับผู้บริโภค แต่กลุ่มประเทศใน สหภาพยุโรปได้เริ่มกวดขันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะมีบทลงโทษผู้นำเข้าหรือถือสินค้าละเมิดฯ เข้าประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ส่วนโทษของบ้านเรา สำหรับการปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น ซึ่งมีการจดทะเบียนไว้ในราชอาณาจักรคือ จำคุก ไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับโทษที่เลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่น คือจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 2 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ โดยการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาไม่ได้มีแต่เครื่องหมายการค้า แต่ยังรวมไปถึงเรื่องลิขสิทธิ์และสิทธิบัตรด้วย
ฟังดูแล้วก็น่าใจหาย ที่ประเทศไทยติดอยู่ในลำดับเป็นประเทศที่ ต้องจับตามองเป็นพิเศษเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามา 3 ปีซ้อนแล้ว คนไทยมีทั้งความคิดมีทั้งฝีมือ หากเอาสิ่งเหล่านี้ มาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ คนไทยก็คงจะได้ทั้งความภาคภูมิใจและ สังคมก็จะได้สิ่งใหม่ ๆ ที่ดีกว่าของที่มีอยู่เดิม