ททท.เปิดแคมเปญ \’\’เที่ยวหัวใจใหม่\’\’



 

 

ททท. โหมแคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” ส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาดในประเทศ กระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวเรื่องการมีจิตสำนึกของการท่องเที่ยวที่ ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์วัฒนธรรม …



นายประกิตติ์ พิริยะเกียรติ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.มีแผนสร้างการรับรู้แคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวตลาด ในประเทศ ช่วง 3 ปีนับจากนี้ (2554-2556) ภายใต้โครงการ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน”

โดยปีแรกใช้งบ 20 ล้านบาท ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ 12 ล้านบาท พร้อมหนังโฆษณา 4 ตอน สื่อสิ่งพิมพ์ ออนไลน์ และป้ายบิลบอร์ด และการสร้างกิจกรรม อีก 8 ล้านบาท เช่น การจัดทำรถโมบาย เข้าไปใน 17-18 จังหวัดท่องเที่ยว รวมถึงการทำงานผ่าน 35 สำนักงาน ททท.ภายในประเทศ จัดเป็นนิทรรศการต่างๆ เริ่มตั้งแต่ พ.ค.นี้ พร้อมกับการจัดสัมมนาสร้างความรู้ให้คนในพื้นที่ได้ดูแลแหล่ง ท่องเที่ยวต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นให้คนไทยตื่นตัวเรื่องการมีจิตสำนึกของการท่อง เที่ยวที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม อนุรักษ์วัฒนธรรม

ทั้ง นี้ ต้องยอมรับว่าการเดินทางท่องเที่ยวมีผลกระทบทั้งด้านบวกและลบ กับสิ่งแวดล้อม ททท.จึงเห็น ว่าควรสร้างลักษณะนิสัยของคนไทยได้ตระหนักในเรื่องนี้

สอด คล้องกับนโยบายของ ททท. ในโครงการ 7 Green และสอดคล้องกับเทรนด์การท่องเที่ยวโลก ซึ่งไทยถือเป็นประเทศแรกในเอเชียที่เริ่มรณรงค์การท่องเที่ยวแบบ ยั่งยืน ส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี เพราะนักท่องเที่ยวจากยุโรปซึ่งใส่ใจเรื่องนี้มากก็จะเลือก เดินทางเที่ยวใน ประเทศที่ตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม

“การท่อง เที่ยวก่อให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเสื่อม โทรม แต่หากรู้จักวิธีของการท่องเที่ยวที่ดี ก็จะไม่ให้แหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ เสื่อมโทรมลงหรือเสื่อมโทรมให้น้อย ที่สุด จะได้มีแหล่งท่องเที่ยวไว้ให้คนรุ่นหลังๆได้เที่ยวต่อไป ในอนาคต อีกทั้งยังช่วยรักษาสภาวะแวดล้อม”

ผู้สื่อ ข่าวรายงานว่า กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้สำรวจแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยกว่า 2,100 แห่ง ในที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรมแล้ว 400-500 แห่ง และอีกถึง 200 แห่ง ต้องเร่งเข้าไปปรับปรุงดูแลอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นใน อนาคตแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้ก็จะหายไป ทำให้ไทย มีจำนวนแหล่งท่องเที่ยวลดลง เท่ากับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทยลดลงด้วย.