หลวงพระบาง ยัง…สะบายดี



 

หลวงพระบาง ยัง…สะบายดี
เครื่องบินแบบใบพัดเอทีอาร์ 72-500 ของบางกอกแอร์เวย์สค่อย ๆ ลดระดับลงจนเผยให้เห็นทิวเขาเขียวขจีภายใต้หมู่เมฆที่ปกคลุมตัดกับสีชาเย็น ของแม่น้ำโขงหรือล้านช้างที่ไหลลัดเลาะไปตามช่องเขา ก่อนจะเริ่มบินอยู่เหนือเขตเมือง หลวงพระบาง เมืองเล็ก ๆ ที่แทรกตัวอยู่ตรงที่ราบปากแม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง
หลวงพระบาง เป็นอดีตเมืองหลวงในสมัยอาณาจักรล้านช้างตั้งแต่สมัยสถาปนาอาณาจักร แต่เดิมมีชื่อว่าเมืองชวา และเมื่อ พ.ศ. 1300 ขุนลอ ซึ่งถือเป็นปฐมกษัตริย์ลาวได้ทรงตั้งเมืองชวาเป็นราชธานีของอาณาจักรล้าน ช้างและได้เปลี่ยนชื่อเมืองใหม่ว่าเชียงทอง
ชื่อ หลวงพระบาง ได้มาจากการที่พระโพธิสารราชเจ้าพระองค์ได้อาราธนาพระบาง ซึ่งเดิมประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงคำ ขึ้นมาประดิษฐานอยู่ที่เมืองเชียงทอง จึงเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่จวบจนปัจจุบัน
แม้ที่นี่จะได้ชื่อว่าเป็นเมืองเก่าแก่โดยมีวัดเป็นศาสนสถานสำคัญกระจายอยู่ทั่วเมือง แต่เพราะการสู้รบที่มาเยือนถึงเมืองในหุบเขาแห่งนี้ ทำให้มีเพียง วัดเชียงทอง ที่ถูกใช้เป็นศูนย์บัญชาการในครั้งนั้นเพียงแห่งเดียว ที่เป็นวัดเก่าแก่ที่ไม่ถูกเผาทำลาย นักโบราณคดีถึงกับยกย่องว่าวัดเชียงทองเป็นดั่งอัญมณีแห่งสถาปัตยกรรมลาว โดยมีพระอุโบสถหลังคาแอ่นโค้งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะ หลวงพระบาง
ขณะที่ วัดวิชุนราช เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบาง แต่สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของวัดนี้คือ พระธาตุหมากโม ที่มีเจดีย์คล้ายแตงโมผ่าครึ่งเป็นทรงโอคว่ำ ยอดพระธาตุมีลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย

 

 



ส่วน พระธาตุพูสี ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาพูสีใจกลางเมือง หลวงพระบาง เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมือง หลวงพระบาง ได้โดยรอบ และเห็นสายน้ำโขงที่ไหลผ่าน โดยมีบันไดขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตรงข้ามพระราชวัง 328 ขั้น ที่มีต้นจำปา ดอกไม้ประจำชาติลาว หรือที่บ้านเราเรียกว่าต้นลั่นทมเรียงรายอยู่สองข้างทาง
เพราะความที่มีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย ประกอบกับตึกรามบ้านช่องสไตล์โคโลเนียลตั้งแต่สมัยยุคอาณานิคม ทำให้อดีตเมืองหลวงแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกของมวลมนุษยชาติ เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2538 และนับตั้งแต่นั้นการก่อสร้างใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลังจะต้องได้รับอนุญาตจากองค์การยูเนสโกก่อนทุกครั้ง โดยตึกจะสูงได้ไม่เกิน 2 ชั้น

 

 

ถ้ำติ่ง เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่ในภูเขาลูกใหญ่ตระหง่านอยู่ริมน้ำโขงตรงข้ามบ้านปากอู แต่เดิมที่นี่เคยใช้เป็นที่สักการะบวงสรวงดวงวิญญาณ ผีฟ้า ผีแถน เทวดาผาติ่ง ต่อมาในสมัยพระเจ้าโพธิสารราชซึ่งเป็นยุคปฏิวัติความเชื่อของลาว ทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนาจึงนำเข้ามาเผยแพร่ และทรงใช้ถ้ำติ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา มีการค้นพบพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 18-19 กว่า 2,500 องค์ ส่วนใหญ่ทำขึ้นจากไม้ ส่วนหนึ่งทำด้วยเงินและทองคำ แต่ถูกลอกออกไปหมด ส่วนใหญ่เป็นพระยืนมีทั้งปางประทานพร และปางห้ามญาติ
สำหรับเรือลำอื่น ๆ อาจต้องใช้เวลาเดินทางทวนน้ำถึง 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่นาวาแม่โขงกลับใช้เวลาน้อยกว่าถึงหนึ่งชั่วโมง และยังใช้ช่วงเวลาขากลับให้เป็นประโยชน์ด้วยการรับประทานอาหารกลางวันพร้อม ชมวิวไปพลาง ๆ ได้ด้วย
บางกอกแอร์เวย์สมีเที่ยวบินตรงจากกรุงเทพฯ สู่ หลวงพระบาง ทุกวัน วันละเที่ยวบิน และจะเพิ่มเป็นวันละ 2 เที่ยวบินตั้งแต่ 28 ตุลาคมนี้ สอบถามที่โทร. 0-2265-5555 หรือ 1771