เกาะสีชัง … ที่ไม่น่าชัง



 

 

หลังจากที่เราได้ไปเที่ยวเกาะทะลุ ทางชายฝั่งด้านภาคตกของประเทศไทย กันมาแล้ว คราวนี้กระปุกไกด์ก็ขอพาไปเที่ยวเกาะสงบๆ อีกแห่ง ทางฝั่งตะวันออก ของประเทศไทย กันบ้าง แถมใกล้นิดเดียว เดินทางเพียง 3 ชั่วโมงเราก็จะได้ไปเหยียบ ผืนเกาะแห่งนี้กัน สบายๆ เลย…

เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชา ประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ และเป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยว ในบรรยากาศแบบ ท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ แหล่งชุมชนเกาะสีชังอยู่ทาง ด้านตะวันออกของเกาะ เป็นที่ตั้งของท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) และเป็นสถานที่สำหรับเริ่มต้น การเดินทางด้วยรถสามล้อเครื่องหรือ “สกายแล็ป” (รถที่คล้ายรถตุ๊กๆ แต่มีขนาดกว้าง และยาวกว่า) ไปยังจุดอื่น ๆ บนเกาะสีชัง และแม้เกาะสีชังจะไม่มีชายหาดสวยงามลือชื่อ เหมือนกับเกาะแก่งอื่นๆ ของเมืองไทย แต่ทัศนียภาพก็งดงาม แถมมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่รอให้นักเที่ยวทั้งหลายไปเยือนกันด้วยนะ
จุดท่องเที่ยวบนเกาะสีชังมีมากมาย และที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อก็ได้แก่
พระจุฑาธุชราชฐาน (ท่าวัง)
เกาะสีชังถือเป็นเกาะประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของเมืองไทย เนื่องจากว่าในอดีตมีพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือรัชกาลที่ 4 ,รัชกาลที่ 5 , รัชกาลที่ 6 เสด็จมาประพาสพักผ่อน โดยเฉพาะรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชฐานบนเกาะขึ้นเป็นแห่งแรก เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน พร้อมพระราชทานนามว่า”พระจุฑาธุชราชฐาน” ตามพระนามของพระราชโอรสที่ประสูติบนเกาะแห่งนี้
พระจุฑาธุชราชฐาน อยู่ห่างจากท่าเทววงศ์ลงมาทางใต้ของเกาะเป็นจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีความสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง สิ่งที่น่าสนใจในพระราชฐานนี้นอกจาก อาคารพระจุฑาธุชราชฐาน ที่งดงามด้วยด้วยสถาปัตยกรรมไม้สไตล์เรือนขนมปังขิงแล้ว บริเวณรอบข้างก็ยังมี ตึกวัฒนาเป็นตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้า หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องเกล็ดเต่า ตึกผ่องศรี เป็นตึกแปดเหลี่ยมชั้นเดียว ตัวตึกทาสีขาวมี 9 ประตู ตึกอภิรมย์ ตึกสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่สร้างอย่างเรียบง่ายแต่ลงตัว
นอกจากนี้ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ได้แก่ สระน้ำ บ่อน้ำ สะพานท่าเทียบเรือ ประภาคาร และที่นี่ยังมีบ่อน้ำจืดที่ถูกค้นพบในสมัยรัชกาลที่ 5 อยู่ใกล้ๆ กันอีกด้วย

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ และมณฑปรอยพระพุทธบาท
ตั้งอยู่บนเขาห่างจากท่าเรือเทววงศ์ไปทางด้านเหนือของเกาะ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจนศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่นอกจากจะเป็นที่เคารพสักการะของคนสีชังแล้ว ยังเป็นที่สักการะที่ชาวต่างประเทศให้ความเคารพนับถือกันมาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน มีคนมาบวงสรวง กราบไหว้กันอย่างเนืองแน่น ส่วนมณฑปรอยพระพุทธบาทนั้น อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐาน ไว้บนยอดเขา ซึ่งเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลอันสวยงามได้โดยรอบ



ช่องเขาขาด หรือ ช่องอิศริยาภรณ์
อยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่ง เต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5 สำหรับท้องทะเลแถบนี้มีหาดหินก้อนกลมเกลี้ยงเป็นที่มา ของชื่อหาด ส่วนบริเวณช่องเขาขาดจะมีทางเดินสีขาว ทอดตัวยาวลงสู่ เบื้องล่างลดระดับไปตามไหล่เขา โดยทางเดินสายนี้ 2 ข้างทางประดับประดาไปด้วย ดวงไฟหงส์ไปจนสุดสาย และบริเวณนี้ยังเป็นแหล่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาตกปลากันเป็นจำนวนมาก

หาดถ้ำเขาพัง
เป็นชายหาดแห่งเดียวของเกาะ อยู่ทางด้านตะวันตก มีลักษณะเป็นชายหาดกว้าง สะอาดและสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ ถ้าอยากเล่นน้ำทะเล หรือ เตรียมตัวมาพักค้างแรม ควรมาพักที่หาดถ้ำพังแห่งนี้ ที่มีโค้ง หาดยาวเหยียดเป็นรูปวงพระจันทร์ หาดทรายขาว และ คลื่นลมแรง ทำให้ได้บรรยากาศของพักผ่อนตากอากาศ ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีร้านอาหารและที่พักให้บริการ บริเวณตอนเหนือของหาดเป็นแหลมชื่อว่า แหลมถ้ำพัง ซึ่งเป็นจุดชมวิวยามพระอาทิตย์ตก สำหรับขาลุยที่ชอบ การแค้มปิ้งกางเต็นท์ ก็สามารถลุยได้สบาย ไม่เสียค่าใช้จ่าย เสียเพียงค่าอาบน้ำจืดและเข้าห้องน้ำเพียงเท่านั้น การเดินทางท่องเที่ยว บางทีก็ไม่จำเป็นว่าต้องไปไกลๆ เสมอไปใช่ไหมคะลองให้เกาะสีชังเป็นตัวเลือกสำหรับการพักผ่อน ในวันสบายๆ ของคุณ ง่ายๆ ใกล้ๆ สะดวกสบาย แล้วคุณจะรู้ว่า เกาะสีชัง…ไม่น่าชังเหมือนชื่อสักนิดเลยค่ะ

การเดินทาง
โดยรถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางสายสุขุมวิท ผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอศรีราชาไปจนพบสี่แยกวังหิน จะพบป้ายไปอำเภอเกาะสีชังทางขวามือ ให้เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนสุรศักดิ์ 2 ตรงไปจนพบหอนาฬิกา แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนเจิมจอมพลถึงซอย 14 ซึ่งเป็นซอยแคบ ปากซอยมีป้ายเล็กๆ ชี้เข้าสู่ชุมชนชาวทะเลที่มีชื่อว่า “ท่าเรือจรินทร์” สามารถนำรถเข้าไปจอดได้ยังที่รับฝากรถซึ่งอยู่บริเวณท่าเรือ ค่าบริการสำหรับการจอดรถชั่วคราว 50 บาท และสำหรับการจอดค้างคืน 100 บาท โดยรถโดยสารประจำทาง สามารถขึ้นรถโดยสารที่สถานีขนส่งเอกมัย มีทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ ไปลงที่ศรีราชา ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 – 2 ชม. เมื่อถึงศรีราชาแล้วไปลงเรือที่ท่าเรือ ศรีราชา ซึ่งมีเรือโดยสารให้บริการตลอดทั้งวัน เมื่อถึงศรีราชาแล้ว ต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างค่าบริการประมาณ 15 บาท หรือรถตุ๊กๆ ซึ่งคิดค่าบริการประมาณ 30 บาท ไปลงเรือที่ท่าเรือจรินทร์
จากนั้นต่อเรือเมล์ศรีราชา-สีชัง จากท่าเรือ จรินทร์ใน อ.ศรีราชา ไปยังเกาะสีชัง โดยเรือจะออกจากเกาะสีชังที่ท่าล่าง (ท่าเทววงศ์) ก่อน แล้วจึงไปแวะจอดที่ท่าบน(ท่าภานุรังษี) อัตราค่าโดยสาร คนละ 40 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที เรือออกจากฝั่งศรีราชาเวลา 06.00-20.00 น. ส่วนเรือออกจากเกาะสีชังเวลา 06.00-18.00 น. โดยมีเรือออกทุกๆ ชั่วโมง

การเดินทางท่องเที่ยวบนเกาะ
เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชังอยู่ห่างกันพอสมควร การเช่ารถสามล้อเครื่องจากท่าเทียบเรือไปชมสถานที่ต่าง ๆ จะสะดวกมาก ซึ่งใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษก็เที่ยวได้ทั่วเกาะ ค่าเช่ารถสามล้อเครื่อง คิดเป็นรอบ ๆ ละประมาณ 150 – 250 บาท

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

เกาะขามใหญ่ อยู่ด้านหน้าเกาะสีชัง ห่างจากเกาะสีชังไปประมาณ 5 นาที เรือโดยสารที่ไปเกาะสีชังจะแวะจอดที่เกาะขามใหญ่ บนเกาะเป็นหมู่บ้านชาวประมง มีบริการที่พักรับรองนักท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ ซึ่งมีกิจกรรมตกปลา หาหอยนางรมและตกปลาหมึก

เกาะท้ายค้างคาว เป็นเกาะเล็ก ๆ ด้านทิศใต้ของเกาะสีชัง มีหาดทรายและปะการัง สามารถนั่งเรือจากท่าเทววงศ์ไปประมาณครึ่งชั่วโมง ค่าเช่าเรือประมาณ 800 บาท บนเกาะมีที่พักบริการ

 

สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับเกาะสีชังเพิ่มเติมได้ที่ ททท. ภาคกลางเขต 3 โทร 0-3842-7667, 0-3842-875