ล่องแม่แตง-แก่งปิดท้าย รับสายลมหนาว



 

ล่องแม่แตง-แก่งปิดท้าย รับสายลมหนาว

 



 

สัปดาห์นี้ยังอยู่ที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ หลังจากชวนไปเที่ยวชมธรรมชาติกันที่ปางช้างแม่ตะมาน ยังมีอีกกิจกรรมที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว คือการล่องแก่งลำน้ำแม่แตง อันแทบจะเป็นตำนานแห่งการล่องแก่งเมืองไทยก็ว่าได้ ถึงช่วงนี้จะเลยมาเข้าหน้าหนาวแล้ว แต่ลำน้ำแม่แตงยังพอมีน้ำให้ล่องแก่งกันได้ เป้าหมายครั้งนี้ อยู่ที่บ้านสบก๋าย แหล่งท่องเที่ยวนั่งช้างล่องแก่ง ที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

 



 

กว่าที่จะมาเป็นลำน้ำแม่แตง สายน้ำสำคัญสายหนึ่งของแม่ปิง มีจุดก่อเกิดและการเดินทางยาวไกล สายน้ำแม่แตงเกิดมาจากภูดอยสูงที่เป็นแนวเดียวกับเทือกดอยเชียงดาว ต้นธารน้ำเป็นฝั่งเขาติดชายแดนพม่าที่ย่าน "หลักแต่ง" เขตปักปันเขตแดนสองประเทศที่ชัดเจน แล้วสายน้ำจึงไหลลงทางฝั่งไทย รวมกับลำห้วยลำธารสายเล็กสายน้อย ก่อนที่จะไหลมารวมกับน้ำปิง เป็นระยะทาง 135 กิโลเมตร สายน้ำอันก่อเกิดจากย่านหลักแต่ง อาจเป็นที่มาของชื่อที่เพี้ยนมาเป็น "แตง" และใส่คำว่า "แม่" ตามความเชื่อของคนไทยที่สำนึกบุญคุณแม่น้ำลำธารสำคัญเท่ากับ "แม่" เป็นที่มาของคำว่าแม่แตง ตลอดเส้นทางสู่บ้านสบก๋าย ผ่านปางช้างหลายแห่ง ถนนที่แล่นเลียบลำน้ำบางช่วงขึ้นไปบนเนิน มองลงมาเห็นหาดทราย สายน้ำและทิวทัศน์ที่สวยงาม สองข้างทางสะพรั่งด้วยดอกบัวตอง

 

มาถึงจุดเริ่มล่องแก่ง ที่บ้านสบก๋าย "ก๋าย" หมายถึงการผ่าน(แซง หรือปาดหน้า) สบก๋ายเป็นจุดที่ลำธารน้ำสายเล็กสายหนึ่ง ไหลลงมาบรรจบกับน้ำแม่แตง

 

 



การล่องแก่งในลำน้ำแม่แตงนั้น แทบจะเป็นการล่องแก่งแรกๆ ในบ้านเราก็ว่าได้ ตั้งแต่การล่องด้วยแพไม้ไผ่ ที่หวาดเสียวและค่อนข้างอันตราย ต้องใช้ทักษะในการล่องอย่างมาก มาเป็นการล่องด้วยเรือยางและอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยอย่างเต็มที่ แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใด ทำไปทำมาการล่องแก่งที่แม่แตงในปัจจุบันมักจะมีเพียงคนต่างชาติที่ไปสนุกกันเท่านั้น

 

บ้านสบก๋ายมีการล่องแก่งอยู่สองแบบคือการล่องแพไม้ไผ่มาจากด้านเหนือน้ำ จนกระทั่งมาสิ้นสุดที่บ้านสบก๋าย เพราะนับจากบ้านสบก๋ายลงไปนั้น แก่งน้ำใหญ่จะไม่เหมาะกับการล่องแพไม้ไผ่ เหมาะกับการล่องเรือยาง บรรดาแพไม้ไผ่ที่ล่องมา ก็จะถูกขายต่อให้ชาวบ้าน นำไปแปรรูปเอาไปทำประโยชน์อย่างอื่นต่อไป น้อยมากที่จะขนแพกลับไปล่องลงมาใหม่

 

เช่นเดียวกับการล่องแก่งทั่วไป ก่อนเริ่มจะมีการอธิบายถึงวิธีการใช้อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือ ระบบความปลอดภัย รวมทั้งวิธีการบังคับเรือ เส้นทาง จากนั้นให้ลงไปซ้อมพายในที่น้ำตื้นให้คุ้นเคย ก่อนจะเริ่มลุยกัน ตลอดเส้นทางคนคัดท้าย ซึ่งเป็นคนของบริษัททัวร์จะเป็นคนที่สำคัญที่สุด ขณะที่นักท่องเที่ยวทำหน้าที่พลพาย คอยทำตามที่คนคัดท้ายสั่ง เช่น เดินหน้า ถอยหลัง พายซ้าย พายขวา

 

แก่งแม่แตงความยากอยู่ในระดับ 4+ จากระดับความยากสูงสุดคือระดับ 5 ระยะทางตลอดเส้นทางประมาณ 9 กิโลเมตร มีแก่งใหญ่ๆ อยู่ 5-6 แก่ง และแก่งเล็กแก่งน้อยตลอดเส้นทาง เช่น แก่งฝางเกาะ มีก้อนหินใหญ่ขวางทางน้ำ บีบให้น้ำไหลเป็นตัวเอส(S) หรือแก่งดรากอนที่โค้งคดราวมังกรเลื้อย น้ำไหลแรงแทบไม่ต้องพาย แต่ต้องคัดท้ายให้ดี บางครั้งที่ไม่ได้ระวังตัวอาจจะหลุดพลัดลงน้ำเชี่ยว

การล่องแก่ง มักเสร็จสิ้นไม่เกิน 3 ชั่วโมง ถ้ารวมเวลาเดินทางไปกลับจากตัวเมืองด้วยก็จะราวๆ 5 ชั่วโมง โปรแกรมของบริษัทท่องเที่ยว มักจะเสร็จสิ้นในช่วงเวลาอาหารกลางวัน บริษัท Third Eyes Travel ที่นำไปครั้งนี้ มีอาหารให้รับประทานที่กระท่อมไม้ไผ่ริมน้ำ มองเห็นสายน้ำแม่แตงไหลอยู่เบื้องล่าง อร่อยกับอาหารพื้นเมืองและประทับใจกับบรรยากาศริมน้ำ มองไปรอบๆ เห็นทำเลที่พัก แบบกระท่อมไม้ไผ่ และสนามหญ้าริมน้ำท่าแพน่ากางเต็นท์พักแรม

 

 

 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต

 



แนะนำ