เที่ยวรถไฟไปอรัญฯ



 

 

เที่ยวรถไฟไปอรัญฯ
สายลมเย็นปะทะผิว แรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากรางและล้อรถ รวมไปถึงเสียงระฆังสัญญาณระหว่างสถานี ช่วยรีดอาการสลึมสลือของใครหลายคนที่ต้องฝืนตารางเวลาตัวเองตื่นขึ้นมาให้ทันรถไฟเที่ยวแรกของวันได้เป็นอย่างดี
แม้จะมีเพียงที่นั่งชั้น 3 แต่รถไฟสายกรุงเทพฯ – อรัญประเทศ ก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างซื่อตรงมากว่า 83 ปีแล้ว บนระยะรางกว่า 260 กิโลเมตรสุดชายแดนเบื้องบูรพา ภาพเรือกสวนไร่นาสีเขียวขจี สลับฉากวิถีชีวิตชุมชนเกษตรกรรม ยังกลายเป็น “ของหวาน” ทางอารมณ์ให้ผู้พิศมัยจังหวะจะโคนบนไม้หมอนได้นั่งละเลียดระหว่างทางไปไม่รู้เบื่อ
รถไฟขบวน “นำร่อง” ที่จัดโดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการท่องเที่ยวโดยรถไฟ ซึ่งมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่สถานีอรัญประเทศในจ.สระแก้ว เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว และเปิดเส้นทางใหม่ๆ ให้กับสำหรับผู้ที่มีเข็มทิศอยู่ในหัวใจอีกด้วย



อรัญประเทศ เดิมเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดปราจีนบุรี ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสระแก้วซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งขึ้นมาใหม่ภายหลัง อรัญประเทศเป็นอำเภอชายแดนทางด้านตะวันออกของไทยมีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา แต่เดิมมีชื่อว่า บ้านหินแร่ ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเมืองในรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เมื่อ พ.ศ. 2393 ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่7)

 

 

สถานที่ท่องเที่ยวของที่นี่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่ “ขึ้นชื่อ” อย่างปราสาทเขาน้อยสีชมพู ที่ปรากฏอยู่ในภาพสัญลักษณ์ประจำจังหวัด ปราสาทเมืองไผ่ โบราณสถานเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี วัดอนุบรรพรต ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นวัดที่มีอุโบสถสวยงามและลักษณะแปลกกว่าอุโบสถทั่วไป คือสร้างเป็นฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หลังคาทรงไทยยอดแหลมสูง ตกแต่งสวยงาม ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง หรือประตูชัยอรัญประเทศ ที่กรมยุทธโยธาทหารบกได้ระดมกำลังทหารช่างทำการสร้างทั้งกลางวันและและกลางคืนตลอด 24 ชั่วโมงเสร็จใน 29 วันแล้ว ที่นี่ยังมี “แหล่งจับของมือสอง” ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอุษาคเนย์ อย่างตลาดโรงเกลืออยู่อีกด้วย

 

ตลาดโรงเกลือ เพิ่งพัฒนาเป็นอาคารร้านค้ามั่นคงถาวรแทนการปลูกเพิงอย่างง่ายๆ เมื่อกว่า 10 ปีมานี้ โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้วเป็นผู้จัดการดูแล ประกอบด้วยตลาด 5 ตลาด คือ ตลาดโรงเกลือเก่า ตลาดเดชไทย ตลาดเทศบาล 2 (ตลาดโรงเกลือใหม่) ตลาดเทศบาล 3 (ตลาดโกลเดนเกต) และตลาดเบญจวรรณ แต่ละตลาดปลูกเป็นอาคารชั้นเดียว มีหลายหลัง ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ แต่ละหลังแบ่งเป็นแผงร้านค้านับร้อยแผง สร้างเป็นแบบโรงเรือนแบ่งเป็นห้องๆ ในพื้นที่ราว 66 ไร่ จำนวนร้านค้า
ภาพนักท่องเที่ยวเดินปนเปกับบรรดาพ่อค้าแม่ค้ากลายเป็นความเคยชินของที่นี่ไปเสียแล้ว หากใครมีโอกาสได้ไปที่ประตูด่านในช่วงเช้าตรู่ของวันก็จะเห็นผู้คนชาวเขมรที่มาออกันอยู่เพื่อรอเวลาด่านเปิด ความพลุกพล่านของผู้คนที่อยู่ในพื้นที่จำนวนมหาศาลอย่างนี้เอง ทำให้มีการคาดคะเนกันถึงปริมาณเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในตลาดไม่น่าจะต่ำกว่าวันละ 10 ล้านบาท อีกทั้งบ่อนกาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่อยู่อีกฝั่งพรมแดนก็ยิ่งเพิ่มความคึกคักของผู้คน และจำนวนเงินให้มากขึ้นไปอีก
สินค้าที่ขาช้อปมักจะต้องหยิบติดไม้ติดมือกลับมา จะเป็นสินค้าจำพวกเสื้อผ้ามือสองคุณภาพดีจากประเทศต่างๆ รวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้า ถ้วยชาม เครื่องจักสาน ชุดน้ำชาจากจีนและเวียดนาม เป็นต้น

 

สำหรับนักเดินทางทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ที่อยากจะหาจังหวะในการเดินทางให้หัวใจ รวมทั้งภาพวิถีชีวิตต่างๆ ที่ห่างหายไปจากเมืองกรุง เส้นทางล้อเหล็กสุดแดนบูรพาก็นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยบริการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย 02-621-8701 ต่อ 5217, call center 1690 หรือ http://www.railway.co.th/

 

 

 

ขอขอบคุณรูปภาพจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย