ทอดน่องท่องเมืองเก่า…ภูเก็ต



 

ทอดน่องท่องเมืองเก่าภูเก็ต
โครงการ “บินไป บินกลับ ขับรถเที่ยว” หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้าง เขาจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการภาคเอกชน
ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวหลายราย เป็นโครงการที่ชวนคนไทยให้ไปท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซัน เที่ยวเมืองไทยทั้งที อย่าให้เงินทองต้องกระเด็นออกนอกประเทศจะดีกว่า ว่าไหม? ผมเลือกไปภาคใต้ จุดหมายอยู่ที่เกาะภูเก็ตครับ
ที่จริงแล้ว ภูเก็ตไม่ใช่มีแต่ทะเลสักหน่อย ป่าก็มี น้ำตกก็มี แถมในเขตตัวเมืองที่เป็นชุมชนแรกเริ่มของเกาะนี้ก็มีเรื่องราวหลายแหล่ที่น่าสนใจ อย่างในบริเวณย่านกลางเมืองภูเก็ตนั้น มีถนนอยู่ 3 – 4 เส้น ที่สองข้างเป็นตึกแถวโบราณและบ้านเก่ามากมาย อายุไม่หนี 80 ปี หลายหลังเก่ากว่าร้อยปีด้วยซ้ำ ความงามของเมืองเก่าภูเก็ตบ้านเรา ไม่แพ้ปีนังหรือเมืองมะละกาของมาเลเซีย วันนี้มะละกาเป็นเมืองมรดกโลกไปแล้ว ส่วนภูเก็ตของเราปวดเศียรเวียนเกล้ากับสายไฟที่พะรุงพะรังไปทั่วทุกถนนในย่านเมืองเก่า แต่มาวันนี้โครงการเดินสายไฟใต้ดินได้เริ่มขึ้นแล้ว โดยเริ่มที่ถนนถลางก่อนเป็นที่แรก หากสำเร็จได้ภูเก็ตของเราต้องน่าดูขึ้นอีกเป็นกอง ลองคิดดูเล่น ๆ หาดทรายชายทะเลก็สวยสุด ๆ เมืองเก่าคลาสสิคน่าเดินเล่น แถมประวัติศาสตร์เก่าแก่น่าสนใจก็มี ภูเก็ต สู้เมืองไหนก็ได้ สบายมาก

 

 



หากมีโอกาสอยากให้ไป พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว ที่นี่เดิมทีเป็นโรงเรียนสอนภาษาจีนแห่งแรกในจังหวัดภูเก็ต ชาวจีนฮกเกี้ยนบรรพบุรุษชาวรุ่นแรกที่อพยพมาอยู่ภูเก็ตได้ร่วมกันก่อตั้งขึ้น ตัวอาคารแบบชิโนโปรตุกีสที่เห็นในปัจจุบันนี้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2477 บนหน้าจั่วมีปูนปั้นรูปค้างคาว ซึ่งตามความเชื่อของชาวจีนถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของโชคดีอันยิ่งใหญ่
เข้าไปดูข้างในเป็นห้องนิทรรศการแสดงความเป็นมาของชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ภูเก็ต เรื่องราวของบุคคลผู้มีส่วนในการบุกเบิกภูเก็ต เรื่องของชุดแต่งกายประจำถิ่น อาหารพื้นเมือง เทศกาลงานประเพณี สถาปัตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส และภาพถ่ายเก่าแก่ที่แสดงความเป็นมาของภูเก็ตตั้งแต่ยุคเหมืองแร่ การทำสวนยางพารา จนมาถึงการท่องเที่ยวในปัจจุบัน หากอยากรู้จัก อยากเข้าใจภูเก็ต ผมขอให้เข้ามาชมที่นี่ก่อน แล้วจะรู้ว่าภูเก็ตไม่ได้เติบโตขึ้นมาจากหาดทรายหรือสายลม
ปัจจุบัน พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัวยังไม่เก็บค่าเข้าชม นัยว่าจะรอให้ห้องจัดแสดงในชั้นที่สองเรียบร้อยเสียก่อน ทุกวันนี้ใครไปชมก็ช่วยกันบริจาคหยอดสตางค์ใส่กล่องด้านหน้าอาคารบ้างก็ดีครับ จากตัวเมืองต่อไปที่อำเภอกะทู้ แนะนำให้ไปดูพิพิธภัณฑ์ใหม่ของเมืองภูเก็ต นั่นคือ พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ โครงการพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่เทศบาลตำบลกะทู้ เป็นคนริเริ่ม
ทางไปพิพิธภัณฑ์นั้นหายากพอสมควรหากไม่ได้เป็นคนพื้นที่ คงต้องถามทางชาวบ้านเขาพอสมควร รูปทรงอาคารภายนอกของพิพิธภัณฑ์ ออกแบบเป็นอาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีส มีลานกว้างอยู่ตรงกลางที่เรียกว่า “จิ่มแจ้” ตกแต่งลายปูนปั้น ซุ้มโค้งเเบน สะท้อนความงามผสมผสานระหว่างจีนกับตะวันตก ชาวภูเก็ต เรียกอาคารแบบนี้ว่า “อั้งม้อหลาวนายหัวเหมือง”

 

 

ภูเก็ตเป็นเมืองที่เติบโตมาจากการทำเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งทำกันมากว่า 500 ปี จึงทำให้ชาวยุโรปทั้งโปรตุเกส ฮอลันดา ฝรั่งเศสและอังกฤษ กับชาวจีนฮกเกี้ยน ทั้งที่ผ่านมาจากสิงคโปร์และปีนัง หรือมาจากมณฑลฮกเกี้ยนโดยตรง ต่างหลั่งไหลเข้ามาทำเหมือง แสวงโชคกับทรัพย์ในดินและตั้งหลักแหล่งในเกาะแห่งนี้ จนทำให้เกิดวัฒนธรรมผสมผสานไทย ยุโรปและจีน กลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ที่ไม่เหมือนที่ไหนในเมืองไทย แม้แต่ในภาคใต้ด้วยกันเอง

สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ Fly & Drive Call Center โทรศัพท์ 0-2250-4580-83 และ 0 -2250-4530 หรือที่ ททท.เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย โทร. 1672