กรุ่นกลิ่นความหวาน ของวันวาน เยือนสถานที่งดงามครั้งอดีตที่ เพชรบุรี



 

กรุ่นกลิ่นความหวาน ของวันวาน เยือนสถานที่งดงามครั้งอดีตที่ เพชรบุรี

 

ท่ามกลางแสงแดดอุ่น ๆ ในเดือนแห่งความรักท้องฟ้าใสกระจ่าง กับลมบาง ๆ ที่พาพัด ดูช่างเป็นใจให้กับคนชอบเดินทางเหลือเกิน หากจะให้เข้ากับบรรยากาศ ก็ต้องเกี่ยวก้อยคนรู้ใจไปด้วยกันเป็นคู่

 



ครั้งนี้เราเจาะจงเลือกเดินทางไปที่ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี (เขาวัง), พระราชวังบ้านปืนและพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน ด้วยเห็นพ้องต้องกันว่า แต่ละแห่งนั้นสวยงามและมีสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นการเดินทางท่องเที่ยวในเดือนแห่งความรักเช่นนี้ คงจะดีไม่น้อยถ้าได้ไปหวนรำลึกถึงความหลังกับสถานที่สวย ๆ ท่ามกลางความโรแมนติกในบรรยากาศเก่า ๆ

 

พระนครคีรี

 

7.30 น. เราออกเดินทางด้วยรถยนต์จากกรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม พอถึงอำเภอปากท่อให้แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 เพื่อตรงไปเพชรบุรีระยะทางราว ๆ 123 กิโลเมตร หรือจะเลือกใช้อีกเส้นทางคือ จากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐม ราชบุรี ไปยังเพชรบุรี ระยะประมาณ 166 กิโลเมตร พอแดดสายเริ่มส่องราว ๆ 9.30 น. เราก็ถึงเขาวังบริเวณที่มีรถรางไฟฟ้า เพราะแน่ใจว่าน่าจะสะดวกรวดเร็วกว่าการเดินเท้า ถึงแม้จะต้องเสี่ยงต่ออาการกลัวความสุงอยู่บ้างก็ตาม หลังจากซื้อบัตรโดยสารในราคา 30 บาท ก็เข้าแถวเดินขึ้นไปนั่งอย่างเป็นระเบียบเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย รถรางก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัว ถ้าเกิดอาการกลัวเล็ก ๆ จะแอบจับมือคนที่ไปด้วยก็ช่วยให้อุ่นใจได้ไม่น้อย เพียงไม่กี่นาทีก็มาถึงที่หมาย โบราณสถานเก่าแก่คู่เมืองเพชรบุรี เดิมเรียก เขาสมน หรือเขาคีรี พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพอพระราชหฤทัยที่จะสร้างพระราชวังสำหรับเสด็จแปรพระราชฐานบนยอดเขาแห่งนี้ มีพระที่นั่ง พระตำหนัก วัด และกลุ่มอาคารต่าง ๆ มากมาย ส่วนใหญ่เป็นสถาปัตยกรรมตะวันตกแบบนีโอคลาสสิก ผสมสถาปัตยกรรมจีน ตั้งอยู่บนยอดเขาใหญ่ ๆ 3 ยอดด้วยกัน ยอดเขาด้านตะวันออก บริเวณไหล่เขาเป็นที่ตั้งของวัดมหาสมณาราม เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุะยา ส่วนบนยอดเขาเป็นที่ตั้งของวัดพระแก้ว เป็นวัดประจำพระราชวังพระนครคีรี เขายอดกลางเป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุจอมเพชร มีความสูง 40 เมตร ยอดเขาด้านทิศตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่ประทับ กรมศิลปากรได้ใช้บางส่วนของพระราชวังบนยอดเขาด้านทิศตะวันตกจัดเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครคีรี เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

 

 

 

 

แม้จะต้องเดินลัดเลาะไปตามทางขึ้นเขาบ้าง แต่ก็มิได้เหนื่อยหนักเกินกำลัง ความงามจากสองข้างทางที่เต็มไปด้วยดอกลั่นทมสีขาวเหลืองซึ่งออกดอกชูช่อและบ้างก็ร่วงหล่นลงพื้น ราวกับตั้งใจที่จะโปรบปรายให้เกลื่อนกลาดตามทางเดิน ดูเป็นเสน่ห์ที่รายล้อมอยู่รอบเขาวัง

 

พระราชวังบ้านปืน

 

เราเดินทางไปต่อกันที่ พระราชวังบ้านปืน หรืออีกชื่อหนึ่งคือ พระรามราชนิเวศน์ ซึ่งอยู่ที่ ต.บ้านหม้อ ไม่ไกลจากเขาวังนัก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์สำหรับประทับแรมในฤดูฝน โดยย่อส่วนมาจากพระราชวังฤดูร้อนของพระเจ้าวิลเลี่ยมไกเซอร์ แห่งเยอรมนี ซึ่งเป็นรูปแบบตามสถาปัตยกรรมยุโรป

 

เพียงแค่มองภาพรวมอยู่ด้านนอก ก็รับรู้ได้ถึงความสวยสง่า คงไม่แปลกที่ใครหลายคนอยากจะเข้าไปสัมผัสความงามด้านในอย่างใจจดใจจ่อ แต่ละย่างก้าวเดินเป็นไปอย่างแผ่วเบา ความเย็นจากพื้นหินอ่อนค่อย ๆ ถูกถ่ายทอดให้ได้รู้สึก บางมุมของพระราชวังทำให้คิดไปถึงฉากละครพีเรียดที่เคยได้ดู ทว่าภาพจริงตรงหน้ากลับดูยิ่งใหญ่และสวยงามจับตายิ่งกว่า พระราชวังแห่งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมในราคา 20 บาท

 

 

 

 

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

 

ความงามจับใจยังไม่คลาย พลันรถก็ขับเข้ามาถึงค่ายพระรามหก ซึ่งอยู่ ต.ห้วยเหนือ อ.ชะอำ อันเป็นที่ตั้งของพระตำหนักที่ประทับริมทะเล ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ. 2466 ได้รับขนานนามว่า พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง ลักษณะเป็นพระตำหนักไม้สองชั้น หันหน้าออกสู่ทะเล พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์เชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด พระที่นั่งสุนทรพิมานเป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรชายาพระที่นั่งพิศาลสาคร เป็นที่ประทับของพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นหมู่พระที่ตรงกลางประกอบด้วยห้องต่าง ๆ สำหรับสำราญพระอิริยาบถ ห้องข้าราชบริพาร ห้องทรงพระอักษร และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่งเพื่อใช้เป็นที่ประชุมในโอกาสต่าง ๆ เรายืนมองอยู่อย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเสียงพลิ้วไหวของใบไม้ลู่ลม แลสลับกับคลื่นที่ซัดสาด ก็เพื่อซึมซับความงามด้วยหัวใจ พระราชนิเวศน์มฤคทายวันนับเป็นสถาปัตยกรรมเอกของโลก ด้วยว่าเป็นพระราชวังไม้สักทองที่อยู่ชายทะเลเพียงแห่งเดียงในโลกเปิดให้เข้าชมทุกวัน ในช่วงเวลา 8.00-16.00 น. โดยเสียค่าเข้าชมท่านละ 30 บาท

 

 

ทะเลหัวหินดูจะเป็นสถานที่แห่งความโรแมนติกตั้งแต่ครั้งก่อนเก่า เมื่อเวลาจะล่วงผ่านเลย ทำให้บางครั้งบางคราวอาจหลงลืมไปบ้าง แต่เมื่อใดที่มีโอกาสได้มาเยือน ความรู้สึกเหล่านั้นก็ยังคงกรุ่นอยู่ในหัวใจไม่เชื่อก็ลองสะกิดแขนคนใกล้ ๆ ถามไถ่ดูเอาว่ารู้สึกเช่นนั้นเหมือนกันไหม