ขุนเขาและผู้คนบนเส้นทาง เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน



 

ขุนเขาและผู้คนบนเส้นทาง เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน
โดยแท้แล้วการเดินทางทั้งเป็นผู้มอบและดูดซับบางอย่างไปจากเรา ผมทบทวนคำถามนี้ขณะหยุดพักรถที่ “กิ่วลม” ระหว่างทางแม่ฮ่องสอน-ปาย 6 วันที่แล้วผมเริ่มต้นเดินทางจากเชียงใหม่ จากบางสิ่งที่นั่นมาด้วยอารมณ์มากหลายหนทางจากตัวเมืองไป ดอยอินทนนท์ ช่างยาวไกล ถนนคดโค้งทอดยาวและคำว่า “การเดินทาง” คล้ายพรากบางสิ่งให้ออกห่างราวไม่มีวันหวานคืบ…
ณ จุดซึ่งสูงสุดของบ้านเรา ดอยอินทนนท์ ให้ความรู้สึกว่าตนเองช่างเล็กจ้อย ทั้งให้อารมณ์รับรู้ว่าอยู่ไกลห่างเหลือเกินจากเบื้องล่าง อุณหภูมิลดต่ำเหลือ 4 องศาเซลเซียส ดอกบอบบางของกุหลาบป่าจับด้วยน้ำค้างเย็นเยือก ผมกระชับเสื้อเชิ้ตเข้ากับตัว ออกเดินไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกา เดินไปเพียงไม่กี่ก้าว คล้ายเวลาหมุนกลับไปในยุคโลกเก่า ต้นไม้เกาะคลุมด้วยมอส เฟิร์น ไลเคน ฝอยลมระโยงรยางค์ราวกับหนวดเคราของต้นไม้ชรา เสียงนกเล็ก ๆ ร้องกังวานใส ฝูงนกกะรางหัวแดงหาอาหารอยู่ริมลำธาร นกกินปลีหางยาวเขียนแวะมาดูดน้ำหวานในดอกไม้ มันเข้ามาใกล้เสียจนมองเห็นเส้นขนเหลือบงามหลากสี
ผมหยุดนิ่งเฝ้ามอง นี่คือความพิเศษที่ภูเขาแห่งนี้เสกสรร ด้วยความสูงที่พอดี สภาพป่าและอากาศอันพอเหมาะ ทำให้ชีวิตซึ่งพบได้เพียงที่นี่ถือกำเนิดขึ้น โมงยามนั้นผมรับรู้ได้ว่าภูเขาช่างยิ่งใหญ่เกินจับต้อง ภูเขาช่างยิ่งใหญ่ ทว่า เอื้อพื้นที่เล็ก ๆ ให้ชีวิตบางชีวิตได้เติบโต และเช่นกัน ราวกับว่าภูเขาฝากฝังอีกชีวิตให้อยู่ร่วม พึ่งพา และดูแล

 

 



ที่จุดชมทิวทัศน์ กิ่วแม่ปาน ลมหนาวพัดหวีดหวิว ท้องฟ้ากระจ่างใส หน้าผาทั้งด้านเหนือและใต้ชันดิ่งลึกลิ่ว มีเพียงหญ้าและไม้พุ่มเล็ก ๆ ขึ้นตามซอกผา ผมรับรู้ว่านี่คือบ้านอันปลอดภัยของ กวางผา 1 ในสัตว์สงวน 15 ชนิดของบ้านเรา ชีวิตซึ่งเหลือประชากรอยู่เพียงน้อยนิด
จากจุดชมทิวทัศน์ ผมค่อย ๆ ไต่เลาะหน้าผาลงไป ถึงพุ่มกุหลาบพันปีซึ่งมีพื้นที่ราบ ๆ ผมหย่อนตัวลงนั่ง ยกกล้องส่องทางไกลกวาดไปตามแนวหน้าผา ในความเงียบที่มีเพียงเสียงลมพัดหวีดหวิว ต่ำลงไปราว 100 เมตร ตรงหน้าผาเรียบโล่ง พวกเขาอยู่ที่นั่น บ้างยืนนิ่งมองไปข้างหน้าบ้างนอน บ้างเดินหาอาหาร พวกเขามีจำนวน 6 ตัว ตัวใหญ่สุดคล้ายเป็นจ่าฝูง เดินหาอาหารพลางมองสำรวจไปรอบ ๆ ขณะตัวเล็กสุดนอนพักผ่อนได้ร่มไม้ มองผ่านกล้องส่องทางไกล พวกเขาดูเหมือนกวางตัวเล็กโครงหน้าเรียวกับเขาเล็กแหลมคู่นั้นทำให้ดูแตกต่างขึ้นบ้าง
กล่าวได้ว่า พวกเขาคือชีวิต “พิเศษ” เติบโตและอาศัยอยู่บนหน้าผา อาหารหลัก ๆ คือพืชบางชนิดที่เติบโตได้บนภูมิประเทศเช่นนี้ จะมีสถานที่สักกี่แห่งบนโลกซึ่งเหมาะสมสำหรับพวกเขา หน้าผา ชันดิ่งสูงลิ่ว ที่ซึ่งอุดมด้วยอาหาร ปลอดภัยจากอันตรายคุกคาม
ทางหลวงหมายเลข 1192 นำเราลงจากจุดซึ่งสูงสุด บ่ายโมงแล้ว ทว่า ถนนยังมีหมอกคลุม ลดกระจกรถลง ลมเย็นชื่นพัดมาลูบไล้ใบหน้า ราวกับคำทักทายและเอ่ยลา ถนนคดโค้งทำให้เราเลือกที่จะไปช้า ๆ ความคดโค้งไม่เพียงหมายถึง “อันตราย” หากยังบอกนัยความหมายหลายอย่างไปพร้อม ๆ กัน เป็นสิ่งจริงแท้ ทุกคดโค้งใน “เส้นทางชีวิต” ล้วนมีความหมายและจริงแท้เช่นกันที่เราไม่อาจะเลี่ยงโค้งเหล่านั้นได้เลย มีเพียงสติที่ช่วยประคองให้เดินทางไปถึงจุดหมาย ระหว่างทาง หากพลาดพลั้ง สิ่งที่เกิดมีทั้งบาดเจ็บเล็กน้อยไปจนถึง “สูญเสีย” ทำชีวิตที่วาดหวังหล่นหาย…
ตะวันค่อย ๆ คล้อยลับ ทิวดอยมองเห็นเป็นเส้นซับซ้อนเลือนราง เย็นแล้วที่เราลงมาถึงอำเภอแม่แจ่ม ผ่านย่านชุมชนเงียบสงบข้ามแม่น้ำแจ่มสายย่อม ราวอึดใจจึงถึง บ้านแม่หลวงโฮมสเตย์ บ้านของมิตรรุ่นน้องที่ผมติดต่อไว้
ค่ำคืนแม่แจ่มห่มหมอกหนาวเย็น อุณหภูมิค่อย ๆ ลดต่ำ ล่วงเช้าอากาศยิ่งหนาวยะเยือก ม่านหมอกโรยตัวห่มคลุมเมือง พระและเณรก้าวเดินบิณฑบาต แม่เฒ่าสวมเสื้อขาว ห่มผ้าสไบขาว มุ่มมวยผมประดับดอกไม้ บรรจงตักข้าวสวยถวาย พระและเณรค่อย ๆ ค้อมตัวลงรับ ภาพเบื้องหน้าทำให้ผมนึกถึงคำว่า “สะอาด” ความเป็นเมืองในหุบเขา การเดินทางไม่สะดวกสบาย ผู้คนและหลายสิ่งจากในเมืองมาเยือนเบาบาง เหล่านี้กระมังที่ช่วยให้แม่แจ่มรักษาบางอย่างได้ ขาดพร่องบางอย่าง ทว่า ยังคงบางอย่างไว้… ม่านหมอกห่มเมืองแลเลือนราง ท็อป พาเราขึ้นไปชม หุบแม่แจ่ม บน ดอยม่อนหมาก ลมหนาวพัดกรูเกรียวผ่านทุ่งหญ้าและต้นไม้ เวลา 06.22 น. หุบแม่แจ่ม ห่มคลุมด้วยทะเลหมอกสีน้ำนมดวงไฟในเมืองวามวาวราวกับดวงดาวใต้เมฆ ดอยอินทนนท์ ตระหง่านเงื้อมอยู่เบื้องหลัง คล้ายดั่งอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์ ราวกับภาพลวงตา ม่านหมอกค่อย ๆ ละลาย แดดอุ่นฉายส่อง

 

 

ถนนคดโค้งทอดยาว ทิวเขาซับซ้อน ตะวันคล้อยต่ำขณะเรามาถึงบ้านแม่นาจร ที่จุดพักรถ “กิ่วลิโพ” ทั้งถนนและทิวเขาดูน่าชม ที่ศาลาริมทางจุดซึ่งถนนตัดผ่านช่องเขา ชายหนุ่มสองคนขี่มอเตอร์ไซค์มาทำธุระสำคัญพวกเขาผลัดกันใช้โทรศัพท์มือถือ ปลายสายอาจเป็นญาติมิตรหรือหญิงสาวสักคน สถานที่ห่างไกลและเหน็บหนาวเช่นนี้ เสียงบางเสียง ถ้อยคำบางคำอาจมีความหมาย อาจทำให้หัว ใจของใครเข้มแข็งและอบอุ่นขึ้นบ้าง…
ค่ำแล้วขณะเรามาถึงตัวเมือง แม่ฮ่องสอน อากาศเย็นเยือกห่มเมือง เบื้องบนห่มคลุมด้วยดวงดาว ล่วงสิบปีแล้วที่ผมไม่ได้มาเยือนเมืองไกลแห่งนี้ ภาพความทรงจำเก่า ๆ ดูพร่าเลือน เพื่อน ๆ ร่วมทางต่างเติบโต เปลี่ยนเส้นทางชีวิตของตนตามเหตุผลที่เป็นไป ลงจาก ดอยกองมู เราแวะไป บ้านปางหมู ชุมชนแรกของชาวไทยใหญ่ที่เข้ามาตั้งรกรากจนกลายเป็นเมืองแม่ฮ่องสอน หลายปีมานี้ บ้านปางหมู ช่วยกันฟื้นฟูวิถีดี ๆ ซึ่งเคยมีอยู่ หนึ่งในนั้นคือการ “อีดน้ำมันงา” … อีด คือการใช้แรงจากวัวควายหมุนครบดเมล็ดงา น้ำมันที่ได้นั้นใส สะอาด ปลอดสารพิษร้าย เหมือนเช่นทุกวัน ม่านหมอกห่มคลุม อากาศหนาวยะเยือก ที่แม่ฮ่องสอน ชีวิตเริ่มต้นแต่เข้าตรู่ กิจกรรมเริ่มต้นตั้งแต่หมอกยังไม่ละลาย เราเข้าไปใส่บาตรในตัวเมือง ดาวบางดวงยังแขวนค้างบนท้องฟ้า คุณอมรรัตน์ และ น้องฟ้ามุ่ย ลูกสาว ออกมารอใส่บาตรพร้อมกับพวกเรา
คู่มือนักเดินทาง
เส้นทางขับรถเที่ยวเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน สามารถเดินทางเป็นวงกลมได้ ในสารคดีเรื่องนี้ เริ่มต้นจากอำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ โดยทางหลวงหมายเลข 1009 พักค้างคืนที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ 2 คืน ช่วงเช้าเราขึ้นไปชมทะเลหมอกบนยอดดอย เดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกากิ่วแม่ปาน บ่าย ๆ ลงไปชิมกาแฟอะราบิกาที่บ้านแม่กลางหลวง ตกค่ำชมการแสดงของน้อง ๆ ชาวม้ง “กลุ่มศิลปวัฒนธรรมเยาวชน อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์”
บนดอยอินทนนท์ นอกจากบ้านพักอุทยานฯ มีที่พักซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างอุทยานฯ กับชาวบ้านรอบ ๆ อินทนนท์อีโคฮัท มีบ้านพัก 20 หลัง คืนละ 300 2,500 บาท มีน้ำอุ่นและแคมป์ไฟสื่อความหมาย โทรศัพท์ 08 1881 7346, 08 9952 3327บ้านปกากะญอแม่กลางหลวงมีที่พักแบบโฮมสเตย์ 7 หลัง คืนละ 1,200 2,000 บาท ชิมกาแฟอะราบิกาฟรี
ในอุทยานแห่งชาติแม่วาง ซึ่งเชื่อมต่อกับอินทนนท์ มีจุดน่าเที่ยวแห่งใหม่ คือ กิ่วเสือกระโจน ผาแดง และผาช่อ ลักษณะคล้ายแพะเมืองผี เกิดจากการเปลี่ยนทางของสายน้ำปิงโบราณ สอบถามได้ที่อุทยานฯ อินทนนท์ หรือที่อุทยานฯ แม่วาง โทรศัพท์ 08 1881 4729

จากอินทนนท์ เราใช้ทางหาลวงหมายเลข 1192 ลงไปอำเภอแม่แจ่มพักที่บ้านแม่หลวงโฮมสเตย์ ท็อปซึ่งเป็นมิตรรุ่นน้องและช่างภาพ เปิดบ้านโดยหวังที่จะพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ดี ๆ แก่ผู้มาเยือน มีบริการที่พัก นำชมวัดและจุดน่าเที่ยวต่าง ๆ ในแม่แจ่ม ค่าที่พักคืนละ 200 บาท ต่อคน อาหารพื้นเมือง 50 บาท ต่อคน โทรศัพท์ 08 9954 5959, 08 2141 2170