เสน่ห์วัด-วัง มนต์ขลังเมืองเพชร



 

วัดพระแก้ว (น้อย) บนเขาวังยอดทิศตะวันออก
วัดพระแก้ว(น้อย) บนเขาวังยอดทิศตะวันออก

 

เสน่ห์วัด-วัง มนต์ขลังเมืองเพชร

 



“เพชรบุรี” จังหวัดชื่อรวยที่สุดในเมืองไทยจังหวัดนี้ นอกจากจะรุ่มรวยไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวแล้ว เมืองเพชรยังขึ้นชื่อลือชาด้านงานฝีมือ งานศิลปะสกุล“ช่างเมืองเพชร”ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ หลายผลงานจัดอยู่ในขั้นชั้นเทพเลยทีเดียว

 

งานสกุลช่างเมืองเพชรมีให้เห็นทั่วไปในเขตตัวเมืองเพชร ซึ่งนอกจากจะปรากฏผ่านงานศิลปะพื้นบ้านแล้ว “วัด”และ“วัง”ถือ เป็นแหล่งรวมงานศิลปะสกุลช่างเมืองเพชรชั้นดี ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวใครและใครหลายคนเดินทางมาชื่นชมในความงามอันทรงคุณ ค่าเหล่านี้

 

เจ้าจ๋อจอมซ่า เจ้าถิ่นแห่ง เขาวัง
เจ้าจ๋อจอมซ่า เจ้าถิ่นแห่งเขาวัง

 

รื่นรมย์ชม 2 วัง
เพชรบุรีได้ชื่อว่า“เมืองงามสามวัง” เพราะมีพระราชวังงดงามเก่าแก่อยู่ถึง 3 แห่ง ใน 3 ยุคสมัยใน 3 รัชกาลด้วยกัน คือ รัชกาลที่ 4-5-6 พระราชวังสองในสามอยู่ใกล้ๆกันในเขตเมืองซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักของเราใน ทริปนี้
สำหรับวังแรกนั้นก็คือ “พระนครคีรี” หรือ “เขาวัง” สถานที่ท่องเที่ยวสุดคลาสสิค ขุนเขาคู่บ้านคู่เมืองเพชร ที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า(รัชกาลที่ 4) โปรดเกล้าให้สร้างพระราชวัง”พระนครคีรี”ขึ้น ในปี พ.ศ. 2404 พร้อมพระราชทานนามเขาลูกนี้ใหม่ว่า “เขามหาสวรรค์” แต่หลังจากนั้นชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า “เขาวัง”
เขา วังมีสามยอดด้วยกัน ยอดเขาลูกตะวันออก เป็นที่ตั้งของ “วัดพระแก้วน้อย” ที่แม้จะมีโบสถ์ขนาดเล็กแต่ว่าก็มีความงดงามไม่น้อย โดยเฉพาะหน้าบันลวดลายปูนปั้นรูปตราพระมหาพิชัยมงกุฎ ซึ่งเป็นตราประจำ ร. 4 นั้น แสดงถึงความเป็นเลิศในฝีมืองานปูนปั้นของช่างเมืองเพชรชนิดที่หาตัวจับยาก

 

พระที่นั่งเวชยันต์ิวิเชียรปราสาท เขาวัง
พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เขาวัง

 

ยอดเขาลูกกลาง เป็นที่ตั้งของ “พระธาตุจอมเพชร” เจดีย์สีขาวเด่นซึ่งรัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะเจดีย์เก่าที่มีอยู่ก่อน แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุ
ยอดเขาลูกตะวันตก เป็นที่ตั้งของพระราชวังหมู่พระมหามณเฑียรสถานและพระที่นั่ง 4 หลังคือ พระที่นั่งเพชรภูมิไพโรจน์(พระที่นั่งประธาน)เป็นสถาปัตยกรรมผสมยุโรป-ไทย-จีน มีบางส่วนจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ พระที่นั่งปราโมทย์มไหสวรรย์ มี 2 ชั้นคล้ายเก๋งจีน เป็นที่จัดแสดงเครื่องราชูปโภคต่างๆ เช่น พระแท่นบรรทม เครื่องมุก พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท เป็นปราสาทยอดปรางค์ 5 ยอด ภายในประดิษฐานพระบรมรูป ร. 4 และพระที่นั่งราชธรรมสภา เป็นอาคารผสมยุโรป-จีน-ไทย มีหอชัชวาลเวียงชัยหรือหอดูดาวทรงกลมรูปโดมตั้งอยู่ข้างๆ บริเวณระเบียงของหอดูดาวถือเป็นจุดชมวิวชั้นดี ที่เมื่อมองออกไปด้านหนึ่งจะเห็นวัดพระแก้วน้อย ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเห็นพระธาตุจอมเพชรตั้งเด่นเป็นสง่า
นอก จากวิวทิวทัศน์สวยๆและสิ่งก่อสร้างอันน่าสนใจต่างๆแล้ว บนเขาวังยังมีเจ้าถิ่นจอมซ่า อย่าง”เจ้าลิงจ๋อ”มาคอยสร้างสีสันเรียกรอยยิ้มและสร้างความรำคาญใจให้กับนัก ท่องเที่ยวได้อย่างดู๋ดี๋คู่คี่พอๆกัน

 

พระราชวังบ้านปืน งดงามทรงเสน่ห์สไตล์ยุโรป
พระราชวังบ้านปืน งดงามทรงเสน่ห์สไตล์ยุโรป

 

จากพระนครคีรี เขาวัง “ตะลอนเที่ยว”ขอพามายังอีกหนึ่งพระราชวังสำคัญ นั่นก็คือ “พระรามราชนิเวศน์” หรือ “พระราชวังบ้านปืน” ที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อเสด็จประพาสจังหวัดเพชรบุรี โดยที่การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์ท่านก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน จากนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงดำเนินการสร้างต่อจนเสร็จ
“พระราชวังบ้านปืน” เป็นงานสถาปัตยกรรมยุโรปอันทรงเสน่ห์ ดูอบอุ่นเพราะมีลักษณะคล้ายคฤหาสน์หลังโตมากกว่าพระราชวังอันเคร่งขรึม

 

พระราชวังบ้านปืน
อีกมุมหนึ่งของพระราชวังบ้านปืน

 

ด้านหน้าพระราชวัง มีพระบรมราชานุสาวรีย์ของรัชกาลที่ 5 ให้ประชาชนสักการะบูชาด้วย ส่วนด้านในดูงดงามไปด้วยการตกแต่งสไตล์ยุโรป มีการแบ่งเป็นห้องต่างๆ เช่น ห้องบรรทม ห้องทรงพระอักษร ห้องเสวย ฯลฯ ซึ่งล้วนตกแต่งอย่างงดงาม

และนั่นก็เป็นมนต์เสน่ห์ของ 2 วังในเขตเมือง ซึ่งเพชรบุรียังมีอีกหนึ่งวังงามอยู่ที่ อ.ชะอำ นั่นก็คือ “พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน” ที่ ร. 6 โปรดฯ ให้สร้างขึ้น แต่ว่าในทริปนี้เราไม่ได้เดินทางออกนอกเมืองไปเที่ยวชม เพราะมีเวลาจำกัดจึงเลือกเที่ยวแต่ในเมืองเท่านั้น

 

ศาลาการเปรียญไม้สัก วัดใหญ่สุวรรณาราม
ศาลาการเปรียญไม้สัก วัดใหญ่สุวรรณาราม

 

รื่นรมย์ชม 2 วัด
เพชรบุรี เมืองนี้มีวัดวาอารามในระดับเพชรยอดมงกุฎอยู่มากมาย จึงเป็นการยากที่จะเที่ยวได้หมดในระยะเวลาจำกัด นั่นจึงทำให้”ตะลอนเที่ยว”เลือกพุ่งเป้าไปที่ 2 วัดดังที่เราสนใจเป็นพิเศษ
วัดแรกคือ“วัดใหญ่สุวรรณาราม”หรือ“วัดใหญ่” วัดที่ทรงพลังไปด้วยงานพุทธศิลป์ฝีมือช่างเมืองเพชรอันโดดเด่นเป็นเอกอุ สร้างความเพลิดเพลินใจให้กับผู้พบเห็นได้มากโข
สำหรับ จุดแรกที่พอเข้าไปปุ๊บก็สะดุดตาปั๊บก็คือ ศาลาการเปรียญทรงไทย หลังใหญ่หลังงาม ที่เดิมเป็นตำหนักของพะเจ้าเสือ ซึ่งทรงมีพระราชศรัทธาโปรดเกล้าฯให้รื้อจากอยุธยานำมาประกอบใหม่เพื่อถวาย สมเด็จสังฆราช(แตงโม)

 

หอไตรกลางน้ำ วัดใหญ่สุวรรณาราม
หอไตรกลางน้ำ วัดใหญ่สุวรรณาราม

 

ศาลาการเปรียญหลังนี้ สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง เป็นศาลาไม้หลังยาวแปดเหลี่ยม ด้านนอกมีคันทวย(ค้ำยัน)หน้าตั๊กแตนสลักเสลาอย่างปราณีต ที่ขอบผนังด้านล่างประดับกระจังพรึงใหญ่ที่สุดในเมืองไทยมีการแกะลายอย่าง สวยงาม ในขณะที่ด้านใน มีธรรมมาสน์ เตียงสังเค็ด บุษบกอันวิจิตร โดยที่เสาแต่ละต้นเขียนลายรดน้ำไม่ซ้ำแบบกัน ส่วนที่บานประตูตรงข้ามโบสถ์จะเป็นบานประตูไม้จำหลักลายก้านขดปิดทอง แถมด้วยรอยขวานจามที่สันนิษฐานว่าเป็นฝีมือของทหารพม่า

 

พระประธานในโบสถ์วัดใหญ่สุวรรณาราม
พระประธานในโบสถ์วัดใหญ่สุวรรณาราม

 

จากศาลาการเปรียญเดินลึกเข้าไปก็จะพบกับ หอไตรกลางน้ำหลังเก่า เป็นรูปแบบเรือนทรงไทย มี 3 เสาโดดเด่น ภายในเก็บพระไตรปิฎก มีสะพานทอดจากขอบสระไปยังหอไตร ส่วนหอไตรหลังใหม่นั้น เป็นอาคารไม้ 2 ชั้น มีระเบียงเดินได้โดยรอบ

หลังดูหอไตรหลังงามกลางน้ำ แล้ว เราเดินเข้าไปไหว้พระในโบสถ์หลังสมส่วน มีระเบียงคดล้อมรอบ ภายในโบสถ์วัดใหญ่นอกจากองค์พระประธานที่ดูขรึมขลังเปี่ยมพลังศรัทธาแล้ว ยังมีสิ่งน่าสนใจอื่นๆอีก อาทิ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ที่มีนิ้วเท้าข้างขวา 6 นิ้ว(อันซีนไทยแลนด์) พระพุทธรูปคันธารราษฎร์ รูปหล่อสมเด็จพระสังฆราช(แตงโม) เป็นต้น

 

จิตรกรรมฝาผนังฝีมือชั้นครูในโบสถ์วัดใหญ่สุวรรณาราม
จิตรกรรมฝาผนังฝีมือชั้นครูในโบสถ์วัดใหญ่สุวรรณาราม

 

ด้านสิ่งน่ายลอื่นๆในโบสถ์ก็มีเสาปูนเขียนลวดลายทองอันปราณีต ภาพจิตกรรมฝาผนังเทพชุมนุมสมัยอยุธยาอันอ่อนช้อยสวยงาม ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดแห่งงานจิตกรรมไทย ที่นับวันมีแต่เลืองรางและลบหายไปตามกาลเวลา นับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง

นอก จากสิ่งต่างๆที่กล่าวมาแล้ว วัดใหญ่ยังมีหน้าบันสลักไม้เลข ๕ ไทยกลับข้างที่ซุ้มประตูทางเข้าโบสถ์ด้านหนึ่ง(ต้องใช้สายตาสอดส่ายหากันสัก นิด) ซึ่งเหตุที่เป็นเช่นนั้น เราได้ข้อมูลจากทางวัดมาว่า…หลังจากรัชกาลที่ 5 สิ้นพระชนม์ เป็นช่วงที่ทางวัดกำลังสร้างหน้าบันแห่งนี้พอดี พอพระเณรต่างๆในวัดใหญ่ทราบข่าวต่างก็เศร้าโศกเสียใจ จึงได้สร้างเลข 5 เลขไทยที่อยู่บนพระขรรค์และพานกลับจากซ้ายเป็นขวาเพื่อแสดงความไว้อาลัย

อีก ทั้งยังมี “ส้วมโบราณ” หรือ “เวจกุฎี” หรือ”ถาน” เป็นเรือนทรงไทยเก่าคร่ำแต่น่าชมไปด้วยรูปทรงอันอ่อนช้อยสมส่วน ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้คือฝีมือเชิงช่างสกุลเมืองเพชรอันโดดเด่นที่คงความ เป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้

 

ในวิหารหลวง วัดมหาธาตุ มีสิ่งน่าสนใจให้ชมมากมาย
ในวิหารหลวง วัดมหาธาตุ มีสิ่งน่าสนใจให้ชมมากมาย

 

จากวัดใหญ่เราเดินทางไปยัง “วัดมหาธาตุวรวิหาร” อีกหนึ่งวัดสำคัญของเมืองเพชร ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในศูนย์รวมจิตใจของคนเมืองเพชรแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมงานศิลปะสกุลช่างเมืองเพชรชั้นครูมากมาย

วัด มหาธาตุ เป็นวัดเก่าแก่มากสันนิษฐานว่ามีอายุราว 800-1,000 ปี เมื่อเราเดินเข้ามาในวัดแห่งนี้ก็ได้พบกับพระปรางค์ 5 ยอดสีขาวเด่น มีองค์ปรางค์ประธานสูงกว่า 42 เมตรอยู่ตรงกลาง รายล้อมปรางค์องค์เล็กทั้ง 4 ทิศ

ใครมาวัดมหาธาตุไม่ควรพลาดการเข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในพระวิหารหลวง ที่มีทั้ง “หลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์” หรือ “หลวงพ่อวัดมหาธาตุ” ที่ชาวเมืองเพชรถือเป็นศูนย์รวมศรัทธาและสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ร่วมด้วยรูปหลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อวัดเขาตะเครา และหลวงพ่อชิต ในขณะที่องค์พระประธานนั้นก็น่าชมนัก เป็นพระประธานทรงเครื่อง พร้อมด้วยพระองค์รองและองค์ที่สามลดหลั่นกันลงมาดูขรึมขลังเปี่ยมพลังศรัทธา ไม่น้อยเลย

 

องค์พระประธานในวิหารหลวง วัดมหาธาตุ
องค์พระประธานในวิหารหลวง วัดมหาธาตุ

 

ความน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในวิหารหลวงก็คือ ภาพจิตกรรมฝาผนังอันวิจิตรงามตา ทั้งภาพเทพชุมนุม ภาพมารผจญ ภาพชาดก เป็นต้น

นอก จากนี้วัดมหาธาตุยังมีสิ่งชวนชมอย่าง พระวิหารน้อย ทรงสำเภา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปหลวงพ่ออู่ทองปางมารวิชัย(ศิลปะอู่ทอง) พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงข้าวของโบราณ อาทิ เครื่องลายคราม พระพุทธรูปรูป แผ่นภาพพระบท เป็นต้น

 

ภาพปูนปั้นบันทึกเหตุการณ์ร่วมสมัย วัดมหาธาตุ
ภาพปูนปั้นบันทึกเหตุการณ์ร่วมสมัย วัดมหาธาตุ

 

เสน่ห์ความน่าสนใจในวัดมหาธาตุยังไม่หมดแค่นี้ เพราะที่นี่ยังมีงานปูนปั้นสกุลช่างเมืองเพชรอันลือลั่น ที่ช่างสามารถปั้นปูนได้มีชีวิตชีวามีอารมณ์ ประดับอยู่หน้าบัน ซุ้มประตู หน้าต่าง และตามองค์ประกอบต่างๆ

นอก จากภาพทวยเทพ เทวดา นางฟ้า ยักษ์ ลิง ที่ส่วนใหญ่นำมาจากเรื่องรามรามเกียรติ์แล้ว ยังมีภาพลวดลาย ดอกไม้ ภาพในวรรณคดีอย่างสุนทรภู่ รวมถึงภาพที่กลายเป็นเสน่ห์ชวนค้นหาในวัดแห่งนี้ก็คือภาพบันทึกเหตุการณ์ แห่งยุคสมัย อาทิ เหตุการณ์ 14 ตุลา ภาพ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช นายสมัคร สุนทรเวช 2อดีตนายกรัฐมนตรี ภาพตำรวจทหาร ประชาชน ซึ่งทั้งหลายทั้งปวงนี้คือมนต์ขลังพลังฝีมืออันเป็นเอกอุแห่งงานสกุลช่าง เมืองเพชร ที่เป็นดังมรดกล้ำค่าที่คนยุคหลังต้องช่วยกันรักษาคงไว้คงอยู่คู่ประเทศของ เราไปตลอดกาล

*****************************************

อุทยาน ประวัติศาสตร์พระนครคีรี ตั้งอยู่ที่ ต.คลองกระแชง อ.เมือง เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.30–16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นชมอุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรีได้โดยการเดินขึ้น หรือโดยสารรถรางไฟฟ้า (ตั๋วไป-กลับ) เสียค่าบริการ ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 10 บาท โทร.0-3242-5600

พระรามราชนิเวศน์ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00–16.00 น. โดยค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักเรียนนักศึกษาในเครื่องแบบ 5 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท สำหรับผู้ที่ต้องการจะเข้าชมเป็นหมู่คณะ และต้องการวิทยากรบรรยาย สามารถทำหนังสือถึงผู้บังคับการทหารบกจังหวัดเพชรบุรี ค่ายรามราชนิเวศน์ อ.เมือง โทร. 0 3242 8506-10 ต่อ 259

ส่วนผู้สนใจ เที่ยวชมสิ่งน่าสนใจต่างๆในเมืองเพชร สามารถสอบถามการเดินทาง สถานที่ท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร และรายละเอียดอื่นๆเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานเพชรบุรี โทร. 0-3247-1005-6