รับลมหนาว \’\’เมืองเลย\’\’ สัมผัส 4 ภูสูงสวย รวยเสน่ห์



 


อาทิตย์อัสดงที่ผาผล่มสัก ภูกระดึง

 

ย่างเข้าหน้าหนาวอีกครั้ง ก็ถึงฤดูกาลที่จะต้องออกไปรับลมหนาวตามเขาสูงอีกครั้ง ด้วยอากาศที่หนาวเย็นจับใจ อย่างที่หาไม่ได้ในเมืองหลวง และบรรยากาศสวยงามเขียวขจี ที่มองไปแล้วสบายตาสบายใจ คล้ายกับได้เพิ่มพลังงานให้กับตัวเอง



สำหรับที่จังหวัดเลย หน้าหนาวคือช่วงโอกาสทองในการออกท่อง 4 ภูสูงสวยอันรุ่มรวยเสน่ห์ของเมืองนี้ ซึ่งความโดดเด่นของแต่ละภู มีอะไรบ้าง ขอเชิญทัศนากันได้

เที่ยวภูยอดฮิต พิชิตภูกระดึง

แม้ว่า อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตตลอดกาลของเมืองไทยไปแล้ว แต่ภูกระดึงในวันนี้ก็ยังมีเสน่ห์ให้ได้เข้าไปสัมผัสกันอีกมาก เพราะภายหลังจากที่หยุดพักฟื้นผืนป่าไป 4 เดือน และได้เริ่มเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว (ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.53-31 พ.ค. 54) ผืนป่าเขียวขจีแห่งนี้ก็พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง

 


ป้ายผู้พิชิตภูกระดึง ความภูมิใจของเหล่านักเดินทางเมื่อสามารถขึ้นถึงยอดภู

 

และถึงแม้ว่าจะเป็นภูที่ต้องเดินเท้าขึ้นไปบนยอดเขาสูงในระยะทางปะมาณ 7 กม. ที่ถึงแม้จะไม่ลำบากมากนัก(ในยุคนี้ พ.ศ.นี้) แต่ก็มีระยะทางที่ไกลและชัน โดยเส้นทางจะผ่านซำต่างๆ อาทิ ซำแฮ่ก ซำแคร่ ไปจนถึง“หลังแป”หรือยอดภูกระดึงที่เป็นหน้าผาตัดกว้างใหญ่ลักษณะรูปหัวใจ จากนั้นก็จะได้พบกับที่ราบท่ามกลางทุ่งหญ้าป่าสนเขาอันกว้างใหญ่ ซึ่งก็ทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

เมื่อขึ้นไปถึงยอดภูแล้ว ก็พลาดไม่ได้ที่จะไปชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าตรู่ ที่ “ผานกแอ่น” ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับลานกางเต็นท์ และชมพระอาทิตย์ตกดินในยามพลบค่ำ ที่ “ผาหล่มสัก” ซึ่งถือได้ว่าเป็นผาที่มีคนไปรอชมมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ด้วยองค์ประกอบของความงามยามอาทิตย์อัสดงที่ลงตัว ทั้งต้นสนเดียวดายที่มีกิ่งยื่นออกไปรับกับชะง่อนหินที่ยื่นไปยังหน้าผา หรืออาจจะไปรับความเย็นฉ่ำกันในเส้นทางสายน้ำตก อาทิ น้ำตกวังกวาง น้ำตกเพ็ญพบใหม่ น้ำตกถ้ำใหญ่ น้ำตกถ้ำสอเหนือ

นอกจากนี้ยังจะได้พบต้นเมเปิ้ลที่เปลี่ยนใบเป็นสีแดงสวยงามในช่วงเดือนธันวาคม ส่วนอีกสิ่งหนึ่งที่เป็นที่น่าภาคภูมิใจของเหล่านักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบนภูกระดึงก็คือการได้เป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึง ที่ระดับความสูง 1,288 เมตรจากระดับน้ำทะเล และได้ถ่ายรูปเคียงคู่กับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง”บริเวณหลังแป ที่หลายคนบอกว่าเอากระเช้ามาแลกก็ไม่ยอม

 


รับแสงแรกแห่งวันบนยอดภูเรือ

 

หนาวสุดแดนสยาม สัมผัสได้ที่ “ภูเรือ”

ยอดภูเรือ ในอุทยานแห่งชาติภูเรือ อ.ภูเรือ เป็นดินแดนแห่งทะเลภูเขา ที่จะได้เห็นภาพทิวทัศน์กว้างไกลสุดสายตา มีทะเลหมอกลอยในหุบเขาสลับซับซ้อน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสรวงสวรรค์บนดินเลยทีเดียว

สาเหตุที่ขนานนามกันว่า “ภูเรือ” ก็เพราะมีภูเขาลูกหนึ่งมีชะโงกผายื่นออกมาดูคล้ายสำเภาใหญ่ และที่ราบบนยอดเขามีลักษณะคล้ายท้องเรือ ด้วยจินตนาการของคนในยุคก่อน จึงกลายมาเป็นภูเรือในทุกวันนี้ ซึ่งบนยอดภูเรือนั้นถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นชั้นดี ที่ในหน้าหนาวอย่างนี้จะมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปตั้งกล้องเฝ้ารอชมพระอาทิตย์ขึ้นกันเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ภูเรือยังมี เส้นทางศึกษาธรรมชาติลานหินพานขันหมาก ที่นอกจะได้ชมก้อนหินประหลาดน่าสนใจอย่าง หินพานขันหมาก หินศิวลึงค์ หินเต่าแล้ว บริเวณนี้ยังมีตำนานพื้นบ้านเกี่ยวพันกับบรรดาหินรูปทรงประหลาดเหล่านี้ให้ฟังและจินตนาการเพิ่มอรรถรสการท่องเที่ยวอีกด้วย

ในขณะที่ในส่วนของอำเภอภูเรือที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอำเภอที่หนาวที่สุดในเมืองไทยนั้น ก็มีหลากหลายสถานที่ชวนให้ไปสัมผัสเที่ยวชม อาทิ สถานีทดลองเกษตรที่สูงภูเรือ แหล่งศึกษาค้นคว้าและทดลองไม้ดอกไม้ผลทั้งของเมืองหนาวและพืชสวนของท้องถิ่น ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าเยี่ยมชม และยังมีเส้นทางท่องเที่ยวเชิงเกษตร อาทิ สวนเห็ด สวนผลไม้ ไร่องุ่น ที่รอให้นักท่องเที่ยวเข้าไปสัมผัสได้

 


ก้อนหินใหญ่โคกนกกระบา ภูหลวง

 

ไปดูรอยเท้าไดโนเสาร์-กล้วยไม้ป่าที่ภูหลวง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ที่สูงที่อุดมสมบูรณ์อย่างมาก โดยเฉพาะกล้วยไม้ป่า ที่ทยอยบานหมุนเวียนกันไปทั้งปี เส้นทางการดูดอกไม้เริ่มกันตั้งแต่จุดตั้งต้นที่จะพบกล้วยไม้ที่เกาะอยู่ตามกิ่งก้านต้นไม้ เช่น ครั่งแสด เอื้องสิงโตสยาม

และเมื่อเข้าสู่โคกนกกระบา ซึ่งเป็นชื่อของสวนหินธรรมชาติที่เรียกตามหินใหญ่ลักษณะเหมือนกับนกตบยุงหรือนกกระบาในภาษาอีสาน ก็มักพบเอื้องตาเหิน เอื้องคำเกาะอยู่ตามโขดหิน นอกจากนั้น บริเวณลานหินก็ยังมีกุหลาบแดงและกุหลาบขาว ซึ่งในช่วงฤดูร้อนจะออกดอกสีแดงสีขาวเต็มทั่วลาน มีไม้พุ่มเล็กๆ อย่างส้มแปะและสนทรายก็ออกดอกเล็กๆ เป็นช่อสีขาว และหากเดินชมธรรมชาติไปเรื่อยๆ ก็จะได้เห็นใบเมเปิลเปลี่ยนสีแดง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน

ส่วนเรื่องของทิวทัศน์ของภูหลวงแห่งนี้ ก็ไม่เป็นรองใครเช่นกัน คนที่ชอบดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ไปกันได้ที่ ผาช้างผ่านหรือผาสมเด็จ หรือจะสัมผัสกับธรรมชาติกันในแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น ผากบ ผาชมวิว โหล่นช้างผึ้ง ซุ้มงูเห่า และน้ำตกสายทอง หรือจะเดินป่าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ก็จะได้พบพรรณไม้ที่หาได้ยากหลายชนิด

และที่นี่ก็ยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์อีกด้วย เพราะได้พบรอยเท้าไดโนเสาร์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่บริเวณผาเตลิ่น เป็นรอยของไดโนเสาร์กินเนื้อที่เดินสองขา อายุประมาณ 120-130 ล้านปี มีทั้งหมด 15 รอย ส่วนใหญ่มุ่งหน้าลงไปทางทิศใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นป่าภูหลวงในยุคหลายล้านปีมานั้นก็ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ดึกดำบรรพ์ด้วย

ที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ยังไม่ได้เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มตัว แต่ได้ผ่อนผันให้บางจุดเป็นพื้นที่การท่องเที่ยวเพื่อศึกษาธรรมชาติและพรรณไม้ ซึ่งจะเปิดให้เที่ยวได้ในช่วงเดือน ต.ค.-เม.ย. เฉพาะบริเวณที่กำหนด และต้องติดต่อขออนุญาตล่วงหน้าก่อน

 


ตาดเหืองน้ำตก 2 แผ่นดิน ภูสวนทราย

 

ภูสวนทราย ภูน้องใหม่เมืองเลย

อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย หากไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนอาจจะคิดว่าเป็นอุทยานแห่งชาติที่ประกาศจัดตั้งใหม่ แต่ความเป็นจริงแล้ว อุทยานแห่งชาติภูสวนทราย ก็คือ อุทยานแห่งชาตินาแห้ว (เดิม) ซึ่งได้มีการเปลี่ยนชื่อเมื่อปี 2549 เนื่องต้องการเน้นให้เห็นถึงความโดดเด่นของภูสวนทราย ซึ่งเป็นภูเขาสำคัญในพื้นที่อุทยานฯ และเพื่อให้สอดคล้องกับแหล่งท่องเที่ยวประเภทภูเขาในจังหวัดเลยที่เดิมนั้นมีภูชื่อดังอยู่ 3 ภูด้วยกัน คือ ภูกระดึง ภูหลวง และภูเรือ

ความน่าสนใจของที่นี่ก็ไม่ได้แพ้กับที่อื่นเลย เริ่มจากการที่เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ เพราะเคยเป็นฐานที่มั่นของทหารไทยศึกยุทธภูมิร่มเกล้า ปี พ.ศ. 2530 ปัจจุบันปรากฏร่องรอยของหลุมหลบภัย บังเกอร์ ให้ระลึกถึงกลิ่นอายสงครามในอดีต แต่ปัจจุบันกลายเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งไปแล้ว

และที่ภูสวนทรายแห่งนี้ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนประเทศลาว ทำให้มีน้ำตกรอยต่อ 2 แผ่นดิน หรือ “น้ำตกตาดเหือง” ที่ไหลคร่อมแผ่นดินไทย-ลาว ถ้ามองเข้าไปในตัวน้ำตก ประเทศไทยจะอยู่ฝั่งขวา ส่วนฝั่งซ้ายก็คือประเทศลาว แต่ก็ไม่ได้มีเขตคั่นแบ่งสองประเทศให้เห็นด้วยตาเปล่า มีเพียงสายน้ำสีขาวไหลตกกระทบแอ่งเบื้องล่างอย่างสวยงาม

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ จึงทำให้ภูสวนทรายกลายเป็นแหล่งดูนกชั้นดีอีกแห่งหนึ่ง โดยมีทั้งนกประจำถิ่น และนกอพยพ นกที่เด่นๆ คือ นกมุ่นรกคอแดง นกพญาปากกว้างอกสีเงิน นกกะลิงเขียดสีเทา นกขุนแผนหัวแดง และนกปากนกแก้วหางสั้น ซึ่งเป็นนกประจำถิ่นหายาก และถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ของอุทยานแห่งชาติภูสวนทรายอีกด้วย

และนี่ก็คือ 4 ภูสูงใน จ.เลย ที่น่าชวนกันไปรับลมหนาวกันให้สุขใจในฤดูหนาวปีนี้

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ อช.ภูกระดึงโทร. 0-4287-1333, 0-4287-1458(ปัจจุบันมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวไม่เกิน 5,000 คน/วัน และต้องจองการเข้าพักล่วงหน้าที่เว็บไซต์กรมอุทยานฯ),อช.ภูเรือ โทร. 0-4280-7624, 0-4280-7625,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง โทร. 08-6220-3560, 08-4280-1955 อช.ภูสวนทราย โทร.0-4280-7616