ตลาดเก่าสามชุก ทุกวันนี้เต็มไปด้วยสีสัน



 

ตลาดเก่าสามชุก ทุกวันนี้เต็มไปด้วยสีสัน
จากบ้านสวนไม่ถึง 15 นาที ฉันก็มาถึง สามชุก หรือ สามชุก ตลาดร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี แม้วันนี้ไม่มีเรือจอดเรียงราย แต่ทั่วตลาดสามชุกก็พลุกพล่านด้วยผู้คนตลอด 5 ซอย ที่ตั้งขนานกันมีสารพันร้านรวงเปิดขายของ ส่วนมากเป็นข้าวของย้อนยุคสามชุกเติบโตเป็นแหล่งท่องเที่ยวอย่างเต็มตัวแล้ว ณ วันนี้
มาถึงตลาดสามชุก สถานที่ที่ต้องแวะเข้าไปทำความรู้จักชุมชนนี้ก่อนที่อื่นใดคือ พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ ซึ่งดัดแปลงห้องแถวครึ่งตึกครึ่งไม้ ของขุนจำนงฯ คหบดีชาวจีนในสมัยรัชการที่ 6 มาจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ ชั้นล่างเปิดประตูบานพับทับซ้อนจนสุดขอบประตู เผยให้เห็นพื้นกระเบื้องลายคลาสสิก โต๊ะตัวใหญ่วางโมเดลตลาดสามชุกโดยมีกล่องกระจกครอบคลุมไว้ และภาพนิทรรศการเต็มผนัง ส่วนชั้น 2 นั้นเป็นที่เก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของขุนจำนงฯ และส่วนแสดงห้องนอนของคหบดีผู้มั่งคั่งของสามชุกสำหรับชั้น 3 เป็นส่วนของห้องจัดนิทรรศการหมุนเวียน ออกจากพิพิธภัณฑ์ฯ แล้วเดินต่อไปในซอย 2 ยิ่งสายบรรยากาศก็ยิ่งคึกคัก หันไปหันมาก็เจอโรงแรมอุดมโชค ซึ่งอีกไม่นานนี้จะเปิดให้เข้าพักรับบรรยากาศของตลาดร้อยปีกันแบบวันชนวัน ถัดไปอีกนิดเดียว ร้านมาหาสนุกคือสีสันสดใสที่ย้อยวัยวันให้คนอายุ 30 ขึ้นไป ได้อมยิ้มกับของเล่นสีฉูดฉาด ขณะเดียวกัน เด็กๆ ก็ให้ความสนใจกับของเล่นพลาสติกสารพัดสารพันอันละไม่กี่บาทในร้านนี้

 

 



ยังมีอีก 4 ซอยที่รวมชีวิตชีวาของตลาดเก่าสามชุกไว้อย่างน่าเที่ยว เดินกันได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ อย่างซอย 3 มีร้านฮกอันโอสถ ร้านขายยาแผนโบราณ และร้านศิลป์ธรรมชาติ ที่รับถ่ายรูปย้อนยุก ส่วนซอย 5 ไปแล้วต้องไม่พลาดร้านไพศาลสมบัติที่เต็มไปด้วยของเก่า พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่ร้านพี่มนูญ ร้านทองมีชัยขายทองโบราณ พอเลยไปถึงซอย 5 ซึ่งเดิมเคยเป็นท่าถ่าน มีโรงตีเหล็ก ช.เจริญพานิช ที่น่าเดินไปดูบรรยากาศเก่า ๆ
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสามชุก มากมายด้วยข้าวของโบราณ ทว่าสิ่งที่เด่นที่สุดคือรอยพระพุทธบาทจำลองโบราณทำด้วยทองเหลือง ที่วันนี้ร่องรอยไม่ครบส่วน เพราะถูกโจรมือ (ไม่) ดีตัดรอยพระพุทธบาทบางส่วนออกไปขายเสียแล้ว
วัดบ้านทึง เป็นวัดเก่าแก่ สร้างคู่กันมากับวัดสามชุกสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2020 โดยมีปูชนียสถานปรากฎอยู่มากมาย เช่น วิหารและหอไตร สร้างจากศิลาแลงรูปปั้นยักษ์เวสสุวรรณ ซึ่งอยู่พบอยู่ริมแม่น้ำ ทุกวันนี้ยกไปตั้งไว้หน้าวัด ส่วนในโบสถ์นั้นประดิษฐานพระประธานปางป่าเลไลยก์องค์ใหญ่

 

สามชุก วันนี้จึงไม่ได้มีเพียงตลาดร้อยปีให้ไปเที่ยว แต่ยังมีวัดวาอารามที่บอกเล่าประวัติความเป็นมาของสุพรรณบุรีผ่านโบราณวัตถุสถานและตำนาน เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ตามรอยเติบโตของบ้านเมือง