เจ้าแม่สิงโต มธ.ตำนานความรักและศรัทธา



 

 

“เจ้าแม่สิงโต” ริมน้ำเจ้าพระยา มธ.ท่าพระจันทร์ มีที่มาอย่างไร และเพราะเหตุใดจึงเป็นที่เคารพ กราบไหว้ รวมถึงการบนบาน ตามมาหาคำตอบกัน



หากใครได้ไปที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ข้างตึกคณะเศรษฐศาสตร์ ก็จะพบกับ “ศาลสิงโตทอง” อีกหนึ่งตำนานความศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเล่าสืบต่อกันมา จากข้อมูลในหนังสือธรรมศาสตร์ 50 ปี (27 มิ.ย.2527) ได้เผยถึงความเป็นมาแบบ “เขาเล่าว่า” พอสรุปความได้ คือ สมัยโบราณเมื่อครั้งพ่อค้าไทยนำสินค้าบรรทุกเรือสำเภาไปขายเมืองจีนจนหมดแล้ว ขากลับได้ซื้อของมีน้ำหนักจำพวกหินสลักรูปสัตว์ต่าง ๆ มาด้วย เพื่อไม่ให้เรือโคลงเคลง และจมได้ง่าย โดยจะนิยมซื้อเป็นคู่ ๆ

เมื่อถึงท่าน้ำ ระหว่างขนสินค้าลงจากเรือ ลูกเรืออาจพลาดพลั้งทำสิงโตตัวผู้พลัดตกลงน้ำ เลยจมมาจนบัดนี้ ส่วนสิงโตตัวเมียได้ตั้งไว้บนตลิ่งฝั่งพระนคร เดิมหันหน้าไปทางสนามหลวง แต่ภายหลังกลับหันหน้ามาทางแม่น้ำได้เอง เวลาผ่านไป ยังมีคนเห็นแสงเหมือนดวงไฟ 2 ดวง ส่องขึ้นจากแม่น้ำพุ่งมาที่สิงโตตัวเมีย ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นแสงจากตาสิงโตตัวผู้นั่นเอง

ปัจจุบัน “สิงโตหิน” หรือ “เจ้าแม่สิงโต” เป็นที่เคารพ กราบไหว้ ศรัทธา รวมถึงบนบาน ทั้งจากนักศึกษา และคนทั่วไป ในหลากหลายเรื่องราว และมักจะสมหวัง อาทิ ช่วยการสอบไล่ การแข่งขันกีฬานัดสำคัญ ให้หายจากโรคภัยต่าง ๆ รวมถึงขอเรื่องความรัก โดยของที่ใช้แก้บนนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวงมาลัย หัวหมู เป็ด ไก่ ผลไม้ อาหารคาวหวาน และลูกแก้ว เป็นต้น

ในช่วงบ่ายถึงเย็นยามแดดอ่อน บรรยากาศสบายด้วยสายลมโชยริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีเรือเล็ก-ใหญ่แล่นผ่านไปมาอยู่เป็นระยะ ม้านั่งริมทางเดิน รวมถึงศาลาริมน้ำบริเวณใกล้เคียงที่ตั้งของ “ศาลสิงโตทอง” นั้น ก็ยังเป็นมุมสงบร่มรื่นสำหรับนักศึกษาหลาย ๆ คน ได้นั่งอ่านหนังสือ และพักผ่อนหย่อนใจกันอีกด้วย