เผยโฉมโรงแรมหรูลอยฟ้า แอร์ครูซ ติดปีกบินเที่ยวทั่วโลก



 

เผยโฉมโรงแรมหรูลอยฟ้า “แอร์ครูซ”ติดปีกบินเที่ยวทั่วโลก

 

บริษัทออกแบบนวัตกรรมชื่อดังเมืองผู้ดีเผยโฉม “แอร์ครูซ” โรงแรมลอยฟ้าระดับ 5 ดาว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก “ซัมซุง” ยักษ์ใหญ่อุตสาหกรรมก่อสร้างและอิเล็กทรอนิกส์แดนเกาหลีใต้ วาดฝันเป็นผู้บุกเบิกธุรกิจท่องเที่ยวแห่งอนาคตและสามารถเปิดให้บริการภายใน 5 ปีข้างหน้า!
โครงการ หรือ โปรเจ็กต์ “แอร์ครูซ” ถือกำเนิดขึ้นจากการรังสรรค์ของ “ซีมัวร์พาวเวลล์” บริษัทออกแบบและพัฒนานวัตกรรมชั้นนำของประเทศอังกฤษ โดยหลังจากนำเสนอแนวคิดสร้าง “โรงแรมลอยฟ้า” ซึ่งต่อยอดจากเทคโนโลยี “เรือเหาะ” ยุคเก่าออกสู่สาธารณ ชนได้ไม่นาน
ปรากฏว่าโครงการเกิดไปเข้าตาคณะผู้บริหารบริษัทซัมซุง คอนสตรักชั่น แอนด์ เทรดดิ้ง (ซีแอนด์ที) ยักษ์ใหญ่ก่อสร้างจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งประกาศให้การสนับสนุนเงินทุนพัฒนา “แอร์ครูซ” ในขั้นตอนการออกแบบและสร้างต้นแบบจำลองขึ้นมา เพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการลงมือก่อสร้างจริง ๆ
เพราะปัจจุบัน ทางซัมซุงเองก็กำลังคิดค้นวัสดุก่อสร้างใหม่ ๆ หลายชนิด ที่อาจนำประยุกต์ใช้กับโรงแรมอนาคตแห่งนี้ ในแบบพิมพ์เขียวโครงสร้างแอร์ครูซขั้นต้นนั้น ทีมนักออกแบบ นำโดย นายนิก ทาลบ็อต ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของซีมัวร์พาวเวลล์ อธิบายว่า ตั้งใจให้แอร์ครูซ ทำหน้าที่เป็นต้นแบบเทคโนโลยีการโดยสารและท่องเที่ยวทางอากาศรูปแบบใหม่

 



 

สำหรับแกนหลักของนวัตกรรมตัวนี้ ก็คือ
1. ต้องใช้ “พลังงาน” ซึ่งไม่เพิ่มมลพิษ หรือก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ดังนั้น เชื้อเพลิงหลักที่จะใช้ “ยก” รวมถึง “ขับเคลื่อน” จึงกำหนดไว้ว่าต้องเป็นก๊าซไฮโดรเจน เซลล์เชื้อเพลิง และเซลล์สุริยะ หรือพลังงานแสงอาทิตย์เท่านั้น
2.สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นทางเลือก สำหรับกลุ่มคนที่เบื่อหน่ายกับการขึ้นเครื่องบินพาณิชย์ ที่แม้ว่าจะไปถึงจุดหมายอย่างรวดเร็ว

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแอร์ครูซยังเป็นเพียงนวัตกรรมบนแผ่นกระดาษ อีกทั้ง “รูปทรง” แตกต่างจากหลักการออกแบบอากาศยานทั่วไป จึงมีคำถามตามมาไม่น้อยว่า สุดท้ายแล้วโปรเจ็กต์นี้จะเป็น “มวย” ล้มหรือไม่?
ต่อข้อสงสัยเหล่านี้ ทีมงานทาลบ็อตแจกแจงว่า โครงการนี้ไม่ได้ทำกันเล่น ๆ เพราะเขียนแผนก่อสร้างแอร์ครูซได้กำหนดรายละเอียดสเป๊กอุปกรณ์-เครื่องไม้เครื่องมือหลักๆ ไว้โดยละเอียด อาทิ ตัวโครงสร้างซึ่งทำจากวัสดุผสม หรือ Composite Materials มีเสาคานรับน้ำหนักแนวตั้ง 8 ต้น คอยรองรับน้ำหนักพื้นผิวเปลือกหุ้มชั้นนอก 4 ชิ้น ซึ่งภายในจะบรรจุก๊าซไฮโดรเจน 330,000 ลูกบาศก์เมตร
นอกจากนั้น ยังใช้ระบบควบคุมการบินอัตโนมัติเข้ามาช่วยเสริม พร้อมติดตั้งเรดาร์ตรวจสภาพอากาศเพื่อหลีกเลี่ยงการบินผ่านพายุและสภาพอากาศเลวร้าย แต่เพดานบินไม่สามารถขึ้นไปเกิน 12,000 ฟุต เพราะภายในไม่มีระบบปรับความดันอากาศ “ระบบพลังงานหลัก” มาจากเซลล์เชื้อเพลิงประเภท Proton Exchange Membrane หรือ “PEM” ขนาดใหญ่ ซึ่งอาศัยก๊าซไฮโดรเจนและออกซิเจนจากอากาศเป็นแหล่งกำเนิดแรงเคลื่อนไฟฟ้าจากปฏิกิริยาเคมี หรือเรียกว่า “กระบวนการออกซิเดชั่นของก๊าซไฮโดรเจน” และมีการติดตั้ง “แผงเซลล์สุริยะ” ตรงส่วนบนสุดของแอร์ครูซ เพื่อคอยผลิตและสะสมไฟฟ้าเสริมการทำงานของ PEM อีกชั้นหนึ่ง ขณะที่ไอระเหยของน้ำจากเซลล์เชื้อเพลิงบางส่วน สามารถนำไปรีไซเคิลผลิตเป็น “น้ำ” ใช้ในโรงแรมได้

 

 

สําหรับตัวโรงแรม กับห้องพักจะห้อยยึดติดกับโครงสร้างหลักข้างต้น เบื้องต้นวางแผนไว้ว่า จะมีบาร์ เลานจ์ รวมทั้งพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งออกแบบอย่างหรูหรา เช่นเดียวกับโรงแรมห้าดาว ส่วนห้องพัก ประกอบด้วยเพนต์เฮาส์ 1 ห้อง, ห้องดูเพล็กซ์ 4 ห้อง, ห้องพักขนาดปกติอีก 5 ห้อง จุลูกค้าได้รวมกัน ราว 100 คน บริเวณพื้นห้องบางจุด จะปูด้วยกระจกชนิดพิเศษ ช่วยให้มองเห็นความงามของท้องฟ้าเบื้องล่างชัดเจน จุดเด่นอีกประการของแอร์ครูซ คือ เมื่อต้องการหยุดจอดพักตรงจุดไหนก็ทำได้เลย และ “ลดระดับเพดานบิน” ลงมาอยู่ที่ 200-300 ฟุต เพื่อชื่นชมสถานที่สำคัญๆ ได้ตลอดเวลาตามความต้องการ
จากการคำนวณเบื้องต้นบ่งชี้ว่า ถ้าบินด้วยความเร็ว 100-150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แอร์ครูซ สามารถออกเดินทางจากกรุงลอนดอน เมืองหลวงอังกฤษ ไปยังมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในเวลา 37 ชั่วโมง หรือบินจากมหานครแอลเอ ของสหรัฐ ไปถึงนครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ใน 90 ชั่วโมง ตลอดเส้นทาง ผู้โดยสารจะได้รับการบริการสะดวกสบายจากพนักงานนับสิบชีวิต และมีสิ่งอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง
แน่นอน เมื่อพิจารณาข้อมูลต่างๆ แล้วจะเห็นว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายแรกๆ ของแอร์ครูซจะต้องเป็นคนชั้นกลางขึ้นไป ซึ่งพร้อมจ่ายเงินซื้อประสบการณ์แปลกใหม่
ส่วนจะมีโอกาสตีตั๋ว “นอนบิน” ชมธรรมชาติชิลชิลไปทั่วโลกตามที่วาดฝันไว้หรือไม่ รออีก 5 ปีคงได้ทราบกัน!
10 ข้อมูลจำเพาะ “แอร์ครูซ” รร.ลอยฟ้า
1. มีลูกเรือ 6 คน, พนักงาน 14 คน
2. ต้อนรับให้บริการลูกค้าได้ราว 100 คน
3. ลอยได้ด้วยก๊าซไฮโดรเจน
4. ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และเซลล์เชื้อเพลิง ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
5. ความสูงของตัวโรงแรมจากส่วนล่างจนถึงบนสุด อยู่ที่ 265 เมตร
6. รองรับน้ำหนักได้ 396 ตันโดยประมาณ
7. ทำเพดานบินได้สูงสุด 12,000 ฟุต
8. บินด้วยความเร็วระดับ 100 – 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
9. ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกเหมือนกับโรงแรมหรูทั่วไป อาทิ แผนกบาร์ เลานจ์ ล็อบบี้ ห้องพักแบบดูเพล็กซ์ 4 ห้อง รวมถึงห้องเพนต์เฮาส์
10. ถ้าโครงการผ่านความเห็นชอบ อาจสร้างเสร็จ ภายใน ปี ค.ศ. 2015 หรือ พ.ศ.2558