นกเงือก สัญลักษณ์ของป่าดงดิบ



 

นกเงือก สัญลักษณ์ของป่าดงดิบ

 

วันเวลาที่ผ่านมา ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ที่มีต้นไม้น้อยใหญ่เบียดเสียดอย่างแน่นหน้าซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของนกเงือก ได้รับผลกระทบจากการตัดไม้ทำลายป่าของมนุษย์ ทำให้ปริมาณของนกเงือกลดจำนวนลงไปอย่างมาก นกเงือกจึงเป็นตัวบ่งชี้ว่าป่านั้น ๆ มีความสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน เป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบอย่างแท้จริง นกเงือกมีการแพร่พันธุ์เฉพาะในเขตร้อนของทวีปเอเซียและแอฟริกาเท่านั้น ทั่วโลกมีนกเงือก ๕๔ ชนิด ในทวีปเอเซียมี ๓๐ ชนิด

 



สำหรับประเทศไทยมีนกเงือก ๑๒ ชนิด ในจำนวนนี้ทางภาคใต้มีถึง ๙ ชนิด นกเงือกในบ้านเรามีขนาดใหญ่ อาจมีความยาวเมื่อวัดจากปลายปากถึงปลายหางมากกว่า ๑.๕ เมตร ส่วนมากมักจะมีขนสีดำขาว ปากใหญ่ยาวโค้ง และมีโหนกอยู่บนส่วนปาก โหนกของนกเงือกมีขนาดแตกต่างกัน ภายในของโหนกที่ว่านี้เป็นโพรง ยกเว้นโหนกของนกชนหิน การติดตามดุนกเงือกเป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากกว่านกชนิดอื่น ๆ การจะพบเห็นนกเงือกได้ดีนั้นต้องอาศัยต้นไทรที่กำลังออกลูก ไทรต้นหนึ่ง ๆ จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันออกลูกเกือบตลอดทั้งปี จึงเป็นแหล่งรวมของนกนานาชนิดที่ได้อาศัยเป็นแหล่งอาหาร รวมถึงนกเงือกด้วย

 

 

บนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้น ต้องเดินทางเข้าไปในผืนป่าตะวันตก ผืนป่าตะวันออก และสุดชายแดนด้ามขวานทองผืนป่าทางภาคใต้ ผืนป่าเหล่านี้ส่วนหนึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติ รวมถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซึ่งยากต่อการเข้าไปใช้พื้นที่ นกเงือกไม่สามารถสร้างรังเหมือนกับนกชนิดอื่น ๆ ที่อาศัยอยู่ในโพรงไม้ เช่นนกหัวขวานที่สามารถเจาะรังเองได้ นกเงือกจึงเสาะหาโพรงในธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากการกระทำของสัตว์อื่น วัสดุในการสร้างโพรงประกอบด้วยมูลของมันเอง เศษไม้ และดิน ผสมกันพอกปากโพรงให้เล็กลงจนเหลือเพียงช่องแคบ ๆ ไว้สำหรับพ่อนกส่งอาหารผ่านด้วยจะงอยปากเมื่อ่ตัวเมียออกไข่ ฟักไข่ และเลี้ยงลูกอยู่ข้างในจนกว่าลูกนกโตพอจะบินได้จึงกะเทาะปากโพรงออกมา ซึ่งจะกินเวลาประมาณ ๓-๔ เดือน

 

นกเงือกจังคู่ราวเดือนมกราคม ส่วนทางภาคใต้การจับคู่จะล่าช้ากว่าที่อื่น ๆ โดยตัวผู้ทำหน้าที่เสาะหารัง ส่วนตัวเมียจะคอยติดตามไปดูด้วยและตัดสินใจว่าพอใจโพรงนี้หรือเปล่า ในขณะเดียวกันก็จะเกี้ยวพาราสีแสดงความรักซึ่งกันและกัน เมื่อนกเงือกตัวเมียพอใจโพรงที่ตัวผู้พามาดูตัวเมียจะเริ่มเจาะปากโพรงกะเทาะวัสดุที่ปิดรังเก่าออก แล้วมุดเข้าไปข้างในจัดการทำความสะอาด คาบเศษวัศดุที่เป็นเมล็ดผลไม้ เศษขนของปีกโยนทิ้งแล้วปิดปากโพรงเสียใหม่

 

หลังจากตัวเมียกกไข่และไข่ฟักออกเป็นตัว ตัวผู้จะทำหน้าที่หาอาหารมาป้อนตัวเมียวันละไม่ต่ำกว่า ๑๐ ครั้ง อาหารของนกเงือกมีความหลากหลายนอกจากผลไม้ในป่าแล้ว ยังมีสัตว์เลื้อยคลาน แมลงนานาชนิด เพื่อเป็นอาหารโปรตีนเสริมให้ลูกน้อย ในช่วงนี้เราจะเห็นนกเงือกตัวผู้โทรมเนื่องจากทำหน้าที่หาอาหารอย่างหนัก

 

 

เมื่อเวลาล่วงเลยมาถึงเดือนที่ ๔ พ่อนกจะเริ่มลดอาหารลง แสดงว่าใกล้เวลาอันสมควรที่แม่นกและลูกนกจะออกจากโพรงมาสู่โลกภายนอก เมื่อออกจากโพรงลูกนกจะบินได้ทันที เนื่องจากได้ฝึกกระพือปีกอยู่ในโพรงบ้างแล้ว แหล่งดูนกเงือกในบ้านเรามีอยู่ไม่กี่แห่ง ภาคใต้นับว่าเป็นแหล่งที่น่าติดตามที่สุด เพราะมีนกเงือกมากกว่าภาคอื่น ๆ ผืนป่าฮาลานั้นหลงเหลือพื้นที่ไม่มากนักถ้าไม่รวมเอาผืนป่าบาลาเข้ามาผนวก ทว่าก็ยังเหลือความอุดมสมบูรณ์ ผืนผ่ายังมีแนวรอยต่อกับผืนป่ามาเลเซีย ซึ่งเป็นป่าฝนชุ่มชื้นตลอดทั้งปี ที่นี่จึงพบเห็นนกหายากหลายชนิด บางชนิดมีรายงานว่าสูญพันธุ์ไปจากประเทศเราแล้ว อาทิ นกเงือกปากย่น

 

ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าเขตร้อนติดชายแดนมาเลเซียจึงทำให้ผืนป่าฮาลา-บาลาเป็นแหล่งอาศัยและหากินของนกเงือกหลายชนิด บนถนนสายยุทธศาสตร์ ๔๐๖๒ ผ่าใจกลางผืนป่าแห่งนี้หนาแน่นด้วยพรรณไม้นานาชนิด เช่น ตะเคียนชันตาแมว ก่อหลุมพอ กระบก และสยา ไม้ที่นกเงือกชอบทำรังมากที่สุด นอกจากนกเงือกที่หายากยังมีพรรณไม้หายาก ได้แก่ ปาล์มบังสูรย์ ใบไม้สีทอง เฟินยักษ์ ถนนสายนี้จึงเป็นแหล่งพบเห็นนกเงือกได้ง่ายและบ่อยที่สุด โดยเฉพาะจุดชมวิว

 

นกเงือกหัวแรด (Rhinoceros Hornbill) เพราะเป็นนกขนาดใหญ่ เวลาบินจึงมีเสียงดังเหมือนพายุ ตัวผู้และตัวเมียต่างกันเล็กน้อย ตัวผู้จะใหญ่กว่า มีแถบดำพาดกลาง จะงอยปากมีสีเหลืองจนถึงสีงาช้าง ด้านหน้าของโหนกโค้งขึ้น ตัวผู้มีม่านตาสีแดง ตัวเมียมีม่านตาสีขาว ตัววัยรุ่นโหนกด้านหน้าจะตรง ไม่โค้งขึ้นอย่างตัวเต็มวัย อาหารของนกเงือกหัวแรดมีทั้งพืชและสัตว์

 

นกชนหิน (Helmeted Hornbill) เป็นนกชนิดเดียวที่มีโหนกแข็งทึบคล้ายช้างและมีขนตรงกลางหางยาวออกมาถึง๕๐ เซนติเมตร ๒ เส้น มีแถบดำใกล้ ๆ ปลายหางขนสีน้ำตาลดำ ท้องขาว หางขาวมีแถบดำพาดขวาง และแถบขาวที่ขอบปีก ปากสั้นแข็งสีแดงคล้ำปลายสีเหลือง ตัวผู้บริเวณคอที่ไม่มีขนจะมีสีน้ำเงิน ตัววันรุ่นตัวผู้บริเวณคอที่ไม่มีขนจะมีสีแดงเรื่อ ตัวเมียส่วนนี้สีม่วง นอกจากนี้บนจะงอยปากจะมีขนาดเล็กกว่าและขนหางไม่เจริญเต็มที่ หากินระดับยอดไม้ กินผลไม้เป็นส่วนใหญ่ อาทิ ลูกไทร บางครั้งยังพบว่ากินสัตว์อื่น เช่น กิ้งก่า กระรอก และนกด้วย

 

นกเงือกหัวหงอก (White-crowned Hornbill) ตัวเต็มวัยมีขนสีขาวที่หัวพู่คล้ายหงอน เวลาบินจะเห็นหางสีขาวชัดเจน ขนปีกสีดำ มีปลายปีกสีขาว ปากและโหนกซึ่งมีขนาดเล็กมีสีดำ ตัวผู้มีขนที่คอสีขาว ท้องขาว ตัวเมียส่วนนี้จะมีสีดำ ตัววัยรุ่นขนที่ตัวสีน้ำตาล หางดำ ปลายขาว ขนคลุมปีกปลายขาว อยู่รวมกันเป็นฝูง ๔-๖ ตัว บางครั้งมากถึง ๒๐ ตัว หากินบริเวณใต้เรือนยอดของต้นไม้ หรือระดับเหนือผิวดินเล็กน้อยชอบกินทั้งผลไม้และสัตว์อื่น ๆ เช่นกิ้งก่า ชอบกินเนื้อมากกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับนกเงือกชนิดอื่น ๆ เป็นนกที่บนเงียบมาก เมื่อทำรังตัวผู้จะมีผู้ช่วยทั้งตัวผู้และตัวเมียเช่นเดียวกับนกเงือกปากดำ ที่ทางภาคใต้เรียกว่ากาเขา หลายปีที่ผ่านมามีข่าวเรื่องนกเงือกปากย่นสูญพันธุ์ไปจากผืนป่าของประเทศไทยโอกาสจะพบเห็นนั้นแทบไม่มี หลายฝ่ายได้แต่เฝ้ารอคอยและติดตามข่าวกันเป็นระยะโดยเฉพาะนักดูนก

 

 

นกเงือกปากย่น (Wrinkled Hornbill) นกชนิดนี้เป็นอีกชนิดหนึ่งที่ค่อนข้างพบยาก แม้แต่รังในผืนป่าฮาลา-บาลาก็ยังไม่เคยเจอ นอกจากมันจะบินมาหากินใกล้ ๆ สถานีวิจัยเป็นครั้งคราวเท่านั้น นกเงือกปากย่นถือว่าเป็นนกเงือกที่สวยงามอีกชนิดหนึ่งในบรรดานกเงือกทั้งหมด เมื่อมีการบันทึกภาพได้ที่นี่จึงเป็นหลักฐานว่านกเงือกปากย่นยังมีอยู่ในประเทศไทย นกเงือกปากย่นมีขนาดใกล้เคียงนกแก๊ก ขนหางส่วนปลายสองในสามมีสีขาว ตัวผู้ตัวสีดำ บริเวณหน้า หัว และคอสีขาว ต่างจากนกกู่กี๋และนกเงือกกรามช้างปากเรียบตรงที่มีขนาดเล็กกว่า มีกระหม่อมสีดำ ถุงใต้คอขาวหรือฟ้าซีด ๆ มีโหนกใหญ่สีแดง จะงอยปากล่างมีรอยย่นสีเหลือง ส่วนโคนสีแดงเรื่อ ตัวเมีตัวสีดำ ถุงใต้คอสีน้ำเงินแกมเขียวหรือสีน้ำเงิน หนังขอบตาสีน้ำเงิน ซึ่งแยกได้ง่ายจากตัวเมียของนกกู่กี๋ซึ่งมีหนังส่วนนี้สีแดงชมพู ชอบหากินระดับเรือนยอดไม้ พบอยู่โดดเดี่ยวหรือฝูงเล็ก ๆ เป็นนกเงือกที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ เนื่องจากป่าต่ำถูกบุกรุกทำลายด้วยน้ำมือของมนุษย์ แม้ผืนป่าฮาลา-บาลาจะเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีพของนกเงือก แต่พื้นที่บางแห่งที่เป็นป่าที่ราบต่ำก็ยังถูกทำลายโดยชาวบ้านที่อยู่รอบแนวเขต การแผ้วถางป่าเพื่อปลูกสวนยางพารา สวนเงาะ สวนทุเรียน ส่งผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของนกเงือกบางชนิด ในผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ก็หาโพรงธรรมชาติได้น้อยมาก จึงทำให้นกเงือกแย่งชิงโพรงกันเองนกเงิอกที่มีขนาดใหญ่จึงอาศัยอยู่ในป่าลึก เช่น นกเงือกกรามช้าง ซึ่งในผืนป่าฮาลา-บาลามีโอกาสพบน้อยมากเมื่อเทียบกับนกเงือกตัวอื่น ๆ

 

นกเงือกกรามช้าง หรือนกกู๋กี๋ (Wreathed Hornbill) เมื่อโตเต็มวัยมีขนาดเล็กกว่านกกกเล็กน้อยโหนกแบนหยักเป็นลอน จำนวนลอนบ่งบอกถึงอายุของนก คือ ๑ ปี มี ๑ ลอน มากที่สุดถึง ๑๐ ลอน ตัวและปีกสีดำ หางขาวปลอด ปากด้านข้างมีรอยหยัก ตัวผู้ที่มีส่วนท้ายทอยสีน้ำตาลเข้ม หน้า ขมับ และคอ ขาว ถุงใต้คอสีเหลืองมีขีดดำ ตัวเมียมีสีดำตลอดตัว ยกเว้นหางขาวปลอด ถุงใต้คอสีฟ้า ตัววัยรุ่นเหมือนตัวเมียเต็มวัย แต่ปากด้านข้างมีรอยหยักน้อยหรือเกือบไม่มีเลย ลูกนกตอนแรกมีขนเหมือนตัวผู้จำนวนของลอนที่โหนกไม่เกิน ๓ ลอน ถุงใต้คอสีเหลืองมีรอยสีดำเป็นขีดจาง ๆ นกเงือกกรามช้างชอบกินผลไม้เป็นส่วนใหญ่ เป็นนกที่บินได้ไกลมาก หากินได้ทั่วป่าจนได้ชื่อว่าเป็นยิปซีแห่งพงไพร ชอบอาศัยอยู่ในป่าดงดิบและป่าผสมผลัดใบ

 

นกเงือกปากดำ หรือกาเขา (Bushy-crested Hornbill) ใกล้เคียงกับนกแก๊ก ปากสีดำ ตัวเมียมีปากสีเหลืองแซม โหนกเล็ก แต่หนา หนังรอบตาสีฟ้าอ่อน ขนส่วนใหญ่สีดำเหลือบสะท้อนแสง รวมถึงปีกและด้านบนของลำตัว หน้าอกและท้องมีสีน้ำตาลดำ หางส่วนล่างสองในสามมีสีน้ำตาลเทา นกเงือกปากดำหากินกันเป็นฝูงเล็ก ๆ ในป่าทึบ บริเวณเรือนยอดระดับต่ำของป่า เป็นนกขี้อาย ชอบกินผลไม้และกินสัตว์เล็ก ๆ ชอบส่งเสียงเอะอะคล้ายนกเงือกสีน้ำตาล ทำรังเลี้ยงลูกเช่นเดียวกับนกเงือกสีน้ำตาล คือนอกจากพ่อนกจะเลี้ยงลูกแล้ว ยังมีผู้ช่วยซึ่งประกอบด้วยนกเงือกปากดำทั้งสองเพศและทุกวัย

 

นกเงือกดำ (Black Hornbill) เป็นนกที่ชอบที่ราบต่ำมีโอกาสพบเห็นน้อยมากในป่าที่ราบต่ำ เป็นนกเงือกทางใต้อีกตัวหนึ่งที่หาดูได้ยากไม่แพ้นกเงือกตัวอื่น ๆ แหล่งที่จะพบเห็นนกเงือกดำได้มีที่เดียวที่ป่าพรุโต๊ะแดงเท่านั้น ซึ่งถูกบุกรุกแผ้วถางง่าย จึงลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็วจนอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์ ตัวเต็มวัยขนาดใหญ่กว่านกแก๊กเล็กน้อย ขนดำหมดยกเว้นปลายหางด้านนอกขาว โหนกมีขนาดใหญ่ ตัวผู้จะงอยปากสีออกขาว ม่านตาสีน้ำตาบจนถึงสีน้ำตาลแดง หนังรอบตาสีดำ อาจมีสีเหลืองแต้มที่หนังใต้ตา ตัวเมียมีจะงอยปากสีค่อนข้างดำ ม่านตาสีส้ม แผ่นหนังรอบตามีสีขาวและสีชมพูคล้ำชอบอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ชอบกินทั้งพืชและสัตว์ อาศัยบริเวณป่าที่ราบต่ำใกล้แหล่งน้ำ บางครั้งพบในที่โล่ง

 

 

นกแก๊ก หรือนกแกง (Oriental Pied Hornbill) สำหรับนกแก๊กเป็นนกเงือกขนาดเล็กที่สามารถพบเห็นได้ง่ายกว่านกเงือกชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะป่าที่ราบต่ำ ป่าดิบขึ้น หรือป่าเบญจพรรณ มักออกหากินรวมกันเป็นฝูง ส่งเสียงร้องดัง มีขนาด ๗๐ เซนติเมตร มีโหนกขนาดใหญ่รูปทรงกระบอกทอดตามความยาวของปาก คอและลำตัวสีดำปลอด มีขอบตาสีฟ้าซีด ๆ ท้องสีขาว ปลายขนปีกสีขาว ขนหางคู่กลางส่วนที่เหลือจะมีส่วนปลายหนึ่งในสี่เป็นสีขาว ชนิดพันธุ์ย่อย (พันธุ์มลายู) ขนหางสีดำขนาบด้วยสีขาวด้านข้างบางตัวมากบางตัวน้อยไม่แน่นอน ตัวผู้มีจะงอยปากและโหนกสีขาวงาช้าง และมีสีดำแต้มเปรอะทั้งโหนกและปากจนดูมอม ตัววัยรุ่นคล้ายตัวเต็มวัย แต่มีโหนกเล็กกว่า สีบริเวณปากจะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้น นกแก๊กชอบกินผลไม้ หากินตามพื้นจับสัตว์เล็ก ๆ เช่น งู กิ้งก่า ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูงเล็ก ๘-๑๐ ตัว ชอบคลุกฝุ่น เวลาบินจะมีผู้นำฝูงแล้วบินตามกันเป็นแถว ชอบส่งเสียงคุยลั่นป่า อาศัยอยู่ตามป่าเต็งรัง ชายป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น หรือป่าเบญจพรรณ เมื่อพบนกแก๊กเรามักจะพบนกกกหรือนกกาฮังที่มีนิสัยชอบส่งเสียงร้องลั่นป่าเวลาออกหากินตามป่าดงดิบหรือป่าที่ราบต่ำ จึงทำให้พบเห็นตัวได้ง่าย

 

นกกก นกกาฮัง หรือนกกาวะ (Great Hornbill) เป็นนกเงือกขนาดใหญ่มาก หน้า คาง คอ และส่วนใต้โหนกมีสีดำ คอขาว ปีกสีดำแถบขาว และปลายขนปีกมีสีขาว หางสีขาวมีแถบสีดำพาดค่อนมาทางปลายหาง ส่วนคอและจะงอยปาก รวมทั้งบริเวณหัวและปีก มาจากสีของน้ำมันจากต่อมโคนหางที่นกทาเอง ตัวผู้มีสีดำแต้มเป็นแถบระหว่างโหนกด้านหน้ากับจะงอยปาก ม่านตาสีแดง ตัวเมียโหนกและปากไม่มีสีดำแต้ม ม่านตาสีขาว ตัววัยรุ่นมีโหนกขนาดเล็ก ส่วนหน้าแบน นกกกหากินตามเรือนยอดของต้นไม้ บางทีก็ลงมาพื้นดินชอบผลไม้ป่าต่าง ๆ โดยเฉพาะลูกไทร นอกจากนั้นยังกินงู หนู นก และแมลง ตัวเมียกกไข่ในโพรงจนลูกฟักออกจากไข่ ซึ่งปกติจะมีเพียงตัวเดียวเท่านั้น แล้วตัวเมียจะกะเทาะปากโพรงออกมาช่วยเลี้ยงลูกเมื่อลูกนกอายุราว ๑-๑ เดือนครึ่ง ลูกนกจะปิดปากโพรงเสียใหม่ นกกกจะจับคู่คู่เดิมตลอดชีวิต พบอยู่ในป่าดิบชื้นหรือป่าดิบแล้งส่วนใหญ่ชอบอยู่ป่าที่ราบต่ำกว่า ๑,๐๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง หรืออาจจะพบตามภูเขาสูงถึง ๒,๐๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

 

 

นกเงือกสีน้ำตาล (Brown Hornbill) เป็นนกเงือกขนาดใกล้เคียงกับนกแก๊ก จะงอยปากสีขาวงาช้าง มีโหนกเป็นสันเล็ก ๆ ตัวผู้มีสีด้านบนของลำตัว หัว และท้ายทอยเป็นสีน้ำตาล ด้านใต้ลำตัวสีน้ำตาลแดง ปลายปีกมีสีขาว คาง คอ และด้านข้างของคอมีสีขาว ปลายขนหางสีขาว ยกเว้นขนหาง ๒ เส้นตรงกลางซึ่งมีสีน้ำตาลตลอด ตัวเมียมีด้านบนลำตัวสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับหัว ส่วนด้านใต้ลำตัวมีสีน้ำตาลเทาออกคล้ำกว่าตัวผู้ นกเงือกสีน้ำตาลชอบกินผลไม้ ได้แก่ ผลไทร ตาเสือ ยางโดน พิพวน หว้า ส้มโมง แต่เวลาเลี้ยงลูกจะป้อนอาหารพวกสัตว์เล็ก ๆ เช่น จิ้งเหลน กิ้งก่า กิ้งกือ ตะขาบ มากกว่านกเงือกชนิดอื่น ๆ คือประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณอาหารทั้งหมด แมลงที่ชอบมากที่สุด ได้แก่ จักจั่น นกเงือกสีน้ำตาลจะแปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ในช่วงทำรังจะมีตัวผู้ที่ไม่ได้จับคู่ในฤดูผสมพันธุ์นั้นมาช่วยเป็นพ่อเลี้ยง (Co-operative Breeding) เมื่อเวลาเข้าป้อน บรรดาพ่อเลี้ยงทั้งหลายจะเรียงแถวกันคอยเข้าป้อนเป็นลำดับ พ่อเลี้ยงเหล่านี้เชื่อว่าเป็นลูกของนกคู่ผัว-เมีย นอกฤดูผสมพันธุ์นกเงือกสีน้ำตาลจะอยู่เป็นฝูงเล็ก ๆ ๘-๑๐ ตัว หรือมากกว่านั้น เป็นนกชอบร้องเอะอะโวยวายเหมือนนกแก๊ก แต่เสียงกรี๊ดมากกว่า นกเงือกสีน้ำตาลพบได้ทั้งป่าดิบ ป่าดิบชื้น หรือแม้แต่ป่าเต็งรังทางภาคเหนือ เรื่อยลงมาถึงบริเวณป่าจังหวัดชุมพร นกเงือกสีน้ำตาลที่พบบริเวณเขาใหญ่และทางตะวันตกมีลักษณะต่างกันเล็กน้อย โดยนกเงือกสีน้ำตาลที่พบทางตะวันตกนั้นตัวเมียปากสีดำ ส่วนที่เขาใหญ่ตัวเมียปากสีเดียวกับตัวผู้

 

นกเงือกกรามช้างปากเรียบ (Plain-pouched Hornbill) นกเงือกชนิดนี้แยกจากนกกู๋กี๋ได้ยาก นอกจากจะต้องคอยสังเกตว่ามีขนาดเล็กกว่าและไม่มีขีดที่ด้านข้างของปากและถุงใต้คอเท่านั้น ทั้งสองเพศมีหางสีขาว ตัวผู้หน้าและคอมีสีขาว กระหม่อมสีน้ำตาลแดง ถุงใต้คอสีเหลือง ตัวเมียสีดำทั้งหัว คอ และตัว ถุงใต้คอสีฟ้า ปกติอยู่รวมกันเป็นฝูง ฝูงละ ๖-๒๐ ตัว หรือมีจำนวนมากกว่านี้ ชอบกินผลไม้ แต่บางครั้งก็ชอบกินสัตว์ เช่น หอยทาก บินเก่ง สามารถบินหากินได้เป็นระยะทางไกล ๆ ร้องเสียงเห่า แหบ ๆ สั้น ๆ อาศัยอยู่ในป่าดิบสูงประมาณ ๙๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

 

นกเงือกคอแดง (Rufous-necked Hornbill) ตัวเต็มวัยมีขนาดเล็กกว่านกกู๋กี๋เล็กน้อย ทั้งสองเพศมีลักษณะต่างกัน ตัวผู้ หัว คอ และหน้าอกส่วนบนมีสีสนิมเหล็ก หลังและปีกสีดำเหลือบเขียว ปลายขนปีกสีขาว หางยาวดำ มีสีขาวครึ่งปลาย ม่านตาแดง หนังตาสีฟ้าอมเขียวสดใส ถุงใต้คอสีแดงสดอมส้ม ถุงใต้คอบริเวณจะงอยล่างสีน้ำเงินม่วง ปากสีเหลืองงาช้าง ไม่มีโหนก จะงอยปากด้านข้างบนมีขีดเป็นร่องสีดำ อาจมีมาก ๘ ร่อง ตัวเมียมีขนาดเล็กกว่าตัวผู้ ขนข้างตัวและคอสีดำล้วน ถุงใต้คอสีเดียวกับตัวผู้ ตัววันรุ่นคล้ายตัวเต็มวัยทั้งสองเพศ ยกเว้นตอนตัวเมียวัยรุ่นจะมีสีดำแต่ตอนเด็กจะมีขนสีสนิมเหล็กคล้ายตัวเต็มวัยตัวผู้ ในปีแรกจะงอยปากเล็กกว่า อุปนิสัยชอบกินผลไม้ หากินระดับเรือนยอดไม้ บางทีก็ลงมาเก็บผลไม้ที่ร่วงบนดิน เวลาอยู่บนพื้นดินจะกระโดดไปมา นอกฤดูผสมพันธุ์ชอบอยู่เป็นคู่หรือฝูงเล็ก ๆ ๔-๕ ตัว หรืออาจพบถึง ๑๕ ตัว เสียงร้องคล้ายเสียงเห่าของสุนัข อาศัยอยู่ในป่าดงดิบที่ระดับความสูง ๘๐๐-๒,๐๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง

 

มาถึงวันนี้นกเงือกได้บ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของป่าดงดิบอย่างแท้จริง การดำรงชีวิตของนกเงือกต้องใช้พื้นที่ที่เป็นป่าดงดิบและป่าที่ราบต่ำที่มีความอุดมสมบูรณ์เท่านั้น ถ้าหากผืนป่าถูกบุกรุกทำลายด้วยน้ำมือของมนุษย์ ย่อมส่งผลกระทบต่อนกเงือกให้เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในที่สุด