ลำไย เมืองจันท์ ผลไม้โกอินเตอร์ส่งนอก



 

 



ตามไปดู "ลำไย" เมืองจันท์!! เปิดตัวแรงส่งออกกว่าปีละ 300 ตัน เล่นเอามังคุด-ทุเรียน ชิดซ้าย

 

ผลไม้อินเตอร์ที่ว่านี้ไม่ใช่อะไรหรอกครับ มันคือลำไยนั่นเอง และลำไยที่นี่ก็ไม่ได้ต่างจากที่อื่นเลย แต่ที่พิเศษก็ตือ ผลผลิตที่ได้จากลำไยนั้นจะส่งออกไปยังต่างประเทศเท่านั้น ไม่วางจำหน่ายในไทย เห็นไหมครับว่าอินเตอร์จริง ๆ

ช่วงนี้ใครเดินทางไปที่จังหวัดจันทบุรี โดยเฉพาะอำเภอโป่งน้ำร้อน ซึ่งเป็นอำเภอเล็ก ๆ ติดชายแดนกัมพูชา จะเต็มไปด้วยต้นลำไย ลูกดกเต็มต้น รสชาติไม่ต้องพูดถึงครับ หวานกำลังดี ลูกโตชวนให้น่ารับประทาน เมื่อไปเห็นแทบจะไม่น่าเชื่อว่าต้นลำไยที่มักจะเห็นในแถบภาคเหนือจะมาโผล่อยู่ที่ภาคตะวันออก มากกว่า 500 ไร่กันเลยทีเดียว



 

 

จากเดิมเมื่อเอ่ยถึงเมืองจันท์ เมืองแห่งผลไม้ที่มีกินอยู่ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นราชา-ราชินีผลไม้ เงาะ มังคุด ลางลาด ลองกอง สละ ระกำ สำรอง และผลไม้ขึ้นชื่อของเมืองไทยอีกหลายชนิด ต่างก็ปลูกกันมากในแถบนั้น เพราะเมืองจันทบุรีนับว่าเป็นจังหวัดที่มีบรรยากาศครบทั้งภูเขา น้ำตก ทะเล เหมาะแก่การเพาะปลูก แต่ลำไยกำลังจะเป็นผลไม่เศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด โดนเฉพาะประเทศจีน ในแถบยุโรปบางประเทศ

จากการเดินเที่ยวชมกันจนเมื่อย เมื่อได้ลิ้มลองผลลำไยสดจากต้นแล้วก็เป็นอันติดใจ พี่เหมี่ยว หรือนายบุญเชิง เจียมอู เกษตรกรเจ้าของสวนลำไยทั้งหมด 500 ไร่ บอกว่าลำไยที่นี่ค่อนข้างจะต่างจากที่อื่น หวานและรสชาติดีกว่า อาจจะเป็นเพราะอากาศ พื้นที่ปลูก การบำรุงต้นและผล

 



 

ผลผลิตที่ได้พี่เหมี่ยวเล่าว่า แต่ละปีที่ขายมานั้นราคาจะอยู่ที่ 35-40 บาทต่อกิโลกรัม ผลผลิตต่อปีเฉพาะแปลงนี้ (70 ไร่) ประมาณ 10 ตัน และพื้นที่ อื่นของไรก็ปลูกลำไยเช่นเดียวกัน แต่ต้นยังเล็ก ส่วนอายุของต้นที่สามารถให้ผลผลิตได้อยู่ที่ 3 ขึ้นไป และจะให้ผลผลิตอย่างต่อเนื่องประมาณ 10 ปี จากเดิมที่พื้นที่นี้เคยปลูกมันสำปะหลังมาก่อน แต่ราคาไม่ค่อยดี จึงหันมาปลูกลำไยแทน และพื้นที่อื่น ๆ โดยรอบนี้ก็ปลูกลำไยเช่นกัน ส่วนการขายนั้นจะมีพ่อค้ามารับเหมา ตอนนี้ทั้งพื้นที่ที่มีการปลูกผลผลติรวมจะอยู่ที่ประมาณ 300 ตัน

การปลูกจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน เป็นช่วงที่เริ่มให้สารกระตุ้นการออกดอก จากนั้นก็ดูแลเรื่อยมาจนมาถึงช่วงเดือนมกราคมผลก็จะสุกเต็มที่พร้อมจำหน่าย ส่วนต้นทุนในการปลูก ดูแล ก็ไม่สูงมาก เนื่องจากว่าช่วงนี้นำอุดมสมบูรณ์ ดูแลง่าย และก่อนที่จะขายต้องผ่านการตรวจ GAP หรือการปฏิบัติในการผลิตพืชเพื่อให้ผลผลิตได้มาตรฐานปลอดภัย ปลอดศัตรูพืชและคุณภาพถูกใจ ก่อนอีกด้วยเพื่อความมั่นใจในการส่งออก

 

 

ลองคิดดูเล่น ๆ นะครับว่าพี่เหมี่ยวจะมีรายได้มากซักแค่ไหน เมื่อผลผลิตที่ได้ขณะนี้ 10 ตันต่อแปลง เฉลี่ยจำหน่ายกิโลกรัมละ 40 บาท คร่าว ๆ ก็มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 4 แสนบาท นี่เป็นเพียง 1 ใน 7 ของพื้นที่ที่พี่เหมี่ยวมีอยู่ ยังไม่รวมกับต้นเล็ก ๆ ที่ลูกยังไม่ดก ถ้าทั้งหมด 500 ไร่ และถ้าสามารถจำหน่ายได้ในราคา 35-40 บาท รับรองเกษตรกรรวย

หากใครอยากลิ้มลองสด ๆ จากต้นในช่วงนี้แล้ว ผสมกับการรับอากาศเย็น ก็ต้องเดินทางไปที่เมืองจันท์ หรือหากใครต้องการเคล็ดลับในการปลูก พี่เหมี่ยวก็ยินดีให้คำปรึกษา แต่ใครจะไปเหมาซักกระบะรถต้องขอบอกว่าอดนะครับ เพราะที่นี่เขาสงวนเพื่อออกเท่านั้น แต่ก็มีบ้างที่จำหน่ายในสวนเพื่อเอาไปเป็นของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ

 

 



แนะนำ