แม่ละนา-ปางมะผ้า-ปาย ความหลากหลายบนเส้นทาง



 

อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน
หลาย ๆ คนคงชินตา กับภาพนาขั้นบันไดที่ยืนต้นออกรวงเหลืองอร่าม พร้อมเก็บเกี่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาวกันอยู่แล้ว เพราะใคร ๆ ก็ชอบถ่ายภาพแบบนี้มาส่งประกวดกันในหลาย ๆ เวทีเป็นอาจินต์ แต่มาคราวนี้ผมกลับอยากเห็นนาขั้นบันไดที่เริ่มปักดำ ได้เห็นผิวน้ำสะท้อนเงาของท้องฟ้าเห็นต้นกล้าข้าวสีเขียวอ่อนสะท้อนแสงสวยงาม
ครับ…คิดได้ดังนั้นแล้ว ด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่ากามนิตหนุ่ม ขึ้นรถคู่ใจฝ่าราตรีจาก กทม. ผ่านถนนสายเอเชียมาจนมหานครเชียงใหม่เอาตอนใกล้รุ่ง และออกจากเชียงใหม่ยังไม่สว่าง ฝนเริ่มพรำ จากแยกแม่มาลัยไปอีกร่วมหนึ่งร้อยกิโลเมตร แต่ผมก็ขับเคลื่อนเจ้าสองล้อผ่านไปแต่ละโค้ง ผิวถนนจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนก็ทำได้อย่างชิลชิล หรือชิลเดรน ชิลเดรน แล้วอำเภอปายที่ใครต่อใครชอบมาเที่ยวในฤดูหนาว ยิ่งวันหยุดยาวรถก็ติดยาวเหยียด จนเสียบรรยากาศเมืองอาร์ติสต์ไปหมดก็ปรากฏแก่ตา

 

 



ตอนนี้เมืองปายแบบที่เคยเห็นกลับปกคลุมไปด้วยหมอกฝนที่ชุ่มชื่น มองไปทางไหนก็ดูชุ่มชื้นไปหมด ใครไม่มาเห็นก็ไม่รู้หรอกว่าเมืองปายในหน้าฝนก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบ สองข้างทางเข้าปายเห็นชาวบ้านเริ่มทำนากันแล้ว ดังนั้น เพื่อให้สมอารมณ์อยากที่ตั้งใจมาแต่แรก ผมจึงตระเวนหาที่พักที่มีบรรยากาศทุ่งนา รอบนอกเมืองบางที่ก็เริ่มทำนาบ้างแล้ว บางที่ก็ยังไม่ได้ทำ พอได้ที่พักก็พักผ่อนเอาแรงซะหน่อย ตื่นมาตอนสาย ๆ ผมเลยขับรถไปทางอำเภอปางมะผ้า ดูไปเรื่อยๆ จนถึงด่านตำรวจตรงบ้านแม่ละนาลองถามเจ้าหน้าที่ว่ามีหมู่บ้านไหนที่เขาทำนา กันบ้างแล้ว เจ้าหน้าที่แนะนำให้ลองเข้าไปที่หมู่บ้านแม่ละนาผมก็เลยเลี้ยวขวาไปตามทางที่เจ้าหน้าที่บอก
บ้านแม่ละนาเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขา ระหว่างทางลงหมู่บ้านมองเห็นนาขั้นบันไดเล็ก ๆ ตามไหล่เขาบ้าง นาบนพื้นราบบ้าง ชาวนากำลังเริ่มปักดำ มองเห็นผิวน้ำสะท้อนกับท้องฟ้าราวกระจกลง ถึงกลางหมู่บ้านได้พบวัดประจำหมู่บ้าน ที่มองปุ๊บก็รู้ว่าเป็นศิลปะของชาวไทยใหญ่ เพราะฉะนั้น ฟันธงได้เลยว่าเป็นหมู่บ้านไทยใหญ่ แถมยังมีโฮมสเตย์อีกด้วย ผ่านกลางหมู่บ้านออกไปสู่ท้องนาก็โอ้โฮ ถ่ายภาพได้เลย ถ่ายรูปกันอยู่สักพักก็ล่ำลาบ้านแม่ละนาไปต่อที่บ้านปางคามซึ่งเป็นเขตชายแดนติดต่อพม่า
ระหว่างทางกลับปางมะผ้ายังมีที่ท่องเที่ยว ถ้ำผีแมนอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 1095 เลยปางมะผ้ากลับไปทางอำเภอปาย ซ้ายมือเป็นทางเข้าสู่วนอุทยานถ้ำลอดอันมีชื่อเสียง ที่นี่มีชาวบ้านเป็นผู้ถือตะเกียงนำทางและถ่อแพเข้าชมถ้ำ เป็นการกระจายรายได้สู่ชุมชนอันน่าสนับสนุน และหลังจากได้เพลิดเพลินไปกับความงามของหินงอกหินย้อย และความน่ารักของเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน

 

 

 

 

แล้วกลับออกมาก็สะดุดตากับป้ายเล็ก ๆ ข้างทาง Pepo Workshop Handmade Silver ก็เลยเลี้ยวรถเข้าไปชม ที่นี่เป็นบ้านของสเตฟาน หนุ่มชาวเยอรมัน นักทำเครื่องเงินที่มาหลงเสน่ห์เมืองไทย อยู่ที่นี่กว่า 20 ปี โดยมีภรรยาชาวไทยและลูก ๆ ที่น่ารัก ออกแบบและทำเองกับมือ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสวยไม่เหมือนใคร สาว ๆ ที่มาด้วยก็ได้โอกาสช็อปปิ้ง แล้วยังอุดหนุนสร้อยลูกปัดของเด็ก ๆ ที่ใช้เวลาว่างทำหารายได้พิเศษอีกด้วย
ครับมาถึงนี่แล้วก็อย่าลืมแวะกระจายรายได้ รวมทั้งจะช่วยกระจายให้กับเพื่อนพ้องน้องพี่ชาวไทยภูเขาที่พากันมาตั้งร้าน ค้าอยู่ตามจุดชมวิวต่าง ๆ ด้วยก็ยิ่งดี
กลับคืนสู่เมืองปาย เส้นทางปาย-แม่ฮ่องสอนนั้น สวยงามได้ใจในทุกฤดูกาล ไปเมื่อไรก็สวยเมื่อนั้น ไม่ต้องไปช่วงปลายฝนต้นหนาว ไปกลาง ๆ ฝนแบบนี้ก็สวยงามไปอีกแบบครับ