เยือน เลกหลุยส์ แคนาดา โรแมนติก



 

เยือน”เลกหลุยส์” แคนาดา”โรแมนติก”
ใบเมเปิ้ล ละอองน้ำตกไนแองการา ทะเลสาบสีมรกตนิ่งสงบ เทือกเขาร็อกกี้อันยิ่งใหญ่ นั่นคือภาพของ “แคนาดา” ที่ผู้คนรู้จัก และหาโอกาสไปเยือนและสัมผัสสักครั้ง

 

 



คัลการี่ เคยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี 1988 และเป็นเมืองที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อขุดพบน้ำมันปิโตรเลียมเมื่อปี 1937 ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา
นับเป็นเมืองที่สงบ น่าอยู่ เมืองหนึ่ง นั่งรถผ่านย่านใจกลางเมืองแหล่งธุรกิจการค้ามีตึกสูงเหมือนบ้านเรา การจราจรก็ไม่วุ่นวาย การที่เมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติบานฟ์ จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก

 

 

สถานที่น่าสนใจในคัลการี่มีอยู่หลายแห่ง อาทิ คัลการี่ทาวเวอร์ เป็นหอสูงสำหรับชมวิว สวนโอลิมปิก พิพิธภัณฑ์เกล็นโบว เป็นต้น
ระหว่างนั่งรถไปที่พัก ไกด์ของคณะทำหน้าที่เล่าความเป็นมาของเมืองนี้ให้ฟัง แต่ไม่มีใครสนใจเท่าใดนัก เพราะมัวแต่ถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ของเมืองผ่านหน้าต่างรถ หันไปมองคณะเดินทางที่มาด้วยกัน ไม่มีใครนั่งเฉย หยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพเหมือนกันหมดราวกับนัดกันไว้
โรงแรมที่พักอยู่ตรงข้ามกับคัลการี่ทาวเวอร์ สูงลิ่วชนิดแหงนคอตั้งบ่า หลังจากเก็บของเรียบร้อยก็ถึงเวลาอาหาร ร้านอาหารหลาสัญชาติ จะเลือกกินอาหารอะไรก็หาได้ไม่ยาก สอบถามไกด์ว่าที่นี่อาหารอะไรอร่อย ได้ความว่า แคนาดามีหลายเชื้อชาติ จึงไม่มีอาหารจานไหนที่เป็นอาหารประจำชาติ แต่จานเด็ดของรัฐนี้คือ “สเต๊กเนื้อ” ของหวานส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของลูกเบอร์รี่พันธุ์ต่างๆ ที่มีมากในแคนาดา คืนแรกในแคนาดาผ่านไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
รุ่งขึ้นหลังเยี่ยมเยาวชนที่แข่งขันฝีมือแรงงาน ก็ออกเดินทางไป “อุทยานแห่งชาติบานฟ์” ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก หนทางก็สะดวกสบาย ทิวทัศน์รอบด้านสวยงามแปลกตา มองเห็นเทือกเขาร็อกกี้พรมแดนธรรมชาติกั้นระหว่างแคนาดากับอเมริกาสูง ตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

อุทยานแห่งชาติบานฟ์ (Banff National Park) เป็นอุทยานแห่งแรกและมีชื่อเสียงที่สุดในแคนาดา ตั้งอยู่ริมเส้นทางสาย Trans Canadian Highway ภายในอุทยานฯ มีธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ มีป่าไม้ และสัตว์ป่าหลายชนิด อาทิ หมีกริซลี กวางมูส อุทยานฯ นี้มีเมืองสำคัญ 2 แห่ง คือบานฟ์ และ เลกหลุยส์

 

 

เมืองบานฟ์ (Banff) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของเขตอุทยานฯ เมืองเล็กๆ มีผู้คนอาศัยอยู่ประมาณหมื่นกว่าคน แต่มีเสน่ห์ที่ภูมิประเทศสวยงามล้อมรอบด้วยหุบเขาโบว์ริเวอร์ (Bow River Valley) ในฤดูหนาวนักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นสกีที่นี่ ทำให้แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนบานฟ์ปีละ 3 ล้านคน
ที่บานฟ์ไม่ค่อยเห็นตึกสูง บ้านเรือนส่วนใหญ่จะเป็นที่พัก ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก วันที่เดินทางไปถึงมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก เพราะช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. ชาวแคนาดาถือว่าเป็นช่วงเวลาดีที่สุดในการท่องเที่ยว
คณะมาถึงอุทยานฯ ตอนสี่ทุ่ม เข้าพักที่ Banff Springs Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมเก่าแก่อายุ 122 ปี ภายในโรงแรมตกแต่งแบบปราสาทเก่าผนังบางส่วนใช้ก้อนหินแกะสลักดูอลังการ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความน่าเกรงขามจากกาลเวลา แม้จะมีการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้นก็ตาม
ไกด์ของคณะเล่าว่า เมื่อปี 1841 มีการเข้ามาสำรวจดินแดนแห่งนี้ จนมีการก่อสร้างทางรถไฟข้ามทวีปสาย Canadian Pacific Railway
คนงานก่อสร้างเห็นถึงความสวยงามของเทือกเขาร็อกกี้ และมีการขุดพบบ่อน้ำพุร้อนที่มีแร่กำมะถันในบริเวณนี้ ทางรัฐบาลบริติชโคลัมเบียจึงประกาศให้พื้นที่ 10 ตารางไมล์ เป็นเขตอุทยานเทือกเขาร็อกกี้