มุ่งหน้าสู่แดน กังหันลม



 

 

มุ่งหน้าสู่แดน กังหันลม

 



ล่องเรือชมคลอง ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม
กรุงอัมสเตอร์ดัม เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่พลุกพล่านที่สุดของเนเธอร์แลนด์ สถานที่แรกที่ผมอยากแนะนำ เพราะที่นี่มีเอกลักษณ์โดดเด่นมากนั่นคือ การชมเมืองทางเรือตามลำคลอง (Canal Tour) เนื่องจากเป็นประเทศที่อยู่ต่ำกว่า ระดับน้ำทะเล ประเทศนี้จึงมีคลองเต็มไปหมด และที่สำคัญ

 

 

สวนเคอเคนฮอล์ฟ (Keukenholf)
สวนเคอเคนฮอล์ฟ มีต้นทิวลิปหลากสีไม่น้อยกว่า 7 ล้านต้น ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วดอก ทิวลิปเป็นดอกไม้ของประเทศตุรกี แต่มาเบ่งบานอยู่ที่นี่จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศเนเธอร์แลนด์ แถมยังกลายเป็นดอกไม้ส่งออกของประเทศรายใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย และทุกปีจะมีการเปิดสวนให้เข้าชมตั้งแต่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ไปจนถึงกลางเดือนพฤษภาคม แต่เชื่อกันว่าช่วงที่ดีที่สุดในการชมดอกทิวลิปน่าจะเป็นกลางเดือนเมษายน

 


กังหันลม (Windmills)
กังหันลม เนเธอร์แลนด์มีกังหันลมกระจัดกระจายอยู่ในที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ แต่จะมีทางตอนใต้มากกว่าทางตอนเหนือ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วกังหันลมไม่ได้มีเพียงในประเทศเนเธอร์แลนด์เท่านั้น แต่ยังมีการสร้างกังหันลมไปทั่วโลก กังหันลมตัวแรกของโลกได้รับการบันทึกไว้อย่างน่าเชื่อ ถือที่สุดว่าอยู่ในภาคตะวันออกของดินแดนเปอร์เซีย (ปัจจุบันคือประเทศอิหร่าน) ในศตวรรษ ที่ 9 เชื่อกันว่ากังหันลมในตะวันออกกลางนั้นแพร่เข้าสู่ยุโรป โดยผ่านทางชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในประเทศสเปน

 


รองเท้าไม้
ปัจจุบันคนประเทศนี้ในเมืองใหญ่ ๆ ไม่ได้ใช้รองเท้าไม้ในชีวิตประจำวันแล้ว แต่ชาวสวนยังมีการใช้อยู่บ้าง ซึ่งรองเท้าที่ใช้งานจริง ๆ ไม่ได้ทาสี แต่เมื่อนำมาเป็นสินค้าที่ระลึกถึงจะมีการทาสีให้สวยงาม

 


เมืองโครงนิงเกน

 

ก่อนจากกัน เห็นทีจะไม่กล่าวถึงเมืองนี้ไม่ได้ เพราะผมได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ประมาณหนึ่งปี เมืองนี้อยู่ทางเหนือสุดของเนเธอร์แลนด์ และขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่มีความสูงที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่จุดที่สูงที่สุดก็สูงกว่าระดับน้ำทะเลเพียง 6 เมตร ซึ่งหากเดินทางโดยรถไฟก็ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งจากกรุงอามสเตอร์ดัม โครงนิงเกน ถือเป็นเมืองที่น่าอยู่มาก สะอาดสะอ้าน ผู้คนไม่พลุกพล่านจนเกินไป และยังเป็นเมืองที่มีคนหนุ่มอาศัยอยู่มากที่สุดในเนเธอร์แลนด์ เนื่องจากประชากรเกินกว่าร้อยละ 50 มีอายุต่ำกว่า 35 ปี

มหาวิทยาลัยโครนิงเกน (University of Groningen)
มหาวิทยาลัยที่ผมเรียน (ถือโอกาสโฆษณา มหาวิทยาลัยให้ซะเลย) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่เป็นลำดับที่สองของประเทศ ตอนนั้นผม ปั่นจักรยานไปเรียนทุกวัน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีกฎว่าต้องเรียน 8 วิชาถึงจะจบ แต่ผมเรียนทั้งหมด 12 วิชา พร้อมวิชาภาษาละตินอีก 1 วิชา เนื่องจากมีความสุขมากที่ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

 

สรุปเมืองต่าง ๆ ของประเทศเนเธอร์แลนด์ไม่ได้มีภาพลักษณ์ว่าเป็นเมืองแห่งการช้อปปิ้ง หรือ เป็นเมืองแห่งความสำราญอย่างในประเทศอื่น ๆ แต่เป็นประเทศที่เหมาะสำหรับการมาแสวงหาความรู้มากกว่า และแน่นอนยังมีของดี ๆ ในประเทศนี้อีกมากมาย ซึ่งผมอยากให้ทุกคนลองมาสัมผัสดู

 

ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต