หนาวนี้ที่ ปางตอง



 

หนาวนี้ที่ “ปางตอง”
พระตำหนักปางตอง หรือ “ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ” ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2523 โดยเป็นศูนย์บริการและพัฒนาแห่งที่สองของโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ทั้งหมด 5,353 ไร่ ตั้งอยู่ในเขตตำบลหมอกจำแป่ เมืองแม่ฮ่องสอน โดยใช้เป็นสถานที่สำหรับการทดลองค้นคว้าวิจัย และสาธิตชาวไทยภูเขาในพื้นที่สูง ได้แก่ บ้านปางตอง (ไทยใหญ่,กะเหรี่ยง)บ้านนาป่าแปก(ม้ง,ไทยใหญ่) บ้านห้วยมะเขือส้ม การเพาะปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์เมืองหนาวเพื่อส่งเสริมให้แก่ราษฎร (ม้ง,ไทยไหญ่) และบ้านรวมไทย (ไทยใหญ่) ที่ส่วนมากมีอาณาเขตติดขอบชายแดนพม่า

 

 



การเดินทางก็ไม่ยาก จากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนสามารถใช้ถนนหมายเลข 1095 เส้นที่จะไปปายได้ หรือถ้ามาจากปายก็ใช้ทางหลวงสายเดียวกันมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองแม่ฮ่องสอน ทางแยกเข้าบ้างหมอกจำแป่จะอยู่ก่อนถึงอำเภอเมือง เป็นเส้นทางเดียวกันกับที่จะไป “ปางอุ๋ง” แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนที่ชอบความโรแมนติก จากทางเข้าไปตามป้ายบอกทางบ้านรักไทย ผ่านทางแยกบ้านแม่สอยและผ่านน้ำตกผาเสื่อขึ้นไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ก็จะถึงปากทางเข้าพระตำหนักปางตอง
การเข้าเยี่ยมชมเจ้าหน้าที่บอกว่าไม่ต้องเสียค่าเข้าชมหรือขออนุญาต เพียงแต่จะมีทหารเฝ้าตลอดเวลา เพราะศูนย์แห่งนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ จะเสด็จมาทรงงานเป็นประจำ จึงให้ทหารจากหน่วยกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ หรือทหารเสือพระราชินี หมุนเวียนกันมาปฏิบัติการ
จุดแรกเมื่อผ่านเข้าสู่เขตพระตำหนัก ไม่ควรพลาดการแวะสักการะ “ศาลทหารเสือ” และ “ศาลมหาราช” เพื่อความเป็นสิริมงคล ศาลนี้สร้างขึ้นเพื่อถวายองค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่เมื่อ 400 ปีเศษที่ผ่านมา ตามบันทึกพระองค์ทรงกรีธาทัพไปตีได้เมือง “หงสาวดี” จากนั้นจะไปตีเมืองตองอูต่อ แต่กองทัพยังไม่พร้อม ขัดสนเสบียงอาหารด้วยจึงต้องยกทัพกลับ เดินทัพกลับมาทาง “ปางตอง” แม่ฮ่องสอน ปาย แม่มาลัย เชียงใหม่ กลับอยุธยา ดังนั้นจึงตั้งเป็นอนุสรณ์สถานเพื่อรำลึกถึงพระองค์ไว้ที่นี่

 

 

ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตองมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น คอกเลี้ยงสัตว์หายากอย่าง เนื้อทราย กวางป่า ละมั่ง ซึ่งล้วนแต่เป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ สถานีแปลงพันธุ์ไม้ดอกต่าง ๆ เรือนเพาะชำกล้าไม้เมืองหนาวที่ชูช่อแข่งกันบานอย่างสวยงาม มีทั้งพันธุ์ไทยแท้และนำเข้าจากต่างประเทศให้ได้ศึกษากันอย่างมากมาย
ส่วนทางด้านหลังโรงเพาะแนะนำให้ไปดูปลาสเตอเจียน (ไข่ปลาคาเวียร์) ที่กำลังแหวกว่ายอยู่ในสระใหญ่ จากนั้นเดินต่อไปบนเนินเขา ข้ามสะพานตรงลำธารเล็กๆ ตามบันไดที่ทอดยาวขึ้นไปด้านบน ผ่านซุ้มแมกไม้จะเห็นพระตำหนักปางตองซึ่งเป็นที่ประทับของพระบรมวงศานุวงศ์ยามเสด็จฯ เยือนแม่ฮ่องสอน
เรือนพระตำหนักแห่งนี้ ตั้งอยู่บนเนินเขาโดดเด่นมองเห็นได้อย่างชัดเจน รอบบริเวณพระตำหนักร่มรื่นด้วยร่มเงาไม้ใหญ่ ดอกไม้เป็นพวงระย้าส่งกลิ่นหอมคลุ้งอวดผีเสื้อที่บินว่อนอย่างสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินขึ้นไปชมภูมิทัศน์ด้านบนรอบ ๆ พระตำหนักได้ ใกล้ ๆ บริเวณลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เมื่อมองลงมาด้านล่างจะเห็นทุ่งเลี้ยงแกะได้บรรยากาศไม่ต่างกับชนบทในต่างประเทศ

 

 

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจ คือ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ อยู่ในส่วนดูแลรับผิดชอบของโครงการอนุรักษ์สัตว์ป่า โดยส่วนมากจะเป็นสัตว์ป่าที่หายากใกล้จะสูญพันธุ์ มีทั้งเสือลายเมฆ ไก่ฟ้า นกยูงไทย ชะนี บิตุรงค์ หมีควาย นกเงือก เป็นต้น และที่พลาดไม่ได้คือ การชื่นชมความน่ารักของฝูงแกะเกือบร้อยตัวอย่างใกล้ชิด โดยนักท่องเที่ยวสามารถอุ้มแกะถ่ายภาพ หรือไล่ต้อนฝูงแกะได้อย่างสนุกสนาน นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์จากขนแกะ อย่างผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่สวย ๆ ให้เลือกซื้อกันในราคากันเองด้วย

สนใจสัมผัสบรรยากาศอันร่มรื่น และเรียนรู้โครงการพัฒนาในพระราชดำริฯ ที่นี่เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.