ตะลึง! รอยเท้าโบราณ อุทยานแห่งชาติภูลังกา



 

ตะลึง! รอยเท้าโบราณอุทยานฯภูลังกา
จาก อ.เมืองนครพนม ถึง อุทยานแห่งชาติภูลังกา อยู่บนเส้นทางสายนครพนม-บ้านแพง ทางหลวงสาย 212 ระยะทางประมาณ 92 กิโลเมตร ภูลังกา ถึงอำเภอบ้านแพง เลี้ยวเข้าไปที่ทำการอุทยานฯ อีกประมาณ 4 กิโลเมตร มีพื้นที่ประมาณ 31,250 ไร่ หรือประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร มีลักษณะเป็นภูเขาทับซ้อนกัน 3 ลูก ทอดยาวตั้งขนานไปกับลำน้ำโขง เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกหลายแห่ง เช่น น้ำตกตาดขาม น้ำตกตาดโพธิ์ และลำธารใหญ่น้อย หลายสาย เป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ของ ดอกไม้ กล้วยไม้ และพรรณไม้นานาชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นแหล่งสมุน ไพรที่หายาก
สำหรับการเดินทางขึ้นสู่ภูลังกา จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ ใกล้น้ำตกตาดโพธิ์ เขตตำบลไผ่ล้อม เป็นเส้นทางเดินเท้าขึ้นภูเขา สองข้างทางเป็นต้นไม้น้อยใหญ่ บางช่วงบางตอนเป็นทางลาดชันเต็มไปด้วยรากไม้ เถาวัลย์ และต้นไม้ใหญ่น้อยหนาแน่น มีจุดชมวิวหลายแห่งที่สวยงาม ยิ่งสูงขึ้นไปก็จะเป็นภูเขาหินทรายสลับซับซ้อนแซมด้วย ดอกไม้ป่า ดอกหญ้า และกล้วยไม้ป่าหลายชนิด เช่น หญ้าจิ้มฟันควายสีขาวและม่วง เหลืองพิสมร ม้าวิ่ง เอื้องบายศรี เขาพระวิหาร และกล้วยไม้สกุลสิงโต ซึ่งมีอยู่ตามทางเดินเลาะริมไปตามไหล่เขา

 

 



เมื่อเดินถึงบนยอดสุด ก็จะพบเจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ เป็นเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่อัญเชิญมาจากประเทศเนปาล เมื่อปี พ.ศ. 2543ตั้งอยู่บนลานหินที่มีลักษณะคล้ายกองข้าว ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของภูลังกาสูงประมาณ 563 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ลักษณะทั่วไปเป็นลานหินกว้าง สลับด้วยพรรณไม้นานาชนิด มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เป็นจุดชมวิวดูพระอาทิตย์ขึ้นจากแม่น้ำโขง และทิวเขาใน สปป.ลาว ส่วนด้านตรงข้ามจะมองเห็นผาใจขาด และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่บริเวณบึงโขงหลง ถ้ามาช่วงปลายฝนต้นหนาวก็จะพบดอกไม้ป่านานาชนิด รวมทั้งสัมผัสความหนาวเย็นบนยอดเขาได้อย่างจับใจ
นายวิเศษศักดิ์ วิเศษโวหาร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูลังกา ได้รับแจ้งจากพระสงฆ์ที่ขึ้นไปธุดงค์บนภูลังกา รวมทั้งชาวบ้านที่ขึ้นไปเก็บของป่า พบรอยพระพุทธบาทปรากฏอยู่บนลานหิน บนยอดเขาภูลังกาทางทิศใต้ ซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่า สารคึ (สา-ระ-คึ) พร้อมกันนั้น หัวหน้าอุทยานฯ และนายวิชุกร กุหลาบศรี ผอ.ททท.สำนักงานนครพนม พร้อมคณะสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่ได้ไปสำรวจหาข้อเท็จจริงและเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2552 ได้พบรอยเท้าคล้ายรอยเท้ามนุษย์ อยู่บนลานหินทรายแดง จำนวน 8 รอย ขนาดกว้าง 4 นิ้ว ยาว 9 นิ้ว ลักษณะเป็นรอยเท้าย่างเดินจากทางทิศใต้ ไปทางทิศเหนือ จากรอยแรกเป็นรอยเท้าซ้าย ไปถึงรอยที่ 6 สำหรับ รอยที่ 7-8 เป็นรอยเท้าคู่ ไปหยุดเดิน สิ้นสุดอยู่ขอบหน้าผา หันหน้าไปทางทิศเหนือ ซึ่งจะมองเห็นแม่น้ำโขงไหลอ้อมภูลังกา ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าน่าจะเป็น รอยเท้ามนุษย์โบราณ ซึ่งจะมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โบราณคดี และการท่องเที่ยวในอนาคต โดยจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญมาทำการสำรวจพิสูจน์ในเร็ว ๆ นี้

 

 

นายวิชุกร ผอ.ททท.สำนักงานนครพนม ให้สัมภาษณ์ว่า การพบรอยเท้ามนุษย์โบราณในครั้งนี้ อาจจะนับได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในโลก ซึ่งไม่เคยปรากฏพบเห็นมาก่อน และมีความสำคัญต่อการสืบค้นประวัติความเป็นมาของมนุษย์ ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญและควรที่จะได้มีการอนุรักษ์ไว้
สำหรับในด้านการท่องเที่ยว จังหวัดนครพนมได้พบรอยเท้า ไดโนเสาร์ที่บ้านพนอม อำเภอท่าอุเทน ซึ่งปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเส้นทางไดโนเสาร์ จากภูเวียง จังหวัดขอนแก่น และภูกุ้มข้าว จังหวัดกาฬสินธุ์ การพบรอยเท้ามนุษย์โบราณ จึงสามารถเชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยว ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้แหล่ง ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โบราณคดีที่สำคัญของโลกที่อุทยานแห่งชาติภูลังกา ในจังหวัดนครพนม
นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปพักแรม เพื่อสัมผัสความสวยงามตามธรรมชาติ ภูมิอากาศที่หนาวเย็น ความประทับใจ ความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และขึ้นไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ เจดีย์กองข้าวศรีบุญเนาว์ สามารถติด ต่อที่พักและการเดินทางได้ที่อุทยานแห่งชาติ ภูลังกา 0-4224-4175 08-3348-2549 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานนครพนม 0-4251-3490-2

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต