5 สถานที่บอกรัก แสนโรแมนติก



 

5 สถานที่บอกรักแสนโรแมนติก
คล้องแขนคนรู้ใจไปบอกรักเบา ๆ ใน 5 สถานที่สุดโรแมนติก ได้แก่…
1.ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่เชจูโด
เชจูโด เป็นเกาะที่ตั้งอยู่เกือบใต้สุดของเกาหลี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่โรแมนติกที่สุดของประเทศ เหตุนี้เชจูโดจึงเป็นปลายทางที่คู่รักชาวเกาหลีหลายคู่มักเลือกเป็นสถานที่ดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ ความงามที่โดดเด่นของเกาะเชจูคือแนวหินลาวาและสวนหินรูปร่างแปลกตา ทั้งยังมีทุ่งดอกไม้สีทองสลับกับทุ่งหญ้าที่เลี้ยงสัตว์แบบเมืองร้อนดูสวยงามตา พื้นที่ส่วนหนึ่งของเกาะยังเป็นพื้นที่เกษตรแบบออร์แกนิกที่เปิดให้เที่ยวชมได้อีกด้วย นอกจากนั้น ภายในตัวเมืองยังมีพิพิธภัณฑ์ไว้ให้คู่รักที่โหยหารอยอดีตได้เที่ยวชมอีกหนึ่งบรรยากาศด้วย
How to Get There การเดินทางไปเกาะเชจูสามารถนั่งเครื่องบินจากโชลโดยที่ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมง ทั้งยังมีเที่ยวบินตรงจากโตเกียว โอซาก้า นาโกยะ ฟูกุโอกะ เซี่ยงไฮ้ และฮ่องกงอีกด้วย หรืออีกหนึ่งเส้นทางก็คือเดินทางจากปูซาน วานโด อินซอน ยอซู หรือมกโฮ โดยเรือเฟอร์รี่ก็ได้ แวะชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ hijeju.cr.kr/eng

 

 



2.หอมกลิ่นความรักที่ทัชมาฮาล
หากจะพูดถึงสถานที่สุดโรแมนติกบนโลกนี้ เชื่อแน่ว่าต้องมีชื่อทัชมาฮาลของอินเดียอยู่ในลิสต์ลำดับต้นๆ เพราะทัชมาฮาลไม่ได้มีชื่อเฉพาะว่าเป็นมหาสถาปัตยกรรมที่งามที่สุดของเมืองภารตะเท่านั้น แต่สถานที่แห่งนี้ยังเป็นอนุสาวรีย์แห่งความรักที่อาจจะยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย สะท้อนตำนานรักบันลือโลกของ พระเจ้าชาห์ เจฮาน (Shah Jahan) ผู้สร้างทัชมาฮาลขึ้นมาด้วยความรักที่ทรงมีอย่างลึกซึ้งต่อ พระนางมัมตัซ มาฮาล (Mumtaz Mahal) มเหสีคู่บุญ ซึ่งความตายไม่อาจพรากความรักที่พระองค์มีต่อพระนางไปได้ เชื่อกันว่าทัชมาฮาลเป็นสถานที่ที่คู่รักจากทั่วโลกมักมาสารภาพรักและขอแต่งงานมากที่สุดแห่งหนึ่ง
How to Get There การเดินทางสู่ทัชมาฮาลที่สะดวกที่สุดคือโดยสารเครื่องบินไปสู่เดลี จากนั้นก็โดยสารรถไฟจากเดลีสู่เมืองอัคระ เมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ข้อควรระวังเมื่อไปท่องเที่ยวในประเทศอินเดียวคือเรื่องอาหารการกิน ซึ่งส่วนใหญ่ร้านอาหารจะบอกเฉพาะราคาอาหารที่เป็นมังสริรัติเท่านั้น แต่ถ้าสั่งอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ราคาก็จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
3.ซูริก สุดยอดของความโรแมนติก
นครซูริกแห่งสมาพันธรัฐสวิส ขึ้นเชื่อว่าเป็นเมืองที่ประชากรมีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลก ทั้งยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยในการใช้ชีวิตอันดับต้นๆ อีกด้วย ดังนั้น การจูงมือ คนที่คุณรักไปกระซิบว่ารักจึงเป็นเรื่องที่พลาดไม่ได้เชียวล่ะ ความงามของซูริกที่ตรึงตาผู้คนมานักต่อนักก็คือสถาปัตยกรรมศิลป์แบบยุโรปทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำลิมมัต (Limmatquai) รวมถึงความสงบนิ่งแต่งดงามของทะเลสาบซูริก นอกจากนั้น พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่หลากหลายก็ยังเป็นความสวยที่เลอค่าของซูริกด้วย
How to Get There สายการบินสวิสแอร์มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ สู่ซูริกทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง สนใจไปท่องเที่ยวซูริกสามารถแวะเข้ามาชมรายละเอียดได้ที่ eurospider.ch/zt

 

 

4.มิโคนอสเกาะสวาทหาดสวรรค์
เกาะมิโคนอสของประเทศกรีซถือเป็นเกาะสวาทหาดสวรรค์ที่ขึ้นชื่อมานานับสิบปีว่าเป็นเกาะที่มีน้ำผึ้งพระจันทร์ให้คู่รักมาละเลียดดื่ม เสน่ห์ของเกาะแห่งนี้คือบ้านพักตากอากาศสีขาวสลับฟ้าที่เข้ากันได้ดีอย่างยิ่งกับบรรยากาศของทะเลอีเจียน ควรลองชีวิตของเกาะมิโคนอสจะคึกคักมากในช่วงหลังพระอาทิตย์ตกดินและจะเริ่มเงียบเหงาอีกครั้งเมื่อพระอาทิตย์โผล่หน้ามาให้เห็น ดังนั้น สีสันยามค่ำคืนของเกาะแห่งนี้ ก็น่าหลงใหลใช่เล่น
How to Get There จากเมืองไทยไปกรีซมีเที่ยวบินตรงจากสนามบินสุวรรณภูมิสู่สนามบินแห่งชาติ Eleftherios Venizelos ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ประมาณ 30 กิโลเมตร สามารถเช็กข้อมูลตารางการบินได้ที่ aia.gr

 

 

5.เสน่หาปารีสรอบนอก
หากมองข้ามการเป็นมหานครแห่งแฟชั่นและสวรรค์ของผู้หลงใหลงานศิลปะ ปารีสยังมีอีกหลายสถานที่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความโรแมนติก โดยเฉพาะปารีสรอบนอก นับตั้งแต่พระราชวังแวร์ซายส์ที่ประทับเดิมของ พระเจ่าหลุยส์ที่ 14 เรื่อยมาถึงความมหัศจรรย์ของดิสนีย์แลนด์ ปารีส รวมถึงสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของปารีส 2 แห่งคือ สวนบัวส์ เดอ บูโลญ และ บัวส์ เดอ แวงแซนน์ นอกจากนั้น เขตธุรกิจแห่งใหม่ของปารีสอย่างลาเดอฟองซ์ก็มีนานาสถาปัตยกรรมศิลป์แบบโมเดิร์นที่งดงามมากมาย
How to Get There การสัมผัสความโรแมนติกของปารีสรอบนนอกตามโปรแกรมนี้ควรใช้เวลาในการเที่ยวชมอย่างน้อย 2 วัน วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดก็คือการใช้บริการรถไฟใต้ดินของปารีส เพราะแต่ละสถานที่เหล่านั้นมีสถานีรถไฟใต้ดินขยายไปถึงทั้งหมด