สระมรกต



 

 

ฤดูฝนปีนี้ดูจะมาเร็วเป็นพิเศษ เพราะยังไม่ทันจะหมดเดือนเมษายนเลย บางพื้นที่ก็ฝนตกน้ำท่วมเอาเสียแล้ว ผืนป่าหน้าฝนก็คงจะชุ่มฉ่ำเร็วกว่าทุกปี หลายคนอาจจะไม่ค่อยชอบเดินทางท่องเที่ยวในหน้าฝน แต่สำหรับบางคนบอกว่าหน้าฝนนั้นเป็นช่วงที่ผืนป่าชุ่มฉ่ำเขียวขจีสวยสดงดงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะป่าที่ราบต่ำอย่างป่าทุ่งเตียวในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ซึ่งหลายคนได้ยินชื่อแล้วอาจจะไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไหร่ แต่หากบอกว่าจะพาไปเที่ยว สระมรกต หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ที่อยู่ในผืนป่าแห่งนี้ หลายคนอาจจะนึกภาพออกแล้วร้องอ๋อขึ้นมาทันที เพราะเป็นสระน้ำใสสีเขียวมรกตตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าเขียวขจี เป็นแหล่งท่องเที่ยวงดงามมหัศจรรย์ที่ผู้คนรู้จักกันเป็นอย่างดี แต่บริเวณผืนป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามแห่งนี้ ก็มิใช่มีติ่งมหัศจรรย์อย่างสระมรกตเท่านั้น แต่ยังมีธารน้ำตกร้อนขนาดใหญ่ และยังเป็นผืนป่าที่เป็นบ้านหลังสุดท้ายของนกแต้วแร้วท้องดำ นกสวยงามที่ครั้งหนึ่งเคยถูกแทงบัญชีสูญพันธุ์ไปแล้วจากโลกใบนี้ แต่ก็ยังมีการค้นพบว่ามันยังคงมีตัวตนที่มีชีวิตและเผยแพร่เผ่าพันธุ์อยู่ในผืนป่าที่ราบต่ำแห่งนี้



จากตัวเมืองกระบี่มุ่งสู่อำเภอคลองท่อมระยะทางราว 45 กิโลเมตร จากนั้นจึงใช้เส้นทางคลองท่อม-เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามระยะทางราว 14.5 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการเขตฯ รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามราว 2 กิโลเมตร ก็จะมีป้ายทางแยกเข้าไปเที่ยวชม น้ำตกร้อน ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์เช่นกัน ซึ่งน้ำตกร้อนแห่งนี้มีความน่าสนใจยิ่ง เพราะน้ำตกทั้งสายที่ไหลลงมากลางป่าเขียวขจี แทนที่จะเป็นธารใสไหลเย็น ก็กลับเป็นธารน้ำอุ่นที่เกิดจากน้ำพุร้อนที่ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน เมื่อไหลผสมผสานกับธารน้ำเย็นในผืนป่าก็กลายเป็นน้ำแร่ธรรมชาติที่ไหลตกลงมาจากผาหิน ซึ่งสูงประมาณ 3 เมตร น้ำตกมีด้วยกันทั้งหมด 3 ชั้น ลักษณะเป็นน้ำตกหินปูนที่มีผาน้ำตกที่มีหินปูนพอกพูนออกมาและมีอ่างน้ำอยู่ตอนบนในแต่ละชั้น เหมาะสำหรับการลงไปแช่น้ำแร่เพื่อสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง เพราะน้ำแร่ที่ไหลตกลงมาก็มีอุณหภูมิกำลังอุ่นพอดีๆ ความจริงน้ำตกร้อนนี้อาจจะเหมาะที่จะแวะลงอาบลงแช่ก่อนกลับ หลังจากเดินป่าเที่ยวชมสระมรกตที่อยู่ลึกเข้าไปเสียก่อน

 

 

สำหรับเส้นทางเดินเท้าศึกษาธรรมชาติสู่สระมรกตนั้นมีระยะทาง 800 เมตร หลังจากชำระค่าทำเนียมในอัตราเด็ก 10 บาท ผู้ใหญ่ 20 บาท ชาวต่างชาติเด็ก 100 บาท ผู้ใหญ่ 200 บาท แล้วก็จะเริ่มเดินผ่านเข้ามาในผืนป่าอันร่มครึ้มซึ่งมีแมกไม้เขียวขจี โดยป่าทุ่งเตียวอันเป็นส่วนหนึ่งของป่าเขานอจู้จี้นี้เป็นป่าที่มีลักษณะพิเศษด้วยเป็นป่าที่ราบต่ำแห่งสุดท้ายของไทยที่ยังคงมีสภาพผืนป่าที่ยังคงเป็นธรรมชาติ มีความหลากหลายของพืชพรรณและสัตว์ป่าขนาดเล็กมากมาย บางชนิดก็เป็นสัตว์และพืชที่พบเฉพาะพื้นที่ โดยมีนกมากกว่า 318 ชนิด ที่สำคัญที่สุดก็คือที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของนกแต้วแร้วท้องดำ (Gurney’s Pitta) นกสวยงามและมีคุณค่ายิ่งของเมืองไทยและของโลกเลยทีเดียว เพราะนกชนิดนี้ ถูกค้นพบครั้งแรกบริเวณเทือกเขาตระนาวศรีด้านที่อยู่ในเขตประเทศพม่าในปี พ.ศ. 2418 ซึ่งเป็นนกที่หายากยิ่ง และมีรายงานการพบครั้งสุดท้ายในประเทศพม่าปี พ.ศ.2457 จากนั้นก็ไม่มีใครเคยพบอีกเลยเป็นเวลายาวนานติดต่อกันกว่า 50 ปี ทำให้ถูกขึ้นบัญชี CITES ว่าเป็นสัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วจากโลกนี้ แต่ก็เป็นโชคดีที่ได้มีการสำรวจพบนกแต้วแร้วท้องดำขึ้นอีกครั้งที่ป่าเขานอจู้จี้ ในประเทศไทยแห่งนี้โดยคุณ Philip D Rould และคุณอุทัย ตรีสุคนธ์ นับเป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่งสำหรับวงการดูนกของเมืองไทย ปัจจุบันนกแต้วแร้วท้องดำจัดอยู่ในสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ และถูกประกาศเป็นสัตว์สงวน 1 ใน 15 ชนิดของประเทศไทย แม้การเดินทางเข้ามาเที่ยวชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่นี่จะไม่มีโอกาสได้พบเห็นนกชนิดนี้ เพราะมันจะจับคู่ทำรังอยู่ในป่าลึกที่ปลอดจากการรบกวนก็ตาม แต่เมื่อมาเดินอยู่ในป่าที่นกชนิดนี้อาศัยอยู่ก็ให้ความรู้สึกดียิ่งแล้ว

บางช่วงของเส้นทางศึกษาธรรมชาติทางเขตฯ จะจัดทำเป็นสะพานไม้ ผ่านป่าพรุที่น้ำท่วมขังอยู่ตลอดเวลา ทำให้เห็นสภาพของผืนป่าลักษณะของป่าที่ราบต่ำได้เป็นอย่างดี ไม้ในป่าพรุนั้นจะมีรากแก้วสั้นไม่หยั่งลึก แต่ก็มีรากที่ปรับตัวให้แผ่กว้างออกไปเพื่อช่วยค้ำยันลำต้นให้มั่นคงในพื้นที่ชื้นแฉะ บางชนิดมีพูพอนเสริมขึ้นมา บางชนิดก็มีรากค้ำยันที่ดูแปลกตา

 

 

เมื่อเดินผ่านผืนป่าออกมาจะพบกับสระมรกตที่มีลักษณะเป็นสระน้ำใสวาวสีเขียวมรกตรูปวงรี รอบข้างโอบล้อมด้วยผืนป่าเขียวขจี ซึ่งมีอยู่ด้วยกันถึง 3 สระ บริเวณขอบสระบางช่วงเป็นลานหินปูนกว้าง ซึ่งน้ำในสระที่ใสเป็นประกายนั้นเป็นธารน้ำใต้ดินที่ไหลผุดขึ้นมาผสมผสานกับน้ำในผืนป่า ทำให้น้ำในสระมีอุณหภูมิอุ่น ๆ ราว 30-50 องศาเซลเซียสแล้วแต่พื้นที่ ซึ่งน้ำแร่จากใต้ดินที่ผุดขึ้นมานั้นได้ผ่านชั้นหินปูนทำให้มีแคลเซียมคาร์โบเนตผสมอยู่สูง มีคุณสมบัติเป็นด่าง ทำให้สารแขวนลอยในน้ำตกตะกอนง่าย น้ำในสระจึงมีความใสอยู่ตลอดเวลา แต่แม้นจะใสเพียงใดก็ไม่ควรจะดื่มกิน เพราะจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วสูง บริเวณสระมรกตนั้นทางเขตฯอนุญาตให้ลงเล่นน้ำได้ แต่ห้ามไม่ให้นำสบู่หรือแชมพูลงไปใช้เพื่อป้องกันสารเคมีที่จะปะปนลงไปในน้ำและให้ลงเล่นบริเวณสระมรกตเพียงสระเดียว ไม่อนุญาตให้ลงไปเล่นในสระแก้วและสระด้านในที่ยังคงเป็นธรรมชาติอยู่

การจัดทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีระยะทางยาวราว 800 เมตร ให้ผู้คนได้เดินเที่ยวชมศึกษาธรรมชาติ ก่อนที่จะเข้ามาถึงสระมรกตโดยไม่ใช้วิธีตัดถนนให้รถเข้ามาจอดเทียบได้ถึงใจกลางของผืนป่าที่ราบต่ำผืนสุดท้ายแห่งนี้ นับเป็นการบริหารจัดการที่ดียิ่ง ที่สำคัญไม่มีร้านค้า ไม่มีเพิงขายส้มตำให้บริการนับเป็นสิ่งที่น่าชมเชยการบริหารจัดการของทางเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางครามเป็นอย่างยิ่ง เมื่อทางเขตวางระบบไว้ดีแล้ว ก็คงต้องขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเที่ยวชม ให้ช่วยกันดูแลรักษาธรรมชาติให้คงความงดงาม โดยเดินเที่ยวชมเฉพาะบนเส้นทางที่จัดไว้ ไม่รุกล้ำเข้าไปเหยียบย่ำผืนป่า ไม่ทิ้งขยะไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดไว้ในป่า หากมีเข้าไปก็ช่วยเก็บติดกลับมาทิ้งไว้ในที่ๆทางเขตฯจัดไว้ เพื่อให้ผืนป่าแห่งนี้คงความงดงามตลอดไป