ค้นหาความลับที่เมืองลับแล



 

ค้นหาความลับที่เมืองลับแล

 

มหัศจรรย์เมืองผลไม้ งดงามวิถีชีวิตเรียบง่าย ล้ำค่าประวัติศาสตร์โบราณสถาน มีอะไรที่น่าสนใจ แอบซ่อนอยู่ภายใต้ชื่อที่ชวนค้นหา “ลับแล” เมื่อถามว่าเคยไปเที่ยว จ.อุตรดิตถ์ กันบ้างหรือเปล่า คำตอบที่ได้คือ เคยผ่านมากกว่าที่จะแวะอย่างจริงจัง
อันที่จริงแล้วเสน่ห์ของเมืองนี้ อยู่ตรงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติอันสมบูรณ์ และชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ซึ่งยังไม่มีสิ่งใดมาทำให้แปรเปลี่ยนรวมไปถึงความงดงามในศิลปะที่ผ่านกาลเวลามายาวนาน ซึ่งปรากฏให้เห็นตามวัด และแหล่งโบราณสถานต่างๆ ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจถ้าหากว่าการท่องเที่ยวในเมืองลับแลนี้จะมีมุมให้เราได้เสาะหาและร่วมสัมผัสในบรรยากาศความต่างได้มากมาย

 



เตรียมตัวเดินทาง
อุตรดิตถ์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ราวๆ 491 กิโลเมตร หากขับรถไปจากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แยกเข้าหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ ใช้เส้นทาง 11 เข้าพิษณุโลกขับไปตามเส้นทางหมายเลข 11 ถึงอุตรดิตถ์ ส่วนรถโดยสารจากกรุงเทพฯ ไปอุตรดิตถ์มีวันละหลายเที่ยว สอบถา โทร.0-2936-3660, 0-2936-3666 หรือหากเลือกเดินทางโดยรถไฟให้สอบถามไปที่ โทร. 0-2223-7010, 0-2223-7020
เริ่มต้นท่องเที่ยว
ถึงแม้จะมีเรือนแพริมอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ให้พักพิง หรือเขาสูงภูสอยดาวที่ท้าทายให้ก้าวเดินรวมไปถึงผืนป่าหลายแห่งที่ยังเปิดกว้างให้เราได้ไปสำรวจ แต่ที่สุดแล้ว Lisa ก็ขอเปลี่ยนมุมปรับบรรยากาศไปลุยสวนทุเรียน ลองกอง ลางสาด เพื่อชมความเป็นอยู่ของชาวบ้านแบบดั้งเดิม พร้อมเก็บเกี่ยวสถานที่ท่องเที่ยวในอำเภอเมือง และอำเภอลับแล

 

 

ก่อนอื่นต้องแวะไปสักการะ อุนสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติในความกล้าหาญและเสียสละเมื่อคราวรบกับพม่าจนดามคู่มือได้หักไปเล่มหนึ่งแต่ยังคงรบชนะ ใกล้ ๆ กันมีอาคาร พิพิธภัณฑ์ดาบเหล็กน้ำพี้ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายในได้รวบรวมเรื่องราวของเหล็กน้ำพี้ และอาวุธโบราณ แต่หากจะยลโบราณวัตถุสำคัญต้องไปที่ หอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งอยู่ใกล้กับจวนผู้ว่าฯ ที่นั่นจะมีโบราณวัตถุสำคัญชิ้นหนึ่งคือ ยานมาศ เป็นคานหามไม้แกะสลักโปร่ง 3 ชั้น จากฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย และยังมีลายผ้าซิ่นตีนจกหลากลวดลาย
ถ้าพูดถึงวัดเก่าแก่ในอุตรดิตถ์นั้นมีอยู่หลายแห่งด้วยกัน วัดม่อนปรางค์ วัดในราวปลายสุโขทัยต่อเนื่องต้นกรุงศรีอยุธยา อายุร่วม 600 ปี วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปสำคัญคือ “พระเหลือ” เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองซึ่งเหลือมาจากการหล่อพระพุทธชินราชวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง อยู่ใน ต.ทุ่งยั้ง อยู่ห่างตัวเมืองประมาณ 3 กม. เป็นวัดเก่าแก่อยู่ติดกับถนนใหญ่ภายในพระบรมธาตุมีเจดีย์ทรงลังกา บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ใกล้ ๆ กันก็มีวัดพระแท่นศิลาอาสน์ มีพระแท่นศิลาอาสน์เป็นศิลารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 8 ฟุต สูง 3 นิ้ว สันนิษบานว่าสร้างในสมัยกรุงสุโขทัย ภายในศาลาการเปรียญเก่าจะมีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ให้ได้เข้าไปศึกษาไม่ว่าจะเป็นสวนสมุนไพร เครื่องใช้สมัยโบราณ พระพุทธรูปไม้ ฯลฯ

 

ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน
ได้เวลาลงพื้นที่ ลุยสวนทุเรียนกันแล้ว ที่นี่ถือว่าขึ้นชื่อเรื่องของผลไม้ ดังนั้นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรจึงไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะนอกจากเพลิดเพลินกับธรรมชาติสวยแล้ว ยังอิ่มท้องตลอดทริปอีกต่างหาก
ไปชิมลางกันที่ ตลาดทุ่งยั้ง ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง นับเป็นตลาดของชาวบ้านจริงๆ แบบไม่ได้จัดฉาก ซึ่งนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ถูกใจนัก ผักพื้นบ้านต่างๆ วางเรียงรายรอให้ซื้อ สับปะรดห้วยมุ่น นี่ก็ขึ้นชื่อความหวานกรอบ ส่วนปลาซิวแก้วถึงจะเล็กแต่พอเอาไปทอดกรอบถูกปากได้ที่ เรียกว่าสาวไหนชอบเดินตลาดต้องชอบเพราะเป็นตลาดใหญ่พอสมควร ถ้าเน้นตลาดผลไม้ ต้องไปที่ตลาดหัวดง อยู่ที่เทศบาลหัวดง ซึ่งเป็นตลาดกลาง ทุเรียน ลางสาด ลองกอง และตลาดผลไม้นานกกก ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด ส่วนทุเรียนขึ้นชื่อของที่นี่จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก ทุเรียนหลินลับแล และหลงลับแล

 

 

ของฝากที่น่าซื้อ
แน่นอนว่าต้องเป็นทุเรียน จะหิ้วเป็นลูก หรือจะเป็นทุเรียนกวน ทุเรียนทอด ก็อร่อยไม่แพ้กัน แล้วยังมีผลไม้ตามฤดูให้ได้ซื้อหา ขนมเทียนเสวย ของขึ้นชื่อของจังหวัดที่ร้านกนกมณี ซึ่งอยู่ในตัวเมืองข้าวแคบ ของกินเล่นที่ทำจากแป้งผสมน้ำ ใส่พริกและงา นำไปละเลงนึ่งแบบข้างเกรียบปากหม้อถ้าม้วนห่อใส่ก๋วยเตี๋ยวที่ปรุงรสแล้วจะเรียกหมี่พันไม้กวาดตองกง ผ้าซิ่นตีนจก ฯลฯ
สถานที่พักและร้านอาหาร
พัักกับชาวบ้านที่ อ.ลับแล สามารถติดต่อ ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอลับแล โทร. 055-431-040 หลังเวลา 19.00 น. ติดต่อ คุณบุญลือ สุขเจริญ 0-1042-6569