การกลับมาของ \’\’ราชประสงค์\’\’



 


บรรยากาศบริเวณราชประสงค์หลังกลับคืนสู่ภาวะปกติ

 

สี่แยกชื่อดังใจกลางกรุงเทพฯที่เป็นจุดตัดของถนนเพลินจิตและถนนราชดำริอย่าง “สี่แยกราชประสงค์” ซึ่งเป็นทั้งย่านศูนย์การค้าที่สำคัญ และยังเป็นสถานที่ประดิษฐานศาลเทพเจ้าหลายต่อหลายองค์ตามคติความเชื่อแบบฮินดูหรือพราหมณ์ด้วย ดังนั้นเมื่อผ่านไปผ่านมาเราจึงมักจะเห็นผู้คนแวะเวียนมากราบไหว้บูชาอธิษฐานขอพรในเรื่องต่างๆกันจนชินตา จนได้รับการขนานนามว่า”สี่แยกเทพเจ้า”



และเทพเจ้าที่ผู้คนนับถือและนิยมมาไหว้สักการะขอพรมากที่สุดก็คือ “พระพรหม” ที่ “เทวสถานท่านท้าวมหาพรหม” ที่ตั้งอยู่ตรงหัวมุมถนนหน้าโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ นอกจากนี้ยังมีเหล่าทวยเทพอีกหลายองค์รอบบริเวณสี่แยกราชประสงค์ โดยหากเดินต่อจาก เทวสถานท่านท้าวมหาพรหมไปไม่ไกลจะเจอกับ “พระอินทร์” หรือ “ท้าวอัมรินทราธิราช” ซึ่งมีพระวรกายสีเขียวหยกเข้ม มีพระเนตรพันดวง ใช้วัชระหรือสายฟ้าเป็นอาวุธ ประดิษฐานอยู่หน้าห้างอัมรินทร์พลาซ่า

หากเดินข้ามสะพานเชื่อมรถไฟฟ้าสถานีชิดลมไปที่หน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล จะเจอกับ “พระนารายณ์ทรงสุบรรณ” ซึ่งเป็นพระนารายณ์ในภาคของพระวิษณุขณะทรงสุบรรณ หรือทรงครุฑ ซึ่งเป็นรูปเคารพสีดำสนิท มี 4 กรถืออาวุธต่างๆกัน และเมื่อเดินย้อนขึ้นไปทางสี่แยกราชประสงค์ ภายในห้างเกษรพลาซ่าที่ดาดฟ้าของชั้นที่ 4 เป็นสถานที่ประดิษฐาน “พระลักษมี” พระชายาคู่บารมีของพระนารายณ์ ซึ่งไดัรับการยกย่องว่ามีสิริโฉมงดงามเหนือเทพเทวีอื่นใด

 


สีสันเซ็นทรัลเวิลด์เมื่อครั้งก่อนถูกเผาทำลาย

 

จากนั้นหากเดินข้ามสะพานลอยไปยังฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ เราจะเจอกับ 2 เทพเจ้าได้แก่ “องค์พระตรีมูรติ” ที่เชื่อกันว่าท่านเป็นผู้ประทานพรในเรื่องความรัก เราจึงมักจะเห็นผู้คนหอบกุหลาบสีแดงมาไหว้ท่านกันอย่างเนืองนิจ และด้านข้างของพระตรีมูรติก็เป็นที่ประดิษฐานของ “องค์พระพิฆเนศวร” ที่ผู้คนนับถือในฐานะเทพแห่งศิลปะวิทยาการ เทพผู้ขจัดอุปสรรค อีกทั้งทรงเป็นเทพผู้บันดาลความสำเร็จ และพระผู้ปกป้องคุ้มครองจากภยันอันตรายอีกด้วย

และทางฝั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังมีเทพเจ้าประดิษฐานอีกหนึ่งองค์ได้แก่ “พระนารายณ์ประทับยืนบนพญาอนันตนาคราช” องค์สีดำประดิษฐานอยู่กลางสระน้ำ เป็นที่เคารพนับถือของพ่อค้าแม่ค้าและเหล่าตำรวจทั้งหลายเป็นอย่างมาก ซึ่งหากดูดีๆแล้วก็ถือว่าทั้ง 4 ด้านของแยกราชประสงค์แห่งนี้ล้วนเป็นที่ตั้งของเหล่าทวยเทพที่ผู้คนนิยมเคารพนับถือทั้งสิ้น

นอกจากที่บริเวณแยกราชประสงค์จะเป็นดั่งแยกอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของโรงแรมห้างร้านชื่อดัง อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานที่สำคัญอีกมากมาย ถือได้ว่าบริเวณนี้เป็นดังศูนย์กลางทางเศรษฐกิจแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้

 


ผู้คนแวะเวียนมาเก็บภาพห้างสรรพสินค้าเซนที่โดนเผาเป็นที่ระลึก

 

แต่เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาบริเวณแยกราชประสงค์แห่งนี้ได้ถูกกลุ่มเสื้อแดงยึดพื้นที่ใช้เป็นสถานที่ชุมนุมทางการเมืองเป็นเวลานานเกือบ 2 เดือน ทำให้ธุรกิจในย่านนี้ซบเซา บางแห่งถึงกับเจ๊งต้องปิดกิจการกันไปเลยก็มี และยังมีเหตุการณ์ระเบิดซุ่มยิงที่ทำให้มีคนตายรายวันกันเลยทีเดียว

จนช่วงกลางเดือนพฤษภาคม เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าทำการกระชับพื้นที่ ก่อนทำให้แกนนำต้องประกาศยุติการชุมนุมในบ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 53 ทำให้คนไทยผู้รักชาติศาสน์กษัตริย์หายใจหายคอกันได้โล่งขึ้น

แต่ทว่าก็เป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นได้เกิดเหตุจลาจล เผาบ้านเผาเมืองขึ้นในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ(และในหลายจังหวัดสีแดง) ส่งผลให้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์เกิดเพลิงไหม้เป็นเวลาหลายชั่วโมง และในพื้นที่ยังมีการยิงกระสุนปืนไปมา จนกระทั่งอาคารฝั่งห้างสรรพสินค้าเซนทรุดตัวลง และยังมีควันคุกรุ่นอยู่อีกหลายวัน นอกจากนี้ห้างบิ๊กซีฝั่งตรงข้ามเซ็นทรัลเวิลด์ก็ได้รับความเสียหายด้วยเช่นกัน

 


อีกมุมหนึ่งของเซ็นทรัลเวิลด์ที่โดนเผา

 

จากเหตุการณ์ดังกล่าวได้สร้างความรู้สึกสะเทือนใจต่อคนกรุงเป็นอย่างมาก ฉันเองแม้จะไม่ใช่คนกรุงเทพฯโดยกำเนิด แต่ก็อาศัยหลับนอนทำมาหากินใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมานับ 10 ปี ความรู้สึกรักและผูกพันจึงมีมากล้นเหมือนพี่น้องผู้รักบ้านรักเมืองเช่นกัน เมื่อมีเวลาฉันจึงรีบเดินทางมายังบริเวณแยกราชประสงค์เป็นครั้งแรกหลังจากเหตุจราจล เพื่อมาดูให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่โจรก่อการร้ายมันทำอะไรไว้กับบ้านเมืองที่มันซุกหัวนอนอยู่บ้าง

เมื่อมาถึงยังแยกราชประสงค์ ฉันเดินตามกลิ่นไหม้ที่ยังคงกรุ่นกลิ่นเตะจมูกอยู่ไปถึงยังหน้า “ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์” ภาพที่ฉันเห็นทำให้ฉันรู้สึกสลดหดหู่ใจยิ่งขึ้น แม้จะเคยเห็นภาพเหล่านี้ฉายซ้ำไปซ้ำมาในจอทีวีมาหลายต่อหลายวันแล้วก็ตาม ภาพที่ห้างสรรพสินค้าเซนที่ถูกไหม้จนดำเกรียมและยุบตัวลง แม้เพลิงจะดับไปแล้วหลายวันแต่ก็ยังคงต้องฉีดน้ำควบคุมต่อไปก่อน พร้อมกับกลิ่นไหม้ที่ยังคงโชยมาให้สะเทือนใจ ทำให้หลายๆคนที่มาอยู่ตรงนี้รู้สึกหดหู่ใจมากยิ่งขึ้น

 


ชาติตระการ โกศล

 

“ที่นี่มันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย เท่าที่ผมรู้มันเป็นห้างที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วันนี้ก็คือมาดูแล้วก็รู้สึกสลดใจไม่นึกว่ามันจะเป็นขนาดนี้มันเป็นสิ่งที่รุนแรงเกินกว่าที่คนหลายๆคนจะรับได้สิ่งก่อสร้างนี่มันใหญ่คล้ายๆกับเวิลด์เทรดแล้วมันใหญ่จริง วัยรุ่นก็ชอบมาเดินตัวผมก็เป็นวัยรุ่นก็มาเดินแล้ววันหนึ่งเรามาเห็นไฟไหม้ก็รู้สึกหดหู่ ยังไงซะมันพังเราก็ช่วยกันได้ สักวันหนึ่งมันก็คงจะกลับมาเหมือนเดิมทุกคนก็มีความหวังว่ามันจะเหมือนเดิม” ชาติตระการ โกศล หนึ่งในผู้ที่มาดูอดีตห้างสรรพสินค้าชื่อดัง กล่าว

 


ห้างบิ๊กซีก็ถูกเผาทำลายเช่นกัน

 

ด้าน ยุทธนนท์ จิตใจ หนึ่งในผู้ที่มาดูความเสียหายของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เล่าว่า “ปกติมาเซ็นทรัลเวิลด์บ่อยมาก มาช็อปปิ้งมากินข้าวมาทำทุกอย่างมันทำให้เราภูมิใจเพราะที่นั่นเหมือนเมืองนอก แต่พอทราบข่าวจากเพื่อนๆในเฟสบุคเพราะอยู่ที่บ้าน ก็พูดอะไรไม่ออกพูดถึงจะร้องไห้ เพราะทำงานด้านแฟชั่นแล้วมันก็มีโปรเจกต์ที่ค้างอยู่ที่นี่ด้วยแต่ว่ามันเป็นความรู้สึกที่รอง ความรู้สึกหลักก็คือมันเป็นที่ที่ให้คนพวกนั้นเขาอาศัยอยู่แล้วเขาก็ยังมาทำแบบนี้เหมือนเป็นการระบายอะไรสักอย่าง มันไม่ยุติธรรม มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาเรียกร้องเลยรู้สึกคิดไปหลายๆอย่างว่าเขาทำไปทำไม ทำเพื่ออะไรเขาจะเรียกร้องอะไร เลยมาทำแบบนี้ แล้ววันนี้มาเห็นภาพก็เข่าอ่อนเลย”

 


อีกด้านของห้างสรรพสินค้าเซนที่ถูกเผาทำลาย

 

ขณะที่ นุ่มนิ่ม เล่าว่า ปกติมาเซ็นทรัลเวิลด์ไม่บ่อยเท่าไรประมาณเดือนละ1-2 ครั้ง เวลามามักจะมากับเพื่อนกับแฟนมักจะมากินข้าว เดินเล่น ซื้อของ ซื้อผ้ามาเย็บกระเป๋า และเมื่อช่วงคริสมาสต์และปีใหม่ที่ผ่านมาก็ไปถ่ายรูปเล่นกับเพื่อนๆที่งานอีเว้นที่จัดด้านหน้าห้างด้วย ตอนนั้นไม่เคยคิดเลยว่าภาพที่ถ่ายๆกันจะกลายเป็นภาพแห่งความทรงจำไปแล้ว

นุ่มนิ่ม เล่าต่อถึงความรู้สึกที่มีต่อเซ็นทรัลเวิลด์ว่า “เซ็นทรัลเวิลด์เป็นห้างที่เปิดมานานตั้งแต่เวิลด์เทรด มันเป็นความทรงจำตั้งแต่เด็ก เคยมาเที่ยวกับเพื่อน จนมาปัจจุบันเซ็นทรัลเวิลด์กลายเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ เป็นห้างที่ใหญ่ลำดับที่ต้นๆของอาเซี่ยน แต่เมื่อมีเหตุการณ์ที่ม็อบแดงยึดแยกราชประสงค์ เซ็นทรัลเวิลต้องปิดทำการมาเป็นเวลานานก็รู้สึกว่าแย่แล้ว นี่ยังจะมาถูกเผาอีก ก็ถ้าจะยึดหรือทำอะไรให้มันเสียหาย เพื่อที่คนอื่นหรือรัฐบาลจะได้สนใจก็ทำไป แต่อย่ามาเผาบ้านเผาเมือง

แล้วคนส่วนใหญ่ที่มาชุมนุมเขาก็เป็นคนต่างจังหวัด อาจจะไม่ได้มีความลึกซึ้งหรือเข้าใจความสำคัญของแต่ละสถานที่ที่เผา แค่ทำตามคำสั่งของแกนนำ แล้วถ้าแกนนำไม่มีความสามารถในการคุมคนที่ชุมนุมก็ไม่น่าจะมาเป็นแกนนำเลย” นุ่มนิ่มยังกล่าวทิ้งท้ายว่า

“คือพวกคุณจะทำให้คนทำมาหากินอย่างสุจริตต้องมาลำบากทัดเทียมกับพวกคุณหรือไงถึงจะพอใจ”

 


ซากตึกห้างสรรพสินค้าเซนหลังถูกเผาทำลาย

 

ฉันเชื่อว่าพี่น้องอีกหลายคนก็คงจะรู้สึกไม่ต่างไปจากทั้ง 3 คนที่ฉันได้ไปไถ่ถามพูดคุยมา ซึ่งในขณะนี้รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมถึงผู้ที่มีน้ำใจทุกคนได้จัดงานต่างๆเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมืองครั้งนี้ ทั้งจัดงาน “รวมพลังเพื่อวันใหม่ : Together We Can Grand Sale” ที่ปิดถนนสีลมเปิดเป็นถนนคนเดินตั้งแต่แยกศาลาแดงไปจนถึงแยกสราญรมย์ ขยายต่อถึง ถ.นราธิวาสราชนครินทร์ตัดกับ ถ.สีลม ให้ผู้ประสบภัยและผู้ได้รับผลกระทบมาเปิดขายระบายสินค้า และมีผู้คนแห่กันมาช้อปช่วยผู้ประสบภัยกันอย่างหนาแน่นตลอด 2 วัน (28-29พ.ค.) ที่ผ่านมา

 


หมู่ดอกไม้ไว้อาลัยแด่เซ็นทรัลเวิลด์

 

รวมถึงที่บริเวณทองหล่อที่ ตัน ภาสกรนที หรือ ตัน โออิชิ ได้จัดพื้นที่กว่า 14 ไร่ของโครงการอารีน่า 10 ในซอยทองหล่อ 10 เปิด “ศูนย์อำนวยพื้นที่ในการชอปปิ้ง” หรือ ศอช. เป็นพื้นที่ขายของให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งภายในงานที่มีผู้ประกอบการกว่า 800 ราย เข้ามาขายของจนเต็มพื้นที่ ใครที่ต้องการช้อปปิ้งและร่วมช่วยเหลือผู้ประสบเหตุก็สามารถมาได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 6 มิ.ย. นี้ ในเวลา12.00 – 21.00 น.และครั้งนี้จะเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราจะได้เห็นน้ำใจของคนไทยด้วยกัน

 

บทความโดย : หนุ่มลูกทุ่ง