แก่งกระจาน รับรางวัลยอดเยี่ยมของท่องเที่ยว



 

 

รายงานความคืบหน้ากรณีฝูงเถาวัลย์รุกรานกินป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่กำลังจะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยา…



รายงานความคืบหน้ากรณีฝูงเถาวัลย์รุกรานกินป่าแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ที่กำลังจะขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก จนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศวิทยาและวิถีชีวิตของสัตว์ป่ามาตลอด ล่าสุด ได้รายงานความคืบหน้าเมื่อวันที่ 26 ก.ย. โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หน.อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี พร้อมด้วย น.ส.วสา สุทธิพิบูลย์ นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ น.ส.นิภาพร ไพศาล นักวิชาการป่าไม้ปฏิบัติการ สำนักอุทยานแห่งชาติ และ ทีมงานฝ่ายสื่อความหมาย ส่วนสื่อความหมายจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จำนวน 10 คน ได้ เดินทางเข้าพื้นที่บริเวณจุดบ้านกร่าง และเขาพะเนินทุ่ง ก่อนลงมือสำรวจและสร้างเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติและชนิดของเถาวัลย์ พรรณไม้ เส้นทางศึกษาชนิดของนก ไม้เถาและไม้ยืนต้น เป็นระยะทางกว่า 2 กม. เพื่อเตรียม เปิดพื้นที่ให้ประชาชนที่สนใจปัญหาการรุกรานของเถาวัลย์ กินป่าได้เข้าชม โดยเฉพาะที่จุดบ้านกร่าง แต่เดิมเป็นที่นิยมของบรรดานักดูนกและผีเสื้อ เพราะบริเวณดังกล่าวมีผีเสื้อชนิดต่างๆมากกว่า 200 ชนิด และนกมีมากกว่า 500 ชนิด ที่สำคัญบริเวณดังกล่าวยังมีนกกะลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่มีถิ่นที่อยู่อาศัยในประเทศเวียดนามและลาว โดยในประเทศไทยพบเพียง 10 ตัว ที่เขาพะเนินทุ่งแห่งเดียวเท่านั้น

ด้านนายเริงชัย ประยูรเวช ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เผยว่า จากการที่อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้มาตรวจสอบเหตุเถาวัลย์รุกรานป่าแก่งกระจาน ที่ จ.เพชรบุรี และได้รับฟังบรรยายสรุปผลกระทบจากเถาวัลย์ที่ปกคลุมเรือนยอดของต้นไม้ในป่ามากเกินไปของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจนเกิดปัญหาขึ้น ซึ่งอธิบดีสั่งตั้งทีมศึกษาวิจัยแล้ว ดังนั้น เพื่อไม่ให้ปัญหาเช่นที่แก่งกระจานเกิดขึ้นกับป่าอื่นทั่วประเทศ ตนจึงสั่งให้อุทยานในสังกัดทำการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับเถาวัลย์เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมไว้ พร้อมกับรอผลการศึกษาวิจัยของคณะทำงาน และเมื่อได้ ข้อสรุปแล้วจะได้นำมาเป็นต้นแบบในการปราบเถาวัลย์ ของทุกป่าต่อไป

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า จากการที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้แสดงออกมาให้เห็นว่า แม้ผืนป่าแห่งนี้จะเกิดปัญหาจากเถาวัลย์ ซึ่งเป็นปัญหา ทางธรรมชาติรูปแบบใหม่ที่เพิ่งจะมาเกิดขึ้นในประเทศไทย และหลายประเทศทั่วโลก จนนักวิชาการต้องพลิกตำราแก้ไข กันอย่างเคร่งเครียด แต่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่ได้เฝ้า ติดตามดูมาตลอดพร้อมกับเดินหน้าแก้ไขปัญหามาอย่าง ต่อเนื่อง จนล่าสุดสามารถกำจัดการแพร่กระจายของเถาวัลย์ ให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้วระดับหนึ่ง จนในที่สุดคณะกรรมการ ตัดสินการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว (Thailand Tourism Awards) ครั้งที่ 8 ประจำปี 2553 ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ตัดสินให้อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม “กินรีทอง” ประเภทแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติไปครอง เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ จะเป็นผู้ไปรับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ที่โรงแรมเซ็นทรา แกรนด์ แอนด์ บางกอก คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ ในวันที่ 27 ก.ย.นี้

ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์เผยว่า ตนและทีมงานภูมิใจกับ รางวัลนี้ ซึ่งจะจัด 2 ปีต่อครั้ง โดยเมื่อปี 2549 ได้รับรางวัลดีเด่น “กินรีเงิน” มาแล้ว ต่อมาปี 2551 ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม “กินรีทอง” จนมาปีนี้ก็เป็นรางวัลยอดเยี่ยม “กินรีทอง” อีก ขณะเดียวกันการได้รับรางวัลครั้งนี้แม้จะดีใจ แต่ยังหนักใจไปพร้อมๆกันอีก เพราะยังมีปัญหาเถาวัลย์ เป็นปัญหาสำคัญที่รอการแก้ไขอยู่ ทีมงานทุกคนจะต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมสำหรับการปราบเถาวัลย์ เพื่อให้สภาพป่าคืนสู่ธรรมชาติเดิมได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะยิ่งนานจะยิ่งมีปัญหาเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะล่าสุด มีการตรวจพบว่า ฝูงเถาวัลย์ได้รุกรานเข้าสู่ผืนป่าลึกธรรมชาติ แล้ว ซึ่งในส่วนนี้ต้องเร่งสกัดเอาไว้ให้อยู่ จึงถือเป็นงานหนักหลายหน้าที่ต้องทำ ทั้งกำจัด ทั้งอนุรักษ์ รวมทั้งต้อง เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมรับรู้ เพื่อคงความเป็นหนึ่งใน ด้านแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของแก่งกระจานที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นอุทยานที่มีธรรมชาติสมบูรณ์แบบ มากที่สุดแห่งหนึ่งเอาไว้ให้ได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับรางวัล “กินรี” เป็นรางวัลที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องและประกาศเกียรติคุณของแหล่งท่องเที่ยว ทั้งด้านที่พัก กิจกรรม หน่วยงาน โครงการ และสื่อที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้น ให้เกิดความร่วมมือในการรักษาและพัฒนาทรัพยากรของประเทศในทุกด้านให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีหลักเกณฑ์การตัดสินรางวัลตามมาตรฐานสากล ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนใน 4 มิติ ได้แก่ การเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมประเพณีวิถีชีวิต การมีส่วนร่วมของชุมชน ความรับผิดชอบต่อ สังคมขององค์กรสหประชาชาติ รวมทั้งแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง แนวคิดการสร้างเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ สภาวะโลกร้อน มีความพร้อมด้านส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวและความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งแก่งกระจานมีพร้อมครบทุกด้าน จึงได้รางวัลนี้ไปครอง.