แก่งกระจาน ขึ้นมรดกโลก ความหวังที่คนไทยรอคอย



 

แก่งกระจานขึ้น “มรดกโลก” ความหวังที่คนไทยรอคอย
เรื่องราวของ “เขาพระวิหาร” ที่เป็นกรณีอื้อฉาวระหว่างไทยกับกัมพูชา กำลังเข้มข้นอยู่ในเวลานี้ ผลการเจรจาหรือตอนจบเป็นอย่างไร…ต้องติดตามแบบไม่กะพริบตาและก่อนจะเข้าไคลแมกซ์ถึงจุดที่ว่า คนไทยมีประเด็นเกี่ยวกับมรดกโลกขึ้นมาให้ถกเถียงกันอีกแล้ว เป็นเรื่องของ “กลุ่มป่าแก่งกระจาน” พื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ ที่ถือเป็นศูนย์รวมของพันธุ์พืชและสัตว์ป่าหลากชนิด เนื่องจากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวผ่าน
กลุ่มป่าแก่งกระจานกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการนำเสนอเพื่อเป็นมรดกโลก เป็นการนำเสนอต่อ องค์การยูเนสโก ซึ่งในปัจจุบันมีมรดกโลกทั้งหมด 830 แห่ง ใน 138 ประเทศทั่วโลก แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม 679 แห่ง มรดกโลกทางธรรมชาติ 174 แห่ง และอีก 25 แห่งเป็นแบบผสมทั้งสองประเภท
ส่วนในประเทศไทยนั้นมีมรดกโลกอยู่ทั้งสิ้น 8 แห่ง และถ้าหากบ้านเราจะมีมรดกโลกเพิ่มขึ้นมากกว่านี้ก็นับเป็นเรื่องน่ายินดี ฉะนั้น “กลุ่มป่าแก่งกระจาน” จึงเป็นอีกความหวังในการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

 

 



ดร.ดรรชนี เอมพันธุ์ หัวหน้าภาควิชาอนุรักษวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า บนพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ กลุ่มป่าแก่งกระจานมีการกระจายตัวของเขตภูมิพฤกษ์ รวมถึงสภาพปัจจัยทางสิ่งแวด ล้อมที่เอื้ออำนวย ทั้งสภาพภูมิอากาศและสภาพภูมิประเทศ จึงเป็นแหล่งรวมความหลากหลายทางชีวภาพ และยังมีระบบนิเวศป่าบกถึง 5 ประเภท คือ ป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง ป่าผสมผลัดใบ และป่าเต็งรัง ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้แก่งกระจานกลายเป็นศูนย์รวมของพันธุ์พืชกว่า 1,199 ชนิด และเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าถึง 720 สายพันธุ์
ดังนั้น จึงมีความเหมาะสมที่ประเทศไทยจะเสนอให้กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ โดยเสนอผ่านเกณฑ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
“สิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้พื้นที่แห่งนี้ได้เป็นมรดกโลก คือการค้นพบ จระเข้น้ำจืด ที่เป็นสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์ ปัจจุบันหลงเหลืออยู่ในธรรมชาติเพียง 3 ประเทศทั่วโลกเท่านั้น ก่อนหน้านี้ยังไม่มั่นใจเท่าไหร่นักว่าจะมีจระเข้ เพราะพบเห็นเพียงร่องรอย แต่ในภายหลังเราได้พบตัวและยังมีการวางไข่อีกด้วย ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก” อาจารย์สาวกล่าว
อาจารย์ดรรชนี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เอกลักษณ์ของระบบนิเวศของป่าแก่งกระจานก็ไม่แพ้ที่ใดในเอเชีย พื้นที่แห่งนี้ยังถูกประกาศให้เป็น เขตอนุรักษ์พันธุ์เสือโคร่ง รวมถึงเป็น พื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก อีกด้วย “มั่นใจว่าหากมีการเสนอป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก น่าจะมีโอกาส 70-80% ที่จะได้รับเลือก”
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อาจารย์สาวแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กังวล นั่นคือการให้ความรู้ความเข้าใจกับคนในพื้นที่ เพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างถูกวิธี โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้กับจระเข้

 

 

“ชาวบ้านอาจจะทำร้าย หรือเข้าไปรบกวนจระเข้ โดยกระทำลงไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งหลังจากที่ได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบแล้ว พบเห็นร่องรอยการมาตั้งแคมป์บริเวณที่อยู่อาศัยของจระเข้ ซึ่งเมื่อจระเข้รู้สึกว่าถูกรุกราน อาจทำให้ย้ายที่อยู่ไปจนถึงหยุดการผสมพันธุ์นำมาซึ่งการสูญพันธุ์ได้”
อีกทั้งสิ่งที่อาจารย์สาวพบ คือมีการขโมยไข่จระเข้ไปขายตามใบสั่ง ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้บางทีไม่อยากเปิดเผยออกไป
สำหรับขั้นตอนในการขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก อาจารย์ดรรชนีอธิบายว่า สิ่งแรกที่ต้องจัดทำ คือ เอกสารบัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) เพื่อส่งให้กับทางยูเนสโกพิจารณา เป็นการแสดงเจตจำนงว่าประเทศไทยต้องการเสนอกลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากทางยูเนสโก เขาก็จะอนุญาตให้ส่งแฟ้มข้อมูล (Nomination File) เพื่อให้คณะกรรมการร่วมกันตัดสินใจอีกที ว่าพื้นที่แห่งนี้มีคุณค่ามากพอที่จะเป็นมรดกโลกหรือไม่
“เอกสารที่กล่าวถึงนี้ต้องใช้เวลาในการรวบรวมทั้งสิ้น 1 ปี และเวลานี้เอกสารได้เสร็จสมบูรณ์พร้อมให้คณะกรรมการมรดกโลกแห่งชาติพิจารณาแล้ว ขึ้นอยู่กับว่าจะพิจารณาได้เร็วหรือช้า แต่เวลานี้น่าจะเริ่มต้นได้แล้ว ดังนั้น ความคาดหวังของเราคือการส่งเอกสารนำเสนอให้ทันเส้นตายในเดือนกุมภาพันธ์ของแต่ละปี ซึ่งจะต้องมีการเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม ปี 2010”
“อยากบอกว่ายูเนสโก สิ่งหนึ่งที่เขาให้ความสำคัญและจับตามองมาก คือการให้ความสำคัญกับพื้นที่ของคนในท้องถิ่นและคนไทยทั้งประเทศ เพราะเขาต้องการทราบว่าการที่เราขอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น คนไทยส่วนใหญ่อยากจะได้จริงหรือเปล่า รวมถึงมีการรับรู้และเห็นชอบมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการจัดการ เพราะถ้าพื้นที่ดีมากแต่การจัดการไม่ดี การรักษาให้คงอยู่ก็ทำได้ยาก”

 

 

คำถามหนึ่งที่คนชอบถามกันมาก คือ ได้เป็นมรดกโลกแล้วประเทศไทยจะได้อะไรบ้าง?
คำตอบจากปากอาจารย์สาว คือ ของบางอย่างเราอาจจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า พอจับต้องไม่ได้เราก็อาจละเลยและมองข้ามไป แต่ใครจะรู้บ้างว่าสายตาจากคนภายนอกที่เขาได้มาเห็น เขากลับประทับใจและชื่นชมในสิ่งที่เรามี จนเกิดความรู้สึกที่ว่า ขนาดคนที่ไม่ใช่เจ้าของประเทศเขายังเห็นคุณค่าขนาดนี้ อีกทั้งมรดกโลกทางธรรมชาติในบ้านเราก็เหลือน้อยเต็มที จึงอยากให้คนไทยหันมาเห็นคุณค่า
อีกด้านหนึ่ง ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เล่าว่า กลุ่มป่าแก่งกระจานเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นผืนป่าที่มีความหลากหลายสูง มีสัตว์ป่าสงวนอาศัยอยู่ 4 ชนิด คือ เลียงผา เก้งหม้อ แมวลายหินอ่อนและสมเสร็จ นอกจากนี้เมื่อต้นปีช่วงปลายฝนที่ผ่านมายังพบร่องรอยของกระซู่ที่คาดว่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วตั้งแต่ปี 2533
นอกจากนี้ ยังมีสัตว์ป่าที่หาดูได้ที่เดียวในประเทศคือ นกกระลิงเขียดหางหนาม สำหรับพืชพันธุ์ที่พบเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย คือ ต้นจำปีเพชร และต้นจำปีดอย ส่วนต้นแตงพะเนินทุ่งพบเพียงแห่งเดียวในโลกเช่นกัน
“การเป็นมรดกโลกถ้านับแค่ผืนป่าแก่งกระจานเพียงแห่งเดียว ไม่น่ามีปัญหา เพราะสามารถควบคุมผู้บุกรุกและถือครองให้อยู่ในขอบเขตได้ แต่ผืนป่าบริเวณข้างเคียงยังควบคุมการบุกรุกในพื้นที่เสี่ยงไม่ค่อยได้ ถ้าหากจะมีอะไรติดขัดในการเป็นมรดกโลก ก็น่าจะเป็นเรื่องของปัญหาภัยคุกคามในพื้นที่ เช่น ความเสี่ยงต่อการถูกบุกรุกและการล่าสัตว์ป่าที่ค่อนข้างดุเดือด ปัญหาเหล่านี้ทางยูเนสโกจะเพ่งเล็งมากเป็นพิเศษ” หัวหน้าอุทยานฯกล่าว พร้อมกันนั้น มีคำแนะนำจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติป่าแก่งกระจาน ว่า สิ่งที่พอจะทำได้บ้าง เป็นการประชาสัมพันธ์เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับนักท่องเที่ยวให้รู้สึกรักและหวงแหนผืนป่า ถ้ารู้สึกเช่นนั้นแล้วเขาอาจเลิกทำผิดต่อธรรมชาติ…

“ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้น ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง…ในทางที่ดีขึ้น”

ป่าแก่งกระจานของเมืองไทยจะได้รับการพิจารณา เป็นมรดกโลกมากน้อยเพียงไร ต้องติดตาม