เพลินวาน วันนั้น



 

แม้จะเปิดตัวมา ได้ไม่นานทว่าก็กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ไปแล้วครับสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอย่าง “เพลินวาน”

ผมเองเพิ่งจะมีโอกาสได้ไปเยือนสถานที่แห่งนี้มาเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้วจากการไปร่วมงาน “หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล 2010” หลังได้ยินได้ฟังคำบอกเล่าถึงมาจากคนรอบข้าง ซึ่งบรรยากาศภายในเท่าที่ได้สัมผัสมานั้นต้องบอกว่าแม้จะไม่ได้ชวนน่า ตื่นเต้นมากมายแต่ก็ไม่ผิดหวังเลย

ส่วน “อะไร” ที่ทำให้ไม่ตื่นเต้นและไม่ผิดหวังนั้น เดี๋ยวค่อยบอกครับ

ภาพจาก www.dekdern.com

คำว่าเพลินวาน มาจาก “Play” กับคำว่า “Learn” แล้วก็ “วันวาน” ตามคำนิยามของคุณก้อย “ภัทรา สหวัฒน์” สาวมาดเท่ห์ทายาทธุรกิจขายส่งไม้ วนชัย กรุ๊ป บุคคลที่ให้กำเนิดสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์ก็เพื่อ ต้องการจะให้ผู้ที่มาเยือนนั้นได้เรียนรู้ สัมผัส และระลึกนึกไปถึงความทรงจำเก่าๆ ของหัวหินในยุคราวปีพ.ศ. 2499 หรือบรรยากาศพวกงานวัดตามต่างจังหวัดอะไรทำนองนั้น

อาคารการก่อสร้างจะมีลักษณะคล้ายๆ กับหมู่บ้านย้อนยุค เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นยาวคู่ขนาน ภายในจำลองให้เห็นภาพบรรยากาศภาพเก่าของหัวหินให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่าน ข้าวของเครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆ ของร้านค้าที่มีทั้งร้านขายก๋วยเตี๋ยว ร้านขายซีดีเพลงเก่า ร้านขายของเล่น ร้านกาแฟโบราณ บรรยากาศของร้านเหล้าในอดีตที่จิ๊กโก๋ได้มีโอกาสมาพบรักกับจิ๊กกี๋ ร้านขายขนม ไอติมปั่น ร้านหวานเย็น ร้านเสื้อผ้า ฯลฯ

ที่ ผมชอบมากก็คือความคิดของเจ้าของอย่างคุณก้อยที่สามารถประยุกต์พื้นที่ที่ว่า กันว่าเป็นที่ “ปราบเซียน” คือค่อนข้างจะ(หน้า)แคบ-ข้างในยาวลึกให้มีเนื้อที่การใช้สอยได้อย่างลงตัว และเกิดประโยชน์มากที่สุด

เอากันตั้งแต่ทางเข้าซึ่งทำเป็นลักษณะๆ คล้ายๆ กับอุโมงค์แห่งไทม์แมชชีนที่พาเราหลีกหนีความวุ่นวายริมถนนเข้าไปสู่อดีตแสน สุขราวกับเดินอยู่ในยุคหนัง “แฟนฉัน” ที่มีทั้งของกิน ของเล่น รวมไปถึงความเอาใจใส่ต่อคนพิการด้วยการสร้างทางลาด+ลิฟท์ เตรียมไว้ให้คนเหล่านี้ได้สามารถเข้ามาท่องเที่ยวได้อย่างไม่ลำบากมากนัก

ไม่นับรวมไปถึงการดึงชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งพ่อค้า-แม่ขายให้เข้ามามีส่วนร่วมด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ในการ ขายของทำกิจกรรม หรือจะเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กนักเรียนได้มาออกร้านหารายได้ในช่วงวันเสาร์ -อาทิตย์ที่ภายในจะมีการจำลองบรรยากาศงานวัด มีการฉายหนังกลางแปลงให้นักท่องเที่ยวได้รับชม

ทั้งหมดแม้จะเป็นการ “สร้าง” ขึ้นมาใหม่ แต่ก็ต้องถือว่าได้อารมณ์ในอดีตอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม อาจจะเป็นเพราะผมเป็นเด็กต่างจังหวัดซึ่งยังมีบรรยากาศ “จริง” เช่นนี้ให้เห็นอยู่นั่นเองที่ทำให้ผมไม่รู้สึกตื่นเต้นมากมายเท่าไหร่ ขณะที่ส่วนที่บอกว่าไม่ผิดหวังเลยก็คือบรรดานักท่องเที่ยวที่พากันมาเยือน ที่แห่งนี้นี่แหละครับ

เพราะส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นวัยรุ่นครับ โดยเฉพาะสาวๆ นั้นน่ารักทีเดียว ที่สำคัญแต่ละคนล้วนแต่งตัวได้เข้ากับอากาศหน้าร้อนและบรรยากาศสายลมแสงแดด หาดทรายมากๆ (555)

สำหรับมุมในการชมวิว(สาวๆ)ที่ดีที่สุด ผมขอแนะนำให้ขึ้นไปชั้น 2 ตรงร้านขายก๋วยเตี๋ยวที่ถูกจำลองเป็นร้านเหล้าในอดีต(แต่ไม่มีเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ขาย)ซึ่งสามารถมองลงมาเห็นนักท่องเที่ยวได้ทั้งขาเข้าและขาออก

ภาพจากบล็อคโอเคเนชั่น

วันนั้นผมและพี่ที่ออฟฟิศอีก 2 คนก็ได้อาศัยพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั่นแหละครับนั่งกระดกน้ำกระเจี๊ยบ มองดูน้องๆ เธอโพสต์ท่าถ่ายภาพกันจนตาลายไปเลยทีเดียว

เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าไปเยี่ยมชมเพลินวานแบบไม่ขาดสายเช่นนี้แล้วก็ รู้สึกยินดีไปกับคุณก้อยผู้ผุดสถานที่ท่องเที่ยวนี้ขึ้นมา ซึ่งเธอเองเคยให้สัมภาษณ์ไว้ครับว่ากว่าเพลินวานที่เธอได้แรงบันดาลใจมาจาก การไปเที่ยวหมู่บ้านเก่าที่ญี่ปุ่นจะเกิดขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยใช้เวลาในการศึกษาค้นคว้านานถึง 2 ปีเต็ม ขณะที่บางคนก็มองว่าพื้นที่ๆ ว่าไม่สามารถจะทำอะไรได้ ทว่าด้วยความที่เป็นคนรักหลงใหลและต้องการให้คนอื่นๆ ได้มีโอกาสรำลึกถึงความสุขในอดีตนั่นเองที่ทำให้เธอมีความมุ่งมั่นและทำมัน ขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของใจเป็นหลักชนิดที่ไม่ได้คาดหวังถึงเรื่อง ของผลกำไรเสียด้วยซ้ำ

ระหว่างที่เที่ยวอยู่ในเพลินวานวันนั้นใจของผมก็ให้คิดไปถึงสถานที่ท่อง เที่ยวในลักษณะเดียวกันทั้งที่เป็นของเก่าจริงและถูกสร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น ตลาดสามชุก ตลาดโบราณตามสถานที่ต่างๆ ทั้งบางพลี, นครเนื่องเขต, ฉะเชิงเทรา, 100 ปีบางกระทุ่ม

หรือจะเป็นตลาดร้อยปีกว่า ที่ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี แถวบ้านผม ซึ่งนับวันดูเหมือนว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้เรา “หวนอดีต” ไปสู่ความทรงจำที่แสนสุขเหล่านี้จะได้รับความนิยมไม่น้อยทีเดียว

คิดแล้วก็อดดีใจไม่ได้ครับที่เกิดมาเป็นคนในรุ่นที่มีอายุมากกว่า 30 เช่นนี้เพราะอย่างน้อยๆ ชีวิต “วันวาน” ที่ผ่านมาก็ยังพอมีกิจกรรม “ร่วม” ของคนในยุคเดียวกัน ทั้งขี่จักรยาน, โดดยาง, เป่ากบ, โยนเส้น, ซื้อลูกอม 3 เม็ดบาท, ฟังเพลงจากเทปคาสเซ็ต, ดูทีวีขาวดำ, เล่นเกมกด, เกมFAMILY, ขึ้นชิงช้าสวรรค์, ดูหนังเร่-ขายยา และอีกมากมายฝังอยู่ในลิ้นชักแห่งความทรงจำ

ยามเปิดออกมาเมื่อไหร่ก็หอมหวลขึ้นมาเมื่อนั้น, คิดถึงเมื่อไหร่ก็ต้องอมยิ้มเมื่อนั้น

มองดูความสุขของคนรุ่นที่แก่กว่ารวมถึงรุ่นตัวเองแล้วก็ให้น่าสนใจทีเดียว ครับว่าเด็กรุ่นใหม่ที่ส่วนใหญ่เติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่อยู่กับร้านเกม อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ แชตพูดคุยกับเพื่อนผ่านโลกออนไลน์ เล่นBB ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่อยู่กับ “ตัวเอง” มากขึ้นเช่นนี้ ยามเมื่อวันเวลาผ่านไปกระทั่งเกิดอดีตขึ้นมา พวกเขาและเธอจะมีรูปแบบอย่างไรในการให้ระลึกนึกถึงความสุขเมื่อครั้งเก่า ก่อนร่วมกันอย่างไร?

จะชวนกันไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์มือถือ, คุยเรื่องBB รุ่นแรกที่อาจจะมีราคาแพงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปเพราะคนต้องการจะเก็บสะสม, ตำนานของจีเน็ทกับน้อง “ปอย”, เครื่องพีซีที่ตกรุ่นไปแล้ว, โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีใครดาวน์โหลด, คอมฯ จอนูน, มีการบรรยากาศร้านอินเทอร์เน็ตยุคแรกๆ, ตลาดคอมฯ ร้อยปีพันธุ์ทิพย์ ฯ อะไรในทำนองนี้หรือเปล่า?

น่าสนใจนะครับ…

 

โดยไก่ อำนาจ