มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติ ที่เมืองนคร



 

มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติ ที่เมืองนคร

 

ตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2553 ณ วัดพระมหาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยพุทธานุภาพที่กว้างไกล ในดินแดนที่หลากหลายและแผ่นดินที่ศักดิ์สิทธิ์ ณ นครศรีธรรมราช ร่วมพลิกฟื้นบรรยากาศเครื่องบูชาพระพุทธเจ้าของศาสนิกชนชาวโลก กับผ้าพระบฎ ในงานมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ ระหว่างวันที่ 27 28 กุมภาพันธ์ 2553 ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมที่ดีงามแห่งพุทธศาสนา อีกทั้งเป็นส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวเชิงศาสนา “งานประเพณีการบูชาแห่ผ้าพระบฎห่มองค์พระบรมธาตุ ที่มีอยู่หนึ่งเดียวที่เมืองนคร” สู่ระดับนานาชาติ พร้อมประวัติความเป็นมาที่เก่าแก่ กับพุทธานุภาพที่กว้างไกล และเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างเมือง 12 นักษัตร ผู้ซึ่งทรงทำนุบำรุง และรักษาไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์แห่งองค์พระบรมธาตุเจดีย์ จึงเห็นควรยกระดับมาตรฐานการจัดกิจกรรม “มาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุ” ให้เป็นกิจกรรมระดับนานาชาติ และสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน พร้อมนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้ ประเทศที่ตอบรับเข้าร่วมแห่ผ้าพระบฎแล้ว ประกอบด้วยเมืองอิชิคาวา ประเทศญี่ปุ่น, รัฐเคดาห์และปีนัง ประเทศมาเลเซีย

 



 

กิจกรรม

 

28 มกราคม กวนข้าวมธุปายาส ข้าวยาคู ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
30 มกราคม พิธีเปิด / เวียนเทียนรอบปฐมฤกษ์
7, 14,21 กุมภาพันธ์ สวดด้าน ณ วิหารคด โดยพระภิกษุ 36 รูป
25-27 กุมภาพันธ์ สมโภชผ้าพระบฎ ณ สวนศรีธรรมาโศกราช
28 กุมภาพันธ์ ขบวนแห่ผ้าพระบฎ

 

ขอเชิญชวนคนดี กลับคืนสู่ร่มเงาแห่งองค์พระบรมธาตุเจดีย์ เพื่อโน้มนำการปฎิบัติบูชา ในเมืองมงคล คนทำดีแห่งนี้ ด้วยประเพณีบูชาผ้าพระบฎห่มองค์พระบรมธาตุ เป็นการใกล้ชิดพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตามคำสอนสำคัญคือ โอวาทปาฏิโมกข์แห่งมาฆะมาส ละชั่วใฝ่ดี ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์และพัฒนารูปแบบ ตลอดถึงสาระบนผืนผ้าพระบฎอย่างหลากหลาย อันเป็นการเติมศรัทธาต่อการมีส่วนร่วมสร้าง ร่วมทำ ร่วมบูชา ร่วมรักษาผ้าพระบฎ ซึ่งถือเป็นมรดกตกทอดทางวัฒนธรรม กับศรัทธาที่ก่อเกิดจากเมืองพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องพุทธบูชาที่ยิ่งใหญ่ สร้างกุศลให้ตนเอง จนถึงขั้นสูงสุดคือ ความมุ่งหมายได้บรรลุถึงนิพพาน หรือได้พบพระศรีอาริยเมตไตรย พร้อมเชิญชวนบุคคลที่เกิดปีขาล ร่วมเป็นพยานในปี 12 นักษัตร แห่งนี้
ความเป็นมาของประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ
แห่ผ้าขึ้นธาตุเป็นอีกประเพณีหนึ่งที่เก่าแก่ และมีเอกลักษณ์ของชาวนครศรีธรรมราช ตั้งแต่สมัยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช ปฐมกษัตริย์ผู้สร้างบ้านแปลงเมือง และด้วยพระปรีชาสามารถทำให้นครศรีธรรมราช มีเมืองบริวารรายรอบถึง 12 เมือง เรียกว่าเมืองสิบสองนักษัตริย์

 

 

และในปีนี้ ททท. มีแนวคิดที่จะยกระดับให้เป็นแห่ผ้าพระบฎนานาชาติ เชิญผ้าพระบฏจากเมืองต่าง ๆ มาร่วม และจัดให้มีกิจกรรมหลากหลาย เพื่อร่วมส่งเสริมและรณรงค์ให้ นครศรีธรรมราช เป็นเป้าหมายในด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมโชว์ศักยภาพความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นด้านประเพณีวัฒนธรรม เพื่อสืบสานถึงตำนานที่ยิ่งใหญ่ สันนิษฐานว่าเป็นประเพณีที่รับมาจากอินเดีย
ตามประวัติกล่าวว่า ในสมัยพระเจ้าสามพี่น้อง คือ พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช พระเจ้าจันทรภาณุ และพระเจ้าพงษาสุระ กำลังเตรียมสมโภชพระบรมธาตุอยู่นั้น คลื่นได้ซัดเอาผ้าแถบใหญ่ยาวผืนหนึ่ง ซึ่งมีลายเขียนพุทธประวัติ เรียกว่า “ผ้าพระบฏ” ขึ้นที่อำเภอปากพนัง พระเจ้าศรีธรรมาโศกราชจึงจัดให้มีการสมโภชพระบรมธาตุ และแห่แหน “ผ้าพระบฏ” ขึ้นห่มองค์พระบรมธาตุ จนถึงปัจจุบันนับเวลาได้เจ็ดร้อยกว่าปี โดยมุ่งหมายจะได้บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างใกล้ชิด
ประเพณีมาฆบูชาแห่ผ้าขึ้นธาตุนี้ จัดในวันมาฆบูชา อันเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาที่ถือกันว่าเป็นวัน “จตุรงคสันนิบาต” คือวันที่พระอร หันต์ซึ่งเป็นเอหิภิกขุ จำนวน 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ในวันที่ดวงจันทร์เสวยมาฆฤกษ์พุทธศาสนิกชนชาวไทย โดยเฉพาะชาวนครศรีธรรมราช จึงพร้อมใจกันประกอบพิธี โดยร่วมใจกันจัดหาผ้าสีเหลือง สีแดง สีขาว มาต่อกันเป็นแถบยาว ที่เรียกว่า “ผ้าพระบฏ” ไปห่มองค์พระบรมธาตุ เพื่อรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณ พระปัญญาธิคุณ และพระบริสุทธิคุณแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประจำทุกปี เพราะฉะนั้นในชีวิตหนึ่งหากมีโอกาสมาแห่ผ้าห่มองค์พระบรมธาตุ เชื่อกันว่าเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต อีกทั้งหากมีโอกาสในการร่วมพิธี หรือลิ้มรสข้าวมธุปายาส ถือเป็นยาอายุวัฒนะช่วยเพิ่มพูนสติและปัญญา นำพาชีวิตไปสู่สิ่งที่ดีงามอย่างรู้เท่าทันชีวิต

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราช หมายเลขโทรศัพท์ 075-346-515-6

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก อินเตอร์เน็ต