Pandanus Bar Bistro อร่อยหลากหลาย สไตล์ฟิวชั่น



 


บรรยากาศด้านหน้าร้าน

 

ร้านอาหารน่ารักน่านั่งในกรุงเทพฯมีให้เลือกอยู่หลายร้าน หลายสไตล์ อย่างกับร้านที่“ตระเวนกิน” ไปลองลิ้มชิมรสในคราวนี้ ก็เป็นอีกร้านที่มีสไตล์เป็นของตัวเอง จนหลายๆ คนที่เคยแวะเวียนไปที่ร้านนี้ บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าบรรยากาศดีจริงๆ



สำหรับร้านที่ว่านั้นก็คือ ร้าน “Pandanus Bar Bistro” ที่ ตั้งอยู่ในซอยสาทร 1 เป็นร้านอาหารในสไตล์ฟิวชั่น ที่เน้นอาหารอิตาเลียน แต่ก็มีอาหารไทยไว้คอยบริการด้วย ร้านนี้เริ่มจากการที่ คุณหนึ่ง วิลาสินี วารีวนิช เจ้าของร้าน ผู้ซึ่งคลุกคลีอยู่กับธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวที่ประเทศแคนาดามานาน พอกลับมาอยู่เมืองไทย ก็อยากจะมีสถานที่พบปะสังสรรค์กับเพื่อนๆ จึงได้ทำร้านขึ้นมา

 


มุมน่ารัก ใกล้กับครัวเปิดโล่ง

 

คำว่า “Pandanus” เป็นภาษาอังกฤษ ที่หมายถึงใบเตย ซึ่งคุณหนึ่งให้คำนิยามไว้ว่า ใบเตยสามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งของคาว หวาน และยังทำเครื่องดื่มได้ด้วย เหมือนกับร้านแพนดานัส ที่มีทั้งอาหารคาว หวาน และเครื่องดื่มไว้ให้บริการลูกค้าทุกๆ คน ซึ่งอาหารภายในร้านนั้น คุณหนึ่งก็คิดค้นสูตรขึ้นเอง โดยจะผสมเครื่องเทศ หรือรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ เข้าไปในอาหารแทบทุกจาน เพื่อเพิ่มความอร่อยให้มากขึ้น

ด้านการตกแต่งร้านนั้น ชั้นล่างจะตกแต่งในแนวโมเดิร์นวิกทอเรียน โดยแบ่งเป็นโซนด้านในที่เป็นห้องแอร์ โซนห้องกระจกบรรยากาศโปร่งโล่งเย็นสบาย และโซนรับลมด้านนอก และในส่วนทำครัวก็เปิดโล่ง สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ส่วนชั้นบนเป็นบาร์ที่เปิดช่วงกลางคืน ซึ่งจะเป็น Full Bar มีไวน์จากทั่วโลก มีเครื่องดื่มคอกเทลหลากหลายชนิด และมีการแสดงดนตรีสด ตั้งแต่เวลา 21.00 – 00.30 น.

 


สลัดกุ้ง

 

เมื่อเดินชมบรรยากาศน่ารักรอบๆ ร้านแล้ว ก็ได้เวลาชิมกันเสียที มาเริ่มมื้อนี้กันด้วยเมนูเบาๆ อย่าง สลัดกุ้ง (280 บาท++) จานนี้ใช้กุ้งแชบ๊วยตัวโต ผัดกับโอลีฟออยล์ กระเทียม และไวน์ขาว จนพอสุก เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ในส่วนของสลัดก็จะมี เรดโอ๊ค โรเมน ร็อคเก็ต ผักชีลาว มะเขือเทศราชินี และมะกอกดำ ราดด้วยน้ำสลัดเทาซันด์ไอส์แลนด์ผสมกับฮันนี่มัสตาร์ด ชิมแล้วรสชาติกลมกล่อม ละมุนลิ้น ผักสลัดสดกรอบ เนื้อกุ้งหวานอร่อย

 


หอยแมงภู่อบชีส

 

จากนั้นมาต่อกันด้วย หอยแมลงภู่อบชีส (220 บาท++) ที่เลือกใช้หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ไซส์ใหญ่ นำซอสที่ทำจากเนื้อมะเขือเทศปั่นกับอิตาเลียนเบซิลและพริกไทยดำ มาผัดกับโอลีฟออยล์ กระเทียม พริกไทย และไวน์ขาวจนได้กลิ่นหอม จากนั้นนำเข้าไปอบพร้อมกับตัวหอย และโรยหน้าด้วยเชดดาร์ชีส และมอสซาเรลล่าชีส เมื่อยกมาเสิร์ฟที่โต๊ะก็ได้กลิ่นหอมจากชีสลอยมาหอมฟุ้ง เนื้อหอยหวานสด ไม่มีกลิ่นคาว ส่วนรสชาติซอสมะเขือเทศออกเปรี้ยวอมหวาน เข้ากันดีกับหอยแมลงภู่และชีส

 


ปูนิ่มทอดกรอบ

 

อีกจานเป็น ปูนิ่มทอดกรอบ (220 บาท++) ทางร้านเลือกใช้ปูนิ่มคัดพิเศษนำมาคลุกกับแป้ง จากนั้นทอดในน้ำมันที่อุณหภูมิพอเหมาะจนสุกดี แล้วราดด้วยทาทาร์ซอส เสิร์ฟพร้อมกับเฟรนช์ฟรายส์สูตรพิเศษที่คงความกรอบนอกนุ่มในได้นานหลาย ชั่วโมง ความอร่อยของจานนี้มาจากความสดของปูนิ่ม ที่ให้ความหวานในตัว เข้ากันกับซอสที่ออกรสเปรี้ยวเล็กน้อย ทำให้ไม่เลี่ยน

 


ลิงกุยนีเพสโตซอส เสิร์ฟคู่กับหอยเชลล์ย่าง

 

 มาลองชิมอาหารเส้นกันสักจาน ลิงกุยนีเพสโตซอส เสิร์ฟคู่กับหอยเชลล์ย่าง (340 บาท++) จานนี้พิเศษที่หอยเชลล์ส่งตรงจากฮอกไกโด นำมาย่างพอสุก ตัวลิงกุยนีก็ลวกให้ไม่นิ่มไม่แข็งเกินไป ส่วนเพสโตซอสนั้นเป็นสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำขึ้นมาเอง และยังเพิ่มคุณค่าด้วยบล็อกโคลี่ ซูกินี และข้าวโพดอ่อนผัดเนย กับมันฝรั่งอบ จุดเด่นของจานอยู่ที่หอยเชลล์สด เนื้อหวานอร่อย ส่วนเพสโตซอสรสกลมกล่อม หอมกลิ่นเครื่องเทศ

 


ชาเซ็ต

 

จากนั้นมาล้างปากด้วยขนมหวาน ชาเซ็ต (สำหรับ 2 คน 300 บาท++) ที่นำมาด้วยช็อกโกแลตลาวาซึ่งทำจากดาร์กช็อกโกแลต ผสมกับแป้งเค้กและเนย นำมาอบด้วยกันและเสิร์ฟแบบร้อนๆ ให้รสช็อกโกแลตเข้มข้น ตามด้วยบลูเบอรี่ชีสเค้ก ที่ความพิเศษอยู่ที่ชั้นเค้กซึ่งทำจากบัตเตอร์คุกกี้ จึงให้รสเค็มเล็กน้อย และให้ความหอม ในส่วนของเค้กที่มาในเซ็ตนี้มีอยู่ 4 ชนิด คือ ช็อกโกแลตฟัจน์ โอริโอชีสเค้ก เชอรี่ชีสเค้ก และโคโคนัทเค้ก ที่มีความพิเศษเฉพาะตัวของแต่ละอย่าง และถ้าหากเลือกชิมชาเซ็ตเมนูนี้ ก็สามารถเลือกเค้กได้ตามชอบใจ ซึ่งทางร้านมีเค้กโฮมเมดให้เลือกถึง 12 ชนิด

 


The Treaditional

 

ตบท้ายกันด้วยเครื่องดื่มชวนชื่นใจอย่าง The Treditional (120บาท++) ที่ใช้น้ำส้มคั้นสดๆ ผสมกับน้ำสับปะรด และเนื้อสับปะรดสด นำมาปั่นรวมกับไซรัปและน้ำผึ้ง แล้วยกมาเสิร์ฟแบบเย็นๆ ดื่มแล้วได้รสหวานอมเปรี้ยวเล็กๆ สดชื่นดีทีเดียว

นอกจากเมนูที่แนะนำกันไปแล้ว ร้านก็ยังมีอาหารขึ้นชื่ออีกหลายเมนู อย่างเช่น ลิงกุยนีครีมซอสไข่กุ้งกับกุ้งแม่น้ำ (380 บาท++) พอร์กช๊อพ (480 บาท++) อกไก่ซอสส้ม (340 บาท++) อกเป็ดรมควันราดซอสแครนเบอรี่ (420 บาท++) หรือจะเป็นของหวานอย่าง บานอฟฟี่ (150 บาท++) ทีรามิสุ (150 บาท++) รับรองว่า ถ้านักชิมท่านใดมาลองลิ้มชิมรสที่นี่แล้ว เป็นต้องติดใจทั้งรสชาติอาหาร และบรรยากาศของร้านอย่างแน่นอน

 


มุมบาร์บนชั้นสองของร้าน

 

ร้าน Pandanus Bar Bistro
ที่ตั้ง : อยู่ที่ 50 ซ.สาทร 1 (ซ.นันทา) ถ.สาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี เลี้ยวเข้า ถ.สาทรใต้ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ซ.สาทร 1 ตรงเข้าไปประมาณ 500 เมตร จะเห็นร้านอยู่ทางขวามือ สามารถจอดรถได้ในซอยด้านข้าง
บริการ : ทางร้านยินดีรับบัตรเครดิต ร้านเปิดทุกวัน ในส่วนร้านอาหารเปิดเวลา 11.30 – 24.00 น. ส่วนของบาร์เปิดเวลา 18.00 – 01.00 น.
โทร : 0-2287-4021, 08-6988-9399