ตักบาตรดอกไม้ ในเมืองกรุง อิ่มบุญวันเข้าพรรษา



 


ประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่วัดบวรนิยมใช้ดอกบัวใส่บาตร

 

ใกล้ถึงวัน “เข้าพรรษา” อันตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปีอีกครั้งหนึ่งแล้ว ในปีนี้วันเข้าพรรษาเวียนมาตรงกับวันอังคาร ที่ 27 กรกฏาคม ตามศาสนสถานทุกแห่งคงจะเนืองแน่นด้วยพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญประกอบกิจด้วยใจศรัทธาในพระพุทธศาสนา




พระภิษุสงฆ์เดินบิณฑบาตรมาเป็นทิวแถว

สำหรับวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นวันที่พระสงฆ์เถรวาทจะอธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่นเพื่อไม่ให้ไปเหยียบข้าวกล้าและพืชอื่นๆ จนเสียหาย ซึ่งในวันเข้าพรรษานอกจากจะมีประเพณีการแห่เทียนพรรษาที่จัดกันอย่างยิ่งใหญ่แล้ว ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่พุทธศาสนิกชนนิยมปฏิบัติกันนั้นคือ “ประเพณีตักบาตรดอกไม้”

โดย “ประเพณีตักบาตรดอกไม้” นั้นมีประวัติความเป็นมามาแต่สมัยพุทธกาล ตามตำนานเล่าไว้ว่า พระเจ้าพิมพิสารกษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์ ทรงโปรดปรานดอกมะลิมาก ในแต่ละวันจะรับสั่งให้นายสุมนมาลาการนำดอกมะลิสดมาถวายวันละ 8 ทะนาน แต่เช้าตรู่ทุกวัน เพื่อแลกกับทรัพย์วันละ 8 กหาปณะ


ผู้คนใส่บาตรดอกไม้ที่วัดราชบพิธ

ต่อมาเช้าวันหนึ่ง ขณะที่นายสุมนมาลาการกำลังถือดอกไม้จะเข้าประตูเมือง ก็ได้พบพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์จำนวนหนึ่งเสด็จออกบิณฑบาต นายสุมนมาลาการสังเกตเห็นพรรณรังษี ฉายประกาย รอบ ๆ พระวรกาย จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาเป็นอย่างยิ่ง พร้อมคิดหาสิ่งที่จะมาบูชาองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อไม่เห็นสิ่งใดจึงตัดสินใจจะถวายดอกไม้ที่จะนำไปถวายพระราชา พร้อมกันนั้นก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า ข้าวของทุกสิ่งที่พระเจ้าพิมพิสารทรงมอบให้เพียงเพื่อยังชีพในภพนี้เท่านั้น แต่การนำดอกไม้ถวายบูชาแก่พระพุทธองค์ สร้างอานิสงส์ได้ทั้งภพนี้และภพหน้า หากถูกประหารชีวิตเพราะไม่ได้ถวายดอกมะลิก็ยินยอม


พุทธศาสนิกชนหลั่งไหลกันมาร่วมประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่วัดราชบพิธ

คิดได้ดังนั้นนายสุมนมาลาการจึงได้สละชีวิตของตนเพื่อบูชาพระพุทธเจ้า โดยได้ถวายดอกไม้บูชาพระพุทธเจ้าไปทั้ง 8 ทะนาน ซึ่งดอกไม้เหล่านั้นได้เป็นซุ้มติดตามเสด็จพระพุทธองค์ไปทุกหนทุกแห่ง คุณความดีของนายสุมนมาลาการได้เป็นที่กล่าวขานจนทั่วเมือง สร้างความปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง

แต่เมื่อภรรยาของเขาทราบข่าวกลับถูกดุด่าและนำความเข้ากราบทูลพระราชา แต่พระเจ้าพิมพิสารพระราชาทรงเป็นอริยบุคคลชั้นโสดาบัน จึงเรียกนายสุมนมาลาการมาเข้าเฝ้า แล้วตรัสยกย่องสรรเสริญนายสุมนมาลาการว่าเป็นมหาบุรุษ พร้อมทั้งพระราชทานสิ่งของ 8 ชนิด คือ ช้าง ม้า ทาส ทาสี เครื่องประดับ นารี อย่างละแปด ทรัพย์อีก 8 พันกหาปณะ และบ้านส่วยอีก 8 ตำบล


การตักบาตรดอกไม้ที่วัดราชประดิษฐ์
นับแต่นั้นมานายมาลาการก็อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขปราศจากทุกข์ใดทั้งปวง ด้วยอานิสงส์ของการนำดอกมะลิบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากอานิสงส์ดังกล่าวแต่ครั้งพุทธกาลทำให้ชาวพุทธมีความเชื่อว่า “การตักบาตรดอกไม้” เป็นการสร้างอานิสงส์ที่สูงส่งอย่างยิ่ง จึงจัดให้มี “ประเพณีตักบาตรดอกไม้” เป็นประจำทุกปี ตลอดจนกระทั่งถึงปัจจุบัน


บรรยากาศการตักบาตรดอกไม้ที่วัดราชประดิษฐ์

โดยประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังก็ได้แก่ประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี ที่ในทุกปีจะมีพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลกันมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยดอกไม้ที่ใช้จะต้องเป็น “ดอกเข้าพรรษา” ซึ่งเป็นดอกไม้ชนิดหนึ่ง ต้นคล้ายกับต้นกระชายหรือขมิ้น สูงประมาณ 1 คืบเศษ มีดอกสีเหลือง สีขาว และสีน้ำเงินม่วง ต้นดอกไม้เข้าพรรษานี้จะขึ้นตามไหล่เขาโพธิ์ลังกา หรือเขาสุวรรณบรรพต เทือกเขาวง และเขาพุใกล้ ๆ กับรอยพระพุทธบาท และจะผลิดอกเฉพาะช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น จนชาวบ้านเรียกกันว่า “ต้นเข้าพรรษา”

แต่สำหรับใครที่ไม่มีโอกาสได้เดินทางไปร่วมทำบุญตักบาตรดอกไม้ที่วัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี ก็อย่าเพิ่งเสียใจไป เพราะในเมืองศิวิไลอย่างมหานครกรุงเทพก็มีวัดอยู่หลายแห่งที่จัดให้มีประเพณีตักบาตรดอกไม้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน เช่น วัดบวรนิเวศ, วัดราชประดิษฐ์, วัดราชบพิธ, วัดเทพศิรินทร์ และวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก


ผู้คนนำดอกเข้าพรรษา ดอกบัวและดอกไม้ต่างๆมาร่วมทำบุญตักบาตรดอกไม้ที่วัดบวร

ซึ่งสำหรับที่วัดบวรนิเวศ จะมีดอกไม้ที่ใช้สำหรับใส่บาตรในประเพณีตักบาตรดอกไม้ที่แตกต่างจากดอกไม้ที่ใช้ใส่บาตรที่วัดพระพุทธบาทสระบุรี เพราะที่วัดบวรนิเวศจะนิยมใช้ “ดอกบัว” ใส่บาตร เนื่องจากในพุทธประวัติตอนต่างๆ มีการถวายดอกไม้เป็นประจำโดยเฉพาะดอกบัว และจากพุทธปาฏิหาริย์มักปรากฏดอกบัวผุดขึ้นมารองรับพระบาททุกย่างก้าวที่พระองค์เสด็จไป โดยเฉพาะตอนประสูติ เห็นได้ว่าดอกบัวมีความสำคัญทางพุทธศาสนา ดังนั้นจึงถือว่าดอกบัวเป็นดอกไม้ประธานของดอกไม้ทั้งปวง

ซึ่งนอกจากดอกบัวแล้วก็ยังมีดอกไม้อื่นๆที่พุทธศาสนิกชนนำมาถวายตักบาตรด้วยเช่นกัน เช่น ดอกกุหลาบ พุทธรักษา มะลิ กล้วยไม้ เบญจมาศ เป็นต้น แล้วแต่ความสะดวกและศรัทธาของแต่ละคน โดยที่วัดบวรแห่งนี้จะมีผู้คนศรัทธาใส่บาตรดอกไม้กันมากล้นทุกปี ทำให้พุทธสาสนิกชนส่วนมากต้องมาจองพื้นที่กันตั้งแต่สายๆไปจนถึงเที่ยงบ่ายก็แทบจะไม่มีที่เหลือว่างกันแล้ว


พุทธศาสนิกชนร่วมใจกันมารอร่วมตักบาตรดอกไม้ที่วัดบวร
แต่ด้วยจิตศรัทธาแม้จะต้องตากแดดตากฝนรอจนเย็นกว่าจะเริ่มประเพณีตักบาตรดอกไม้แต่ก็ไม่ทำให้พุทธศาสนิกชนลดน้อยลง พวกที่มาจองพื้นที่ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยชรา บ้างก็เอาเสื่อผืนเล็กมาปู บ้างก็นำดอกบัวมาบรรจงพับกลีบให้สวยงาม บ้างก็นำดอกมะลิมาร้อยเป็นพวงมาลัย บ้างก็นำดอกกุหลาบมาเด็ดหนาม บ้างก็นำดอกไม้ชนิดต่างๆมารวมกันและจัดตกแต่งประดิดประดอยอย่างสวยงาม บ้างก็จัดแต่งดอกไม้ลงในกระทงใบตอง จนถึงการประดิษฐ์ดอกไม้เป็นตัวกระแตอย่างสวยงามก็มี


ดอกไม้สีสันสวยงามมากมายที่นำมาตักบาตรดอกไม้ที่วัดราชบพิธ
และเมื่อถึงเวลาเริ่มการตักบาตรดอกไม้ พระภิกษุสงฆ์จะสะพายย่ามค่อยๆเดินเรียงแถวมารับบิณฑบาตดอกไม้ เมื่อพุทธศาสนิกชนใส่บาตรดอกไม้จนเต็มย่ามแล้ว ก็จะมีผู้ช่วยช่วยเอาดอกไม้ออกมาใส่รถเข็นหรือภาชนะที่ใหญ่รวมกันไว้ก่อน เพื่อให้พระภิกษุสงฆ์สามารถรับบิณฑบาตรได้ถ้วนทุกคน


วัดราชประดิษฐ์ก็มีตักบาตรดอกไม้
นี่เป็นอีกหนึ่งภาพความประทับใจที่ตอกย้ำให้ฉันรู้ว่าพระพุทธศาสนาไม่เคยเลือนหายไปจากจิตใจคนไทย และในวันนี้จะเป็นอีกหนึ่งวันที่เราจะได้เห็นพลังแห่งความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ที่แม้โลกจะก้าวไกลไปเพียงไรแต่คนไทยเราก็ยังคงยึดมั่นในพระพุทธศาสนาไม่เสื่อมคลาย


จะเลือกใช้ดอกไม้ชนิดใดใส่บาตรดอกไม้ก็ได้แล้วแต่ความสะดวก