มหกรรมวิทย์ \’54



 

 

มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2554
วันที่ 6 – 21 สิงหาคม 2554
ชมฟรีตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

 



มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2554” จัดภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิด พัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์” โดยเปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่เวลา 09.00-20.00 น.ระหว่างวันที่ 6-21 ส.ค.54 (ยกเว้นวันที่ 9 ส.ค.) ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยเป็นกิจกรรมเนื่องในสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ซึ่งถือวันที่ 18 ส.ค.ของทุกปีเป็น “วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ที่ได้ทรงคำนวณล่วงหน้าถึง 2 ปีว่า วันดังกล่าวในปี 2411 จะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวงพาดผ่าน ต.หว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์

เมื่อไปถึงงานมหกรรมวิทยาศาสตร์สิ่งที่ไม่ควรพลาดคือการชม “นิทรรศการเทิดพระเกียรติ” (Royal Pavillion) หนึ่งในนิทรรศการหลักที่เทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทยที่ทรงวางรากฐานการพัฒนาวิทยาศาสตร์ในยุคที่บ้านเมืองอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงจากการติดต่อของโลกตะวันตก ซึ่งมีการนำเสนอผ่าน “ภาพวาดฝาผนังมีชีวิต” (Giant Animation Wall) เป็นครั้งแรกในเมืองไทย

 

 

ในนิทรรศการส่วนนี้ยังนำเสนอภาพยนตร์สามมิติเฉลิมพระเกียรติ “หลักปฏิบัติเพื่อพัฒนาประเทศตามวิถีพอเพียง” เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย” และ “พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” และนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงใส่พระทัยการอนุรักษ์ระบบนิเวศ รวมถึงนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์

สำหรับนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ได้นำเสนอแบบจำลองเครื่องบินไล่สมรรถนะสูง เอฟ-5อี (F-5E) เครื่องบินทรงฝึกและแบบจำลองกระดาษเครื่องบินประเภทต่างๆ รวมถึงนิทรรศการสาธิตการย้อมสีธรรมชาติเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากพันธุ์ไม้ย้อมสีเป็นหนึ่งในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องจากพระราชดำริ และนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี “เจ้าฟ้านักเคมี

เพื่อร่วมฉลองปีเคมีสากล (International Year of Chemistry) ภายในมหกรรมฯ จึงมีการทดลองทางเคมีที่น่าสนใจหลายกิจกรรม ซึ่งหากเดินเข้าไปในส่วน “สีสันแห่งเคมี” ของนิทรรศการมหัศจรรย์เคมี (Chemistry) ณ ฮอลล์ 104 จะพบตารางธาตุขนาดใหญ่ที่สามารถพลิกกลับหน้าหลังให้ดูว่าธาตุแต่ละชนิดในตารางนั้นนำไปใช้ประโยชน์ใดได้บ้าง และในส่วนนี้ยังมีกิจกรรมบนเวทีให้ร่วมสนุก และวันแรกของการจัดงานยังได้นำ 3 พรีเซ็นเตอร์การจัดงาน คือ อ๋อม-อรรคพันธ์ นะมาตร์, เก้า-จิรายุ ละอองมณี และ ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาร่วมทดลองทางเคมีด้วย

ในฐานะพี่ใหญ่ “อ๋อม” ได้ทดลองทำ “ยาสีฟันช้าง” ด้วยการเติม “โพแทสเซียมไอโอไดด์” ลงในสารละลายที่เป็นส่วนผสมระหว่างน้ำยาล้างจานและ “ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์” จนเกิดก่อนฟองขยายตัวล้นภาชนะบรรจุ คล้ายยาสีฟันถูกบีบออกจากหลอด แต่ฟองที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ยาสีฟันที่ใช้ได้จริง ส่วน “ญาญ่า” ได้ทดลองให้เห็นว่าเราทำฟองขนาดใหญ่พอให้เราเอาตัวเข้าไปอยู่ได้หากเติม “กลีเซอรีน” เพื่อลดแรงตึงผิวให้แก้สารละลายเกิดฟองที่เราใช้เป่าเล่น

 

 

ส่วนใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์เรียนหนังสือผ่านแท็บเล็ต ไปทดลอง “ผ่ากบ” ผ่าน “ไอแพด” (iPad) ได้ในนิทรรศการ “โลกดิจิทัล” (Digital World) ซึ่งอยู่ถัดจากนิทรรศการเคมีไม่ไกล และระหว่างนิทรรศการทั้งสองยังมีเมืองจำลองขนาดใหญ่ที่ต่อขึ้นมาจากชิ้นส่วนเลโก้ (Lego) ทั้งหมด และใกล้ๆ กันยังมีนิทรรศการจากจีนที่นำเสนอภาพปักจากเส้นผมและภาพจากการตัดกระดาษ

สิ่งที่ยังคงเป็นไฮไลท์สำหรับทุกปีคือภาพยนตร์ 4 มิติ ในส่วนของนิทรรศการการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ที่ให้ประสบการณ์ได้มากกว่าแค่ตามองเห็น โดยนอกจากภาพ 3 มิติที่ต้องดูผ่านแว่นแล้ว เรายังได้สัมผัสความรู้สึกสั่นสะเทือน ความเปียกชื้นจากอุทกภัยและความหนาวเหน็บจากวาตภัย ส่วนเนื้อหาจะเป็นเช่นไรนั้นต้องไปพิสูจน์ด้วยตนเอง และนิทรรศการส่วนนี้ยังจำลองภูเขาน้ำแข็งและน้ำแข็งก้อนยักษ์ไว้ ณ ฮอลล์ 105

 

 

ใกล้ๆ กับภูเขาน้ำแข็งมี “พี่ไดโน” ไดโนเสาร์ร่างยักษ์ที่สร้างขึ้นจากวัสดุเหลือใช้ ตั้งตระหง่านอยู่ในส่วนของ “นิทรรศการการบริหารจัดการขยะ” (Waste Management) ซึ่งเผยมูลค่ามหาศาลที่ซ่อนอยู่ในขยะ พร้อมทั้งพาย้อนเวลาไปรู้จักวัฏจักรผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นผลิตจนถึงสิ้นสุดการใช้งานแล้วเหลือทิ้งเป็นขยะ รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์อันเป็นผลพวงจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

 

 

 

 

 

ขยับไปฮอลล์ 101 มีนิทรรศการเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงอายุและผู้พิการ (Technology for Elder and Disabled) ที่จะทำให้เราเข้าใจการใช้ชีวิตภายใต้เงื่อนไขอันจำกัดของร่างกาย พร้อมนวัตกรรมเพื่อผู้พิการผลงานคนไทยและต่างชาติ และในฮอลล์เดียวกันนี้ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อาทิ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์ (สทน.) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) เป็นต้น

 

 

อีกนิทรรศการที่ไม่ควรพลาดคือ “นิทรรศการโลกป่าไม้” (Biodiversity) เพื่อร่วมฉลองปีป่าไม้สากล (International Year of Forests 2011) ซึ่งนำเสนอสัตว์และต้นไม้หายาก พร้อมทั้งจำลองโลกของป่า ตั้งแต่ ป่าไม้ใกล้ตัว ป่าดิบเขตร้อน (ทั้งป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้งและป่าดิบเขา) ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ ป่าพรุ ป่าชายเลนและป่าชายหาด ส่วนใครที่อยากสัมผัสความสามารถของเยาวชนสามารถติดตามผลงานการประกวดโครงงานของนักเรียนได้ที่ชั้น 2 ของอาคารไบเทค

 

 

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ถึงวันที่ 21 ส.ค.54 เวลา 09.00-20.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา (ยกเว้นวันที่ 9 ส.ค.นี้) โดยการเดินทางตลอดทั้งงานมีรถรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส อ่อนนุช ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. และในวันที่ 12 ส.ค.เป็นต้น สามารถเดินทางเข้าร่วมงานโดยลงรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีบางนา สอบถามเส้นทางเพิ่มเติม ติดต่อ ไบเทค โทร.0-2749-3939 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โทร.0-2577-9960 หรือ www.nsm.or.th