ขนมครก\’ทาร์ตไท\’



 

 

ขนมครก…ขึ้นชื่อว่าเป็น ขนมเอกลักษณ์ ของไทย มักนิยมรับประทานเป็นอาหารว่าง และเป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภคทุกเพศและวัยมาตั้งแต่สมัยโบราณ จวบจนปัจจุบัน แม้กระทั่ง…ชาวต่างชาติก็ยังติดใจรสชาติ



ในการพัฒนาขนมครก ให้ “อินเทรนด์” กับยุคสมัยใหม่ กลายเป็น “ทาร์ตไท” หรือ “ขนมครกกึ่งสำเร็จรูป” ซึ่งสร้างสรรค์โดยนิสิตจาก ภาควิชาพัฒนา ผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ประกอบด้วย นางสาวดวงกมล ฉายะศิริพันธ์ นางสาวปรินดา ยุทธหัตชัยชาญ นางสาวพรรัชต์ เถี่ยนมิตรภาพ นางสาวมรกต เรือนแก้ว และ นางสาวอุบลรัตน์ ลี้กำจร โดยมี รศ.ดร.กมลวรรณ แจ้งชัด เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

 


ทีมงานผลิตขนมครกทาร์ตไท.

 

รศ.ดร.กมลวรรณ แจ้งชัด บอกว่า ในการพัฒนาขนมไทยให้แสดงถึงเอกลักษณ์ของไทยเพื่อก้าวไปเป็นอาหารว่างสากลสำหรับผู้บริโภคทั่วไป โดยแนว ความคิดเริ่มจากการคัดเลือก ใช้ข้าวเจ้าเป็นวัตถุดิบหลัก มี เทคโนโลยีกับขั้นตอนกรรมวิธีการผลิตรองรับ และมี อายุการเก็บรักษานานกว่า 1 เดือน

ผลิตภัณฑ์ทาร์ตไท ประกอบด้วยสองส่วน คือ เปลือกทาร์ต หรือ ส่วนของถ้วยขนมครก และ หน้าทาร์ตผงกึ่งสำเร็จรูป ทำจาก แป้งข้าวกล้องงอกร้อยละ 100 โดยมีกรรมวิธีการเตรียมที่สะดวกและ ง่ายต่อการนำมาบริโภค โดย ผสมน้ำอุ่นลงในส่วนผสมผงของหน้าทาร์ต คนให้เข้ากัน จากนั้นเข้า เตาไมโครเวฟเป็นเวลา 2 นาที เทหน้าทาร์ตลงในเปลือก ตกแต่งหน้าต่างๆด้วยแครอท ฟักทอง ข้าวโพดที่สุกแล้วตามใจชอบ หรือ อาจโรยหน้าด้วยต้นหอม

 


ผลิตภัณฑ์ไทยสู่สากล.

 

ผลิตภัณฑ์ในบรรจุภัณฑ์ ประกอบด้วยเปลือกทาร์ต 8 ชิ้น และ หน้าทาร์ตผงสำเร็จรูป มีกรด แกมมาอะมิโนบิวทีริค จากการตรวจสอบ คุณภาพทางจุลินทรีย์ อยู่ภายใต้ มาตรฐานอาหารกึ่งสำเร็จรูป และจากการทดสอบการยอมรับของผู้บริโภค พบว่า มีคะแนนความชอบรวมอยู่ในระดับชอบปานกลางถึงชอบมาก เนื่องจาก ทาร์ตไทจะมีกลิ่นหอมของแป้งข้าว และ กลิ่นรสกะทิ ซึ่งแสดงถึงเอกลักษณ์ไทย และมีเนื้อสัมผัสกรอบด้านนอก ตามสูตรของขนมครกไทย

ขนมครกกึ่งสำเร็จรูปที่พัฒนาขึ้นนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆที่แสดงเอกลักษณ์ของความเป็นไทยไปสู่ความเป็นสากล อีกทั้งยังใช้วัตถุดิบที่หาได้ในประเทศ เหมาะสำหรับผู้บริโภคทั่วไป สามารถทำการตลาดได้หลายรูปแบบ…นับเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาขนมไทย ซึ่งยังไม่มี ผลิตภัณฑ์ชนิดนี้จำหน่ายในตลาดทั้งในและต่างประเทศ

…อีกไม่นาน ขนมครกกึ่งสำเร็จรูป หรือ ทาร์ตไท คงจะได้ อวดโฉมในตลาดสากล ให้ชาวต่างชาติได้ลอง ลิ้มชิมรส ผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม หรือผู้สนใจ ต่อยอดองค์ความรู้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ สอบถามเพิ่ม เติมได้ที่ภาควิชาพัฒนาผลิตภัณฑ์ คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โทรศัพท์ 0-2562-5004.