เที่ยวกรุงเทพ ชมมนต์ขลัง เสาชิงช้า

 

เสาชิงช้า ตั้งอยู่หน้าวัดสุทัศน์เทพวราราม บนถนนบำรุงเมือง เขตพระนคร



ประวัติความเป็นมา

มีพราหมณ์นาฬิวัน ชาวเมืองสุโขทัย มีนามว่า พระครูสิทธิชัย (กระต่าย) นำความขึ้นกราบบังคมทูลต่อพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ว่าการประกอบพิธีตรียัมปวาย หรือพิธีโล้ชิงช้าในศาสนาพราหมณ์ เพื่อเป็นการแสดงถึงการต้อนรับพระอิศวรในการเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ในเดือนยี่ ของทุกปี (แต่ต่อมาพระราชพิธีนี้ได้ถูกยกเลิกในสมัยรัชกาลที่ 7 ปี พ.ศ. 2478) อันเป็นประเพณีของพราหมณ์มีมาแต่โบราณจำเป็นต้องมีการโล้ชิงช้า พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเสาชิงช้าขึ้นตรงหน้าเทวสถาน เมื่อวันพุธ แรม 4 ค่ำ เดือน 5 ปีมะโรง พุทธศักราช 2327 ต่อมาได้สร้างโรงก๊าด (โรงเก็บน้ำมันก๊าด) ขึ้น ณ เทวสถาน จึงย้ายเสาชิงช้ามา ณ ที่ตั้งปัจจุบัน



การสร้างเสาชิงช้าขึ้นก็เพื่อจะรักษาธรรมเนียมการสร้างพระนครตามอย่างโบราณ ไว้ โดยถือคติว่าจะทำให้พระนครมีความมั่นคงแข็งแรง กรมศิลปากรจึงประกาศขึ้นทะเบียนเสาชิงช้าในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 66 ตอนที่ 64 วันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2492 ให้เป็นโบราณวัตถุสถานสำคัญของชาติ ประกาศ ณ วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2492

 

 



สำหรับการปฏิสังขรณ์เสาชิงช้า ได้รับการปฏิสังขรณ์เมื่อ พ.ศ.2463 โดยมีคำจารึกติดไว้ที่เสาชิงช้า ดังนี้

ไม้เสาชิงช้าคู่นี้ กับทั้งเสาตะเกียบและทับหลัง เมื่อถึงคราวเปลี่ยนเสาเก่า บริษัท หลุยตีลี โอโนเวนส์ จำกัด ซึ่งทำการค้าไม้ได้ให้ไม้สร้างขึ้นใหม่ เพื่อเป็นที่ระลึกแก่นายหลุยส์โทมัส เลียวโอเวนส์ ซึ่งได้ถึงแก่กรรมไปแล้ว เป็นผู้ที่เคยเข้ามาตั้งเคหะสถาน อยู่ในประเทศสยามกว่า 50 ปี สาชิงช้านี้ได้สร้างเสร็จ เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ.2463

ต่อมา พ.ศ.2490 เกิดไฟไหม้เสาชิงช้า เนื่องจากธูปกราบไหว้ไฟจากธูปตกลงไปในรอยแตก ทำให้ไฟไหม้เสาขึ้น รัฐบาลครั้งนั้นมีดำริจะรื้อ แต่เมื่อมีเสียงวิพากวิจารณ์มากขึ้นจึงระงับไว้มีคำสั่งให้เทศบาลนคร กรุงเทพฯ ซ่อมกระจังไว้ชั่วคราว โดย พ.ศ.2502 กระจังที่เป็นลวดลายผุลง ได้เปลี่ยนใหม่และทาสี พ.ศ.2513 สภาพของเสาชิงช้าชำรุดทรุดโทรมมาก ต้องเปลี่ยนเสาใหม่ เพื่อให้มั่นคงแข็งแรงการ ปรับปรุงบูรณะ ได้พยายามรักษาลักษณะเดิมไว้ทุกประการ งานแล้วเสร็จและได้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2515

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเสาชิงช้ามีอายุการใช้งานมานาน และเสาส่วนกลางมีความชำรุดมาก จึงได้ทำการบูรณะปฎิสังขรณ์เสาชิงช้าใหม่ เมื่อ พ.ศ.2548 กรมศิลปากรดำเนินการเปลี่ยนเสาใหม่ โดยใช้ไม้สักทองที่มีลำต้นขนาด ใกล้เคียงเสาชิงช้าเดิมจำนวน 6 ต้นจากจังหวัดแพร่ และดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2549

 



แนะนำ


ที่เที่ยวเปิดใหม่ร้านอาหารนนทบุรีริมน้ำพาสัตว์เลี้ยงเข้าพักได้ทริปดำน้ำแสมสาร สัตหีบ ชลบุรีคาเฟ่เพชรบุรีร้านอาหารทะเลกระบี่ร้านกาแฟเชียงรายแนะนำคาเฟ่นนทบุรีที่พักพังงาติดทะเลร้านอาหารระยองแนะนำร้านอาหารปทุมธานีบ้านพักเป็นหลังอาหารทะเลสดๆแนะนำร้านอาหารลำปางคาเฟ่นนทบุรีน่านั่ง